TACC เดินหน้าขยายธุรกิจจากฐาน B2B ไปสู่ตลาดผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ B2C จากปัจจุบันไม่ถึง 5% เป็นประมาณ 30% ในอนาคต พร้อมใช้การร่วมทุนกับพันธมิตรเป็นแนวทางขยายธุรกิจ ล่าสุดนำ EIGHT PLUS น้ำด่างจากแหล่งธรรมชาติที่เคยทำตลาดเมื่อ 4-5 ปีก่อนกลับมาทำตลาดอีกครั้ง โดยตั้งเป้ายอดขาย 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี
ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC กล่าวว่า ธุรกิจหลักของบริษัทยังอยู่ในตลาด B2B จากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มชาและกาแฟ รวมถึงเป็นผู้จัดหาสินค้าให้ร้านสะดวกซื้อและร้านชา-กาแฟหลายแห่ง การเติบโตจากธุรกิจเดิมอยู่ที่ประมาณ 10% บวกลบ และส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเติบโตของลูกค้า หากต้องการขยายธุรกิจให้มากกว่าฐานเดิม บริษัทจึงต้องเพิ่มธุรกิจใหม่เข้ามาในพอร์ต
ปัจจุบัน B2C ยังมีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 5% ขณะที่ B2B มีสัดส่วนมากกว่า 90% เป้าหมายของ TACC คือเพิ่ม B2C ขึ้นเป็นประมาณ 30% เพื่อกระจายการพึ่งพารายได้จากรูปแบบธุรกิจใดรูปแบบหนึ่ง โดยบริษัทเลือกทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีจุดแข็งต่างจาก TACC แล้วนำความสามารถของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน ปัจจุบันมีการร่วมทุน 2 ดีล และยังไม่มีแผนเพิ่มดีลใหม่ เพราะต้องการให้ธุรกิจที่ลงทุนไปแล้วเติบโตก่อน
กลับมาทำ EIGHT PLUS หลังตลาดเปลี่ยน
EIGHT PLUS ไม่ใช่ธุรกิจใหม่สำหรับ TACC เพราะบริษัทเคยรับสินค้ามาจำหน่ายใน 7-Eleven เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน วางขายอยู่ราว 14-16 เดือน และมียอดขายระดับหลักสิบล้านบาท แต่ช่วงเวลานั้นผู้บริโภคยังไม่ค่อยรู้จักน้ำด่าง ขณะที่ราคาสูงกว่าน้ำดื่มทั่วไปและน้ำแร่ ทำให้บริษัทไม่ได้ทำตลาดต่อ
การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง TACC เห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ทั้งความรู้เกี่ยวกับน้ำด่างที่เพิ่มขึ้นและความใส่ใจในการเลือกน้ำดื่มมากกว่าเดิม สอดคล้องกับตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดที่มีมูลค่าประมาณ 65,000 ล้านบาท และเติบโต 2.1-3.1% โดยน้ำดื่มพรีเมียม เช่น น้ำแร่และน้ำด่าง เป็นกลุ่มที่มีบทบาทต่อการเติบโต จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพ แหล่งที่มา และคุณลักษณะของน้ำดื่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้แยกน้ำด่างเป็นหมวดตลาดเฉพาะ จึงยังไม่มีตัวเลขมูลค่าตลาดน้ำด่างโดยตรง TACC มองว่าตลาดยังมีโอกาสขยายตัว และการเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้วางกลยุทธ์ไว้ที่การแย่งส่วนแบ่งตลาดหรือแข่งขันด้วยราคา แต่ต้องการเพิ่มฐานผู้บริโภคน้ำด่างให้กว้างขึ้น
จากผู้จัดจำหน่าย สู่ผู้ร่วมทุน
