Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

TED Fund ปี 69 อัดฉีด 300 ล้านแจกทุนให้เปล่า หนุน 300 สตาร์ตอัปไทย

TED Fund ปี 69 อัดฉีด 300 ล้านแจกทุนให้เปล่าหนุน 300 สตาร์ตอัปไทย

กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมปี 2569 บนเวที Future Food Leader Summit 2026 โดยเตรียมอัดฉีดงบประมาณรวมกว่า 300 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัปไทยจำนวน 300 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่นักศึกษาจบใหม่จนถึงธุรกิจที่ต้องการขยายตลาด ชูจุดเด่นโมเดล “เงินทุนให้เปล่า” (Grant) โดยไม่เข้าถือครองหุ้น เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ พร้อมเน้นย้ำเงื่อนไขสำคัญระบบ “สำรองจ่าย” (Reimbursement) เป็นกลไกคัดกรองความพร้อมและความตั้งใจจริงของผู้ประกอบการในการเข้าสู่สนามแข่งขันทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ปิดช่องว่างความเสี่ยงด้วยเงินทุนให้เปล่า

นายสัตวแพทย์ ดร.สนัด วงศ์ทวีทอง ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยไปสู่การทำพาณิชย์ (Commercialization) นั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ท้าทาย โดยจำแนกความเสี่ยงออกเป็น 4 ด้านหลักที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ ได้แก่

  1. Product Challenge ซึ่งเป็นความท้าทายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดขึ้นจริงและตอบโจทย์การใช้งาน
  2. Business Challenge การสร้างโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งเพื่อให้สินค้านั้นขายได้และสร้างกำไร
  3. Innovation Challenge หรือความท้าทายด้านนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญทางธุรกิจ เพราะหากสินค้าขายดีโดยขาดความแตกต่างทางนวัตกรรม ก็ย่อมตกเป็นเป้าหมายของการลอกเลียนแบบได้ง่าย
  4. Process Challenge การบริหารจัดการกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะผลิตเองหรือว่าจ้าง รวมถึงการจัดการระบบหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพ

เพื่อลดทอนความเสี่ยงเหล่านี้ TED Fund จึงเข้ามาสนับสนุนด้วยกลไกทางการเงินในรูปแบบ “เงินอุดหนุนสมทบแบบให้เปล่า” (Grant) ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการระดมทุนผ่านนักลงทุนทั่วไป (Venture Capital) ที่มักต้องการหุ้นหรือสัดส่วนความเป็นเจ้าของบริษัทเป็นการแลกเปลี่ยน แต่สำหรับ TED Fund แล้ว สิ่งที่กองทุนต้องการไม่ใช่ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินหรือหุ้น แต่คือ “ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ” ที่วัดผลได้ในเชิงเศรษฐกิจ เช่น การจ้างงาน การสร้างรายได้ และยอดขายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาความเป็นเจ้าของกิจการไว้ได้อย่างเต็มภาคภูมิและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

เปิดโผงบประมาณปี 69 มุ่งเป้า 300 โครงการ

สำหรับการขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2569 นี้ กองทุนได้ประกาศวิสัยทัศน์เชิงรุกด้วยการตั้งเป้าหมายสนับสนุนโครงการนวัตกรรมให้ได้ถึง 300 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณรวมกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีงบประมาณที่ผ่านมาที่สนับสนุนไป 282 โครงการ มูลค่า 273 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเร่งเครื่องเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง

โครงสร้างการจัดสรรทุนในปีนี้ถูกออกแบบให้ครอบคลุมตลอดช่วงชีวิตของธุรกิจ (Business Lifecycle) อย่างสมดุล โดยแบ่งสัดส่วนน้ำหนักไปยังกลุ่มต่าง ๆ อย่างชัดเจน ได้แก่ ทุนสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในระยะเริ่มต้น (Idea Stage) จำนวน 120 ทุน และระยะพัฒนาต้นแบบ (POC) จำนวน 100 ทุน ซึ่งรวมกันแล้วสูงถึง 220 โครงการ เพื่อสร้างฐานพีระมิดนักรบเศรษฐกิจใหม่ให้กว้างขึ้น ในขณะที่ส่วนยอดของพีระมิดซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่แข็งแรงพร้อมขยายตลาด (Scaling Up) ได้รับการจัดสรรไว้ที่ 50 ทุน และกลุ่มธุรกิจแบบ B2B (Startup for Startup) อีก 25 ทุน

นอกจากนี้ ยังมีการขยายขอบเขตการสนับสนุนให้ครอบคลุม 13 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยปีนี้ได้เพิ่ม 2 อุตสาหกรรมใหม่ที่สอดรับกับเทรนด์โลกคือ กลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative & Soft Power) และกลุ่มสมุนไพร (Herbal) เข้ามาเสริมทัพ นอกเหนือจากกลุ่มอาหาร อาหารฟังก์ชัน และการแพทย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย

