Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

TCEB กางแผนขับเคลื่อน Future Food ผ่านอุตสาหกรรม MICE ไทยสู่สายตาโลก

TCEB กางแผนขับเคลื่อน Future Food ผ่านอุตสาหกรรม MICE ไทยสู่สายตาโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conventions, and Exhibitions) ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านการจัดงานประชุมขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นประเภท Summit หรือ Conference รวมถึงงานแสดงสินค้าและนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้มารวมตัวกัน ซึ่งภายในงาน Future Food 2025 จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ได้ฉายภาพถึงบทบาทของ TCEB ในการนำ MICE เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ก้าวไกลสู่สายตาโลก

5 Future Frontiers : เปิด 5 อุตสาหกรรม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทยระดับแสนล้าน

คุณจารุวรรณได้ฉายให้เห็นถึงความสำคัญของ MICE ผ่านมูลค่าการใช้จ่ายลงในกระแสเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2568 ที่สูงถึง 338,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.65 เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP นอกจากนี้ยังสร้างการจ้างงานในอุตสาหกรรมกว่า 300,000 งาน ซึ่งสามารถสร้างภาษีกลับเข้าสถาบันได้ประมาณ 25,000 ล้านบาท ภายในปีนี้ทาง TCEB จึงตั้งเป้าที่จะต่อยอดความสำเร็จผ่านการส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่

  1. Food Value Chain & Innovation: ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร รากฐานความแข็งแกร่งเดิมของประเทศที่ต้องยกระดับสู่นวัตกรรม
  2. Digital & AI: ทำหน้าที่เป็น “Enabler” หรือผู้สนับสนุนหลักในทุก Real Sector เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตรวจสอบย้อนกลับ
  3. Wellness & Longevity: การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผู้สูงวัยและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อรับมือกับสังคมสูงอายุในอนาคต
  4. Advanced & Sustainable Manufacturing: การปรับโฉมภาคการผลิตสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสูง
  5. Bioeconomy & Life Sciences: การต่อยอดจากความหลากหลายทางชีวภาพสู่วิทยาศาสตร์การแพทย์และยา

เจาะลึก TREND FUTURE FOOD: จากความมั่นคงสู่อาหารชะลอวัย (Longevity)

คุณจารุวรรณได้กล่าวถึงเทรนด์ด้านอาหารว่า นอกจากการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในด้านของผลผลิต (Productivity) และภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อด้านขนย้าย (Logistics) ผ่านเทคโนโลยี Smart Farming ด้วย AI และการขนส่งของสดด้วย Cold Chain แล้ว การสร้างนวัตกรรมทางอาหารให้สามารถกลายเป็นยาที่ส่งเสริม Longevity ก็สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องด้วยแนวโน้มของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโอกาสเพิ่มจำนวนถึงสองเท่าในปี 2050 ความต้องการทางอาหารในอนาคตจึงอาจจะไม่ใช่แค่เพียงอาหารธรรมดาอีกต่อไป แต่อาจจะต้องคำนึงถึงการเป็น Healthy Diet เพื่อตอบคำถามว่าการรับประทานครั้งนี้จะส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

และเมื่อการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพคือเทรนด์ที่กำลังมาแรงในอนาคต คำถามสำคัญต่อมาคือแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารที่เรารับประทานนั้นมีที่มาจากแหล่งไหน นั่นจึงทำให้เทรนด์ต่อไปที่จะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารคือเทคโนโลยีดิจิทัลและ Blockchain โดยคุณจารุวรรณได้ยกตัวอย่างว่า ในอุตสาหกรรมไมซ์ จะมีการนำผลผลิต หรือสินค้าอุตสาหกรรมจากเกษตรกรเข้ามานำเสนอในงานประชุมหรือสัมมนาเป็นปกติ ซึ่งในต่างประเทศจะมีเงื่อนไขว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องสามารถตรวจสอบได้ว่ามีที่มาจากแหล่งไหน เทคโนโลยี Blockchain จึงเข้ามาเป็นส่วนสำคัญเพื่อตอบโจทย์ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้ามากยิ่งขึ้น

มุ่งสู่ความยั่งยืน: Regenerative Agriculture และ Upcycled Food

คุณจารุวรรณยังได้กล่าวว่าเทรนด์สุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือเทรนด์ของ Sustainability ซึ่งปัจจุบัน ระบบเกษตรกรรมฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) และการทำอาหารจากวัตถุดิบเหลือใช้ (Upcycled Food) เพื่อลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) กำลังเป็นที่จับตามอง โดยโจทย์สำคัญของโลกในตอนนี้จึงเป็นการทำอย่างไรให้ผลผลิตที่ออกมาเหล่านี้สามารถทานได้แม้คุณภาพอาจจะไม่สวยงาม พร้อมกันกับการทำ Eco Packaging และ Carbon Labeling เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเพื่อความยั่งยืน

บทบาทของ MICE กับอุตสาหกรรม Future Food

ด้วยความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทยที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ทาง TCEB จึงมองเห็นถึงโอกาสที่จะนำเทรนด์เทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไปเป็น Sub-Theme ของงาน Exhibition ที่เกี่ยวกับอาหารที่ทุกคนอาจจะคุ้นเคยกันดี เช่น งาน THAIFEX, Food Ingredients Asia หรืองาน ProPak เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางเทคโนโลยีด้านอาหารที่ชัดเจนและแข่งขันได้ จนสามารถทำให้ต่างชาติต้องมองว่า “ถ้าเกี่ยวกับเรื่องอาหารในภูมิภาคเอเชีย ต้องมาที่ประเทศไทย”

พัฒนาสู่ Area-Based: TCEB ส่ง 3 จังหวัด สู่เมืองโดดเด่นด้านอาหาร (Gastronomy City) ตามมาตรฐาน UNESCO

พัฒนาสู่ Area-Based: TCEB ส่ง 3 จังหวัด สู่เมืองโดดเด่นด้านอาหาร (Gastronomy City) ตามมาตรฐาน UNESCO

นอกจากการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ่านงานอีเวนต์ขนาดใหญ่แล้ว ทาง TCEB เองก็ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมผ่านทางชุมชน (Area-Based) โดย TCEB ได้ส่ง 9 จังหวัดสู่ UNESCO Creative City Network ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการนำเสนอเมืองที่มีความเชี่ยวชาญและโดดเด่นในด้านต่าง ๆ โดยปัจจุบันมีเมืองที่ได้รับการยอมรับเป็น UNESCO Creative City Network ด้าน Gastronomy City หรือเมืองที่มีความโดดเด่นในด้านของวัฒนธรรมอาหาร อยู่ด้วยกัน 3 จังหวัด คือ เพชรบุรี ภูเก็ต และสงขลา โดยการจะเป็น Gastronomy City ได้ จะต้องผ่านเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในการทำอาหาร ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากอาหารท้องถิ่น หรือการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนให้มีห่วงโซ่อาหารยังอยู่ในเมือง เป็นต้น

ไม่ใช่แค่ Sea Sand Sun แต่คือ “โอกาสทางธุรกิจ”

ท้ายที่สุด คุณจารุวรรณยังได้ย้ำถึงความสำคัญของการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำว่า หากจะยกระดับของอุตสาหกรรมได้จะต้องให้ความสำคัญและส่งเสริมอุตสาหกรรมตั้งแต่การดูแลคุณภาพวัตถุดิบ การทำ R&D หรือการส่งเสริมการทำ Geographical Indication (GI) เพราะหากต้นน้ำถึงปลายน้ำนั้นเติบโต ไมซ์จะสามารถเป็นเครื่องมือที่จะดึงทั้ง Supply Chain ออกสู่สายตาโลกได้ และจะทำให้การจัดงานอีเวนต์ในแต่ละครั้งไม่เพียงเป็นแค่งานแสงสีเสียงที่จัดและจบไป แต่จะเป็นโชว์ถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยทั้งองคาพยพ เพื่อต่อยอดและเปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่ประเทศ และเปลี่ยนภาพจำของประเทศไทยให้เป็นช่องทางการลงทุน มากกว่าแค่การขายการท่องเที่ยวแบบ Sea Sand Sun เพียงอย่างเดียว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Nutriflow ชู ‘Adaptive Flow’ นวัตกรรมอาหารแพทย์แก้โจทย์ ‘กลืนลำบาก’ ในผู้สูงวัย

Genfosis ชู ‘วิทย์นำธุรกิจ’ ดัน Future Food ยอดซื้อซ้ำพุ่ง 74%

×

Share

ผู้เขียน