โมเดลธุรกิจของ EIGHT PLUS รอบนี้ต่างจากครั้งแรก จากเดิมที่ TACC รับสินค้ามาจำหน่าย เปลี่ยนเป็นการร่วมทุนผ่านบริษัท TACC Plus โดย TACC ถือหุ้น 80% และเจ้าของ EIGHT PLUS ถือหุ้น 20% ฝ่ายพันธมิตรรับผิดชอบการผลิตจากแหล่งน้ำที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ส่วน TACC ดูแลการจัดจำหน่าย
ไตรทิพย์ กล่าวว่า พันธมิตรมีจุดแข็งด้านการผลิตและแหล่งน้ำ ขณะที่ TACC มีความเชี่ยวชาญด้านการขายและช่องทางจำหน่าย ทำให้สามารถใช้ช่องทางที่บริษัทมีอยู่แล้วในการกระจายสินค้า ทั้งร้านสะดวกซื้อ โมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร และโรงแรม
EIGHT PLUS วางตำแหน่งเป็นน้ำด่างจากแหล่งธรรมชาติที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี มีค่า pH ประมาณ 8-9 ตั้งแต่แหล่งกำเนิด โดยบริษัทระบุว่าแหล่งน้ำผ่านการบ่มและกรองตามธรรมชาติของชั้นหินใต้ดินมานานกว่า 500 ปี และผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองด้านรสชาติจาก Water Sommelier Union ประเทศเยอรมนี
เจาะตลาดพรีเมียม ไม่แข่งราคา
EIGHT PLUS ขนาด 500 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท เทียบกับน้ำดื่ม RO ทั่วไปประมาณ 7 บาท และน้ำแร่ประมาณ 12 บาท TACC จึงวางกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ผู้บริโภคที่สนใจสุขภาพและมีกำลังซื้อ โดยไม่ได้ตั้งเป้าเข้าไปแข่งขันกับตลาดน้ำดื่มทั่วไปโดยตรง
บริษัทจะใช้ช่วงเปิดตัวต่อเนื่องถึงปีหน้าในการสร้างการรับรู้แบรนด์ควบคู่กับการสื่อสารเรื่องน้ำด่าง โดยงบ Advertising และ Promotion อยู่ที่ประมาณ 28% ก่อนลดลงเข้าสู่ระดับปกติในระยะต่อไป ส่วนการเติบโตของตลาดจะใช้แนวทางค่อยเป็นค่อยไป เพื่อเพิ่มจำนวนผู้บริโภคที่รู้จักและทดลองดื่มผลิตภัณฑ์
ดัน EIGHT PLUS แตะ 1,000 ล้านใน 5 ปี
TACC ตั้งเป้ายอดขาย EIGHT PLUS ที่ 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี พร้อมวางแผนต่อยอดจากน้ำด่างไปสู่ Functional Drink และผลิตภัณฑ์รสชาติอื่นที่ใช้น้ำด่างเป็นฐาน ส่วนการขยายตลาดต่างประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยออสเตรเลียเป็นหนึ่งในตลาดที่บริษัทมองไว้ เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับตลาดและมีพันธมิตรอยู่แล้ว แต่ยังอยู่ในระดับแนวคิด
เป้าหมายของ EIGHT PLUS เดินไปพร้อมกับแผนเพิ่มสัดส่วน B2C ของ TACC จากไม่ถึง 5% เป็นประมาณ 30% โดย B2B ยังคงเป็นฐานธุรกิจหลัก การกลับมาทำตลาด EIGHT PLUS จึงต่างจากเมื่อ 4-5 ปีก่อน ทั้งในแง่จังหวะตลาดและบทบาทของ TACC จากเดิมที่รับสินค้ามาจำหน่าย เปลี่ยนเป็นการร่วมลงทุนและนำช่องทางจำหน่ายที่มีอยู่เข้ามารองรับการเติบโตของแบรนด์โดยตรง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ปุ้มปุ้ย 47 ปี อ่านผู้บริโภคให้ทัน เปลี่ยนยอดวิวเป็นยอดขาย
Plaza Premium ปักหมุดเลานจ์แห่งแรกที่สุวรรณภูมิ เสิร์ฟบริการระดับโลกในกลิ่นอาย Local