ปูพรม TED Youth Startup รอบ 2 ดีเดย์เมษายนนี้

กองทุนยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานบุคลากรด้านนวัตกรรมผ่านโครงการ TED Youth Startup ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจและเปิดกว้างกว่าที่หลายคนเข้าใจ โดยคุณสมบัติหลักของผู้ขอรับทุนคือต้องเป็นนิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรี โท เอก หรือเป็นบัณฑิตที่จบการศึกษามาแล้วไม่เกิน 5 ปี โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุของผู้สมัครแต่อย่างใด

นายสัตวแพทย์ ดร.สนัด ได้ยกกรณีศึกษาที่น่าสนใจของนักศึกษาระดับปริญญาเอกสถาบัน AIT วัย 55 ปี ที่พัฒนาอุปกรณ์ตรวจสอบถัง ซึ่งสามารถขอรับทุนได้เช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าคำว่า Youth ในบริบทของ TED Fund หมายถึงสถานะทางการศึกษาและความสดใหม่ของไอเดีย ไม่ใช่ตัวเลขอายุ

สำหรับผู้ประกอบการที่มีอายุงานเกิน 5 ปีหรือจบการศึกษามานานแล้ว ทางผู้จัดการกองทุนได้แนะนำแนวทางในการเข้าถึงโอกาสนี้ว่าสามารถทำได้โดยการลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรระยะสั้น หรือการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) เพื่อให้ได้รับสถานะนักศึกษา หรืออาจใช้บุตรหลานเป็นตัวแทนในการยื่นข้อเสนอโครงการ ก็ถือเป็นช่องทางที่สามารถทำได้ตามระเบียบ

ในส่วนของโครงสร้างทุนแบ่งออกเป็น 2 ระยะอย่างชัดเจน ได้แก่

  • ทุนระยะเริ่มต้น (Idea Stage) มูลค่า 150,000 บาทซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ให้เพียง 100,000 บาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการสั้นเพียง 6 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพิสูจน์แนวคิดหรือแผนธุรกิจเบื้องต้น โดยมีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับเวทีประกวดแผนธุรกิจทั่วไปที่มักให้เงินรางวัลเพียงหลักหมื่นบาท และที่สำคัญคือในระยะนี้ยังไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สามารถรวมทีมกัน 3-5 คนเพื่อขอรับทุนได้
  • ระยะที่สองคือ 2. ทุนระยะพัฒนาต้นแบบ (Proof of Concept – POC) มูลค่าสูงถึง 1,500,000 บาทสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดสอบตลาดจริง ซึ่งหากผ่านการคัดเลือกในขั้นตอนนี้ ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการจดทะเบียนบริษัทเพื่อทำสัญญารับทุน โดยไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องจับตามองคือการเปิดรับสมัครรอบที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ หลังจากรอบแรกได้ปิดรับไปแล้วในช่วงเดือนธันวาคม

ผนึกเครือข่ายพี่เลี้ยงพร้อมงบจ้างที่ปรึกษา

นายสัตวแพทย์ ดร.สนัด วงศ์ทวีทอง ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund)

หัวใจสำคัญของการดำเนินงานคือระบบ พี่เลี้ยงหรือ TED Fellow ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายพันธมิตรกระจายอยู่กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบหน่วยงานมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนจำนวน 15 แห่ง โดยมีพันธกิจหลักในการช่วยสรรหา คัดกรอง บ่มเพาะ และดูแลผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น เครือข่ายมหาวิทยาลัยมหิดลที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ หรือเครือข่ายภาคเอกชนอย่าง Future Food Lab และ TasteBud ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารแห่งอนาคต

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ระดับ 2 ล้านบาท อย่างทุนขยายตลาด (Scaling Up) และทุน Startup for Startup แม้ระเบียบจะเปิดช่องให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นข้อเสนอโครงการต่อกองทุนได้โดยตรงโดยไม่จำเป็นต้องผ่านการคัดกรองจาก TED Fellow แต่ในทางปฏิบัติ การเตรียมข้อมูลและแผนงานมีความซับซ้อนสูง ทางกองทุนจึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถจัดสรรงบประมาณได้สูงสุดถึงร้อยละ 10 ของมูลค่าโครงการ (เช่น 200,000 บาท จากวงเงิน 2 ล้านบาท) เพื่อใช้เป็นค่าตอบแทนในการจ้างที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งอาจเป็น TED Fellow หรืออาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาช่วยดูแลตลอดระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ กองทุนยังได้ขยายความร่วมมือไปยังภาคีเครือข่ายการลงทุนอย่างสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) และเครือข่ายนักลงทุนอิสระ (Angel Investor) อย่าง TIBAN เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาคเอกชนได้อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างครบวงจร

