อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในประเทศไทยขยายตัวอย่างก้าวกระโดด จากข้อมูลสถิติที่ปรากฏพบว่ามีผู้ประกอบอาชีพทั้งแบบชั่วคราวและแบบเต็มตัวรวมกันกว่า 9,000,000 คน ส่งผลให้มูลค่าตลาดเศรษฐกิจครีเอเตอร์หรือ Creator Economy มีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 45,000,000,000 บาท ในปี 2568 พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25-30% ต่อปี
แม้อุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่และมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าผู้ที่ยึดอาชีพนี้ยังประสบปัญหาในการยืนยันตัวตนต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐและสังคมไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการขาดหลักประกันทางการเงิน แหล่งทุนสนับสนุน และข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมรูปแบบการทำงาน
ขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community และนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย สะท้อนปัญหาว่าครีเอเตอร์จำนวนมากไม่มีชื่ออาชีพรองรับในการยื่นภาษี ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารเพื่อที่อยู่อาศัยหรือยานพาหนะได้เนื่องจากขาดหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจน รวมถึงสิทธิประกันสังคมที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีสวัสดิการจำกัด ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ถูกมองว่าเป็นเพียงความบันเทิงและขาดตัวแทนในการเจรจากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างการยอมรับอย่างเป็นรูปธรรม
“การจัดตั้งสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยไม่ใช่เพียงการรวมตัวของผู้ประกอบอาชีพ แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมในระยะยาว เพื่อให้วิชาชีพนี้ได้รับการยอมรับในฐานะอาชีพถาวรที่สามารถสร้างอนาคตได้จริง”
กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ และบรรทัดฐานจริยธรรม

การประกาศเปิดตัวสมาคมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ SCBX ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานที่เรียกว่า ทีซีซีเอ สแตนดาร์ด (TCCA Standard) เพื่อกำหนดบรรทัดฐานด้านความเป็นมืออาชีพและจริยธรรม โดยมุ่งเน้นการยกระดับทั้งคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์ให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ
มาตรฐานดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ร่วมกับระบบนิเวศของวงการสื่อออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเวทีประกาศรางวัลระดับประเทศ หรือความร่วมมือกับสมาคมโฆษณาในการเลือกจ้างงาน ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยส่งเสริมครีเอเตอร์ที่มีคุณภาพและลดความเสี่ยงจากการทำงานที่ขาดระเบียบปฏิบัติ ตลอดจนการสร้าง “รายการสีขาว” หรือ Whitelist เพื่อสนับสนุนครีเอเตอร์ที่สร้างสรรค์เนื้อหาดี และการตักเตือนกลุ่มที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
สุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder, Tellscore และ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ระบุว่า ในยุคที่ข่าวปลอมและการใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างเนื้อหาเริ่มส่งผลต่อความไว้วางใจในสังคม สมาคมจะมุ่งสร้างมาตรฐานกลางด้านความโปร่งใสที่ทุกภาคส่วนสามารถอ้างอิงร่วมกันได้ เพื่อสนับสนุนให้ครีเอเตอร์เติบโตในฐานะวิชาชีพอย่างมีความรับผิดชอบ โดยสมาคมจะเป็นตัวกลางประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น แพทยสภา หรือหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน เพื่อวางแนวปฏิบัติเฉพาะทาง
คุณสุวิตาได้ให้ทัศนะถึงบทบาทสำคัญนี้ว่า “สมาคมจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตเนื้อหา หน่วยงานกำกับดูแล และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างบรรทัดฐานจริยธรรมที่ทุกฝ่ายยอมรับและปฏิบัติร่วมกันได้อย่างยั่งยืน”
ยกระดับสู่สื่อสาธารณะ และแก้วิกฤติสิทธิครีเอเตอร์
ในนิเวศสื่อปัจจุบัน ครีเอเตอร์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้ผลิตเนื้อหา แต่ได้กลายเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในวงกว้าง กล้า ตั้งสุวรรณ CEO & Co-Founder, Wisesight (Thailand) และอุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย อธิบายว่าอุตสาหกรรมยังขาดการนิยามบทบาทของครีเอเตอร์ในฐานะสื่ออย่างชัดเจน สมาคมจึงมีบทบาทในการผลักดันให้ครีเอเตอร์ทำหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้อย่างสง่างาม
ขณะเดียวกัน ปัญหาการละเมิดสิทธิในผลงานและการขาดมาตรฐานการทำงานร่วมกันยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ อิสระ ฮาตะ YouTuber และ Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัดและอุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการขาดมาตรฐานกลาง ทั้งในด้านขอบเขตงานและการตั้งราคาที่เป็นธรรม รวมถึงภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยี AI ในทางที่ผิด เช่น การขโมยผลงานหรือการตัดต่อภาพในเชิงอนาจาร การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยคุ้มครองสิทธิและยกระดับคุณภาพงานให้สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด
คุณอิสระได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการสร้างมาตรฐานว่า “การมีมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจนจะช่วยคุ้มครองสิทธิของครีเอเตอร์ และเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้คนทำงานสร้างสรรค์สามารถปกป้องผลงานและศักดิ์ศรีของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ปั้น Creator Economy ไทยเติบโตยั่งยืนในเวทีสากล
ในเชิงการดำเนินงานระยะยาว สมาคมตั้งเป้าเป็นองค์กรกลางในการจัดทำแนวปฏิบัติวิชาชีพและกำหนดนิยามของบทบาทต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม เช่น Content Creator, Influencer, นักขายออนไลน์ และ KOL ให้มีความชัดเจน พร้อมทั้งสนับสนุนสิทธิและโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการให้ความรู้ด้านการเงิน ภาษี และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผ่านโครงการอัปสกิล (Up-skill) ที่รวบรวมองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญไปสู่คนไทยทั่วประเทศ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กสทช. หรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุนและสวัสดิการ นอกจากนี้ยังมุ่งเป้าที่จะส่งออกคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น ตลาดญี่ปุ่นและเกาหลี เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตระดับสากล
การรวมตัวกันครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการรวมกลุ่มเพื่อนร่วมอาชีพ แต่คือการสร้างฐานรากที่แข็งแกร่งให้อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์เติบโตได้อย่างยั่งยืน ได้รับการยอมรับในฐานะวิชาชีพที่มีมาตรฐาน และเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก โดยสมาชิกและผู้สนใจสามารถติดตามและติดต่อสมาคมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนิเวศสื่อที่มีคุณภาพร่วมกันต่อไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
จุฬาฯ ผนึก IBM ปั้นไทยสู่ ‘ผู้สร้าง’ เทคโนโลยีควอนตัม
EfraStructure ดันสตาร์ตอัปไทย ขยับเข็มเศรษฐกิจ 9 แสนล้านบาท





