Thai Coco ยกราชบุรีสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เปิด Brand Experience Exhibition “Ratchaburi in the City” ถ่ายทอดเรื่องราวจากสวนมะพร้าวออร์แกนิก สู่การเป็น “Coconut Specialty Brand”
กลางกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยตึกสูงและความเร่งรีบ กลับมีมุมหนึ่งที่ถูกแปลงให้กลายเป็นสวนมะพร้าวจำลองจากจังหวัดราชบุรี บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์น้ำมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิก “Thai Coco” ใช้พื้นที่นี้เปิดตัวนิทรรศการ Brand Experience Exhibition ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ratchaburi in the City” ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ต้นทางในสวนมะพร้าวออร์แกนิกจนถึงปลายทางที่มือผู้บริโภค เพื่อตอกย้ำจุดยืนที่บริษัทวางไว้ นั่นคือการก้าวขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวอย่างครบวงจร ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุขวดรายหนึ่งในตลาด
เบื้องหลังแบรนด์นี้คือครอบครัวที่คลุกคลีอยู่กับธุรกิจมะพร้าวมานานถึง 30 ปี ก่อนจะรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดก่อตั้งเป็นแบรนด์ Thai Coco ขึ้นในปี 2557 โดยเลือกเดินหน้าทำตลาดในต่างประเทศเป็นก้าวแรก และปีนี้เองที่ถือเป็นปีแรกที่แบรนด์ตัดสินใจกลับมาบุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว
แบรนด์ที