บทพิสูจน์ความพร้อมผ่านระบบ “สำรองจ่าย”

อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญที่ นายสัตวแพทย์ ดร.สนัด เน้นย้ำเพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม คือรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนของกองทุนที่ใช้ระบบ “การเบิกจ่ายย้อนหลัง” (Reimbursement) ซึ่งหมายความว่ากองทุนจะไม่ได้โอนเงินก้อนใหญ่ให้ผู้ประกอบการทันทีที่เริ่มโครงการ แต่ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินงานและสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายในแต่ละงวดงานไปก่อน เมื่อมีผลงานและหลักฐานการจ่ายเงินที่ถูกต้องครบถ้วน จึงจะสามารถนำมาเบิกคืนจากกองทุนได้

ดังนั้น “สภาพคล่อง” จึงเป็นกุญแจสำคัญ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีเงินทุนก้อนแรกในการเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ธุรกิจ โดยผู้จัดการกองทุนได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจว่า ตามกฎหมายการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แม้จะจดทะเบียนด้วยทุน 1 ล้านบาท แต่ในทางปฏิบัติสามารถชำระค่าหุ้นขั้นต่ำเพียงร้อยละ 20-25 หรือประมาณ 200,000 – 250,000 บาทเท่านั้น เงินจำนวนนี้เองที่จะกลายเป็น “เงินทุนตั้งต้น” (Seed Money) สำหรับการสำรองจ่ายในช่วงแรก เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าไปได้ก่อนที่จะได้รับเงินสนับสนุนในงวดถัดไป ระบบนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการให้เงิน แต่เป็นกลไกคัดกรองความตั้งใจจริงและวินัยทางการเงินของผู้ประกอบการไปในตัว

ดันผู้ประกอบการไทยผงาดเวทีโลก

นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านเงินทุน TED Fund ยังมีบทบาทในการติดอาวุธทางปัญญาและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ผ่านหลักสูตรบ่มเพาะเข้มข้น เช่น “TED Inno Bid Masterclass” ที่เปิดอบรมฟรี 3 วันเต็ม และโครงการ “8-week Bootcamp” สำหรับผู้ที่ได้รับทุน เพื่อเตรียมความพร้อมรอบด้านก่อนออกสู่ตลาดจริง รวมถึงกิจกรรม “TED Club Networking” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้พบปะกับนักลงทุน (VC) และคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในมิติของการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ กองทุนได้ดำเนินโครงการเชิงรุกภายใต้ชื่อ “Tech Global Network” เพื่อพาผู้ประกอบการไทยไปแสวงหาโอกาสใหม่ในเวทีโลก โดยได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากการนำคณะผู้ประกอบการจำนวน 8 ราย ไปร่วมจัดแสดงในพาวิลเลียนไทยที่งาน World AI Expo ณ เมืองจูไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจในเมืองสำคัญอย่างเซินเจิ้น คุนหมิง และอู่ฮั่น โดยทางกองทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนของค่าเช่าพื้นที่ออกบูธ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 70,000-80,000 บาทให้ฟรี ผู้ประกอบการรับผิดชอบเพียงค่าเดินทางและที่พักเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนในการเปิดตลาดต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น กองทุนยังมีความร่วมมือระดับนานาชาติกับหน่วยงานพันธมิตรที่เข้มแข็ง อาทิ ความร่วมมือกับ Food Innopolis ในการนำสตาร์ตอัปสายอาหาร (Food Tech) ไปบุกตลาดที่ประเทศฝรั่งเศส และการขยายความร่วมมือไปยังประเทศเกาหลีใต้

นอกจากนี้ ในระดับประเทศยังมีการจับมือกับภาคเอกชนชั้นนำอย่าง Krungsri Finnovate ในงาน Global Founder และการเข้าร่วมงาน Tech Sauce Global Summit เพื่อผลักดันให้สตาร์ตอัปไทยมีโอกาสฉายแสงในระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ผู้จัดการ TED Fund กล่าวทิ้งท้ายถึงผลกระทบเชิงบวกที่กองทุนได้สร้างขึ้นตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา โดยได้สนับสนุนโครงการไปแล้วกว่า 1,200 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ประเทศได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นความคุ้มค่าถึง 5 เท่า ผ่านการจ้างงานและการสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ การเปิดโอกาสครั้งนี้จึงนับเป็นจังหวะเวลาสำคัญที่นักวิจัยและผู้ประกอบการไทยจะได้ใช้ประโยชน์จากกลไกของรัฐเพื่อยกระดับศักยภาพของตนเองสู่ความยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ไทยพุ่ง 1.3 แสนล้าน ลุยขยายการลงทุนสู่ภูมิภาค

บีคอน วีซี ทุ่ม 600 ล้านบาท หนุน 3 สตาร์ตอัป ESG โลก ผ่าน Beacon Impact Fund

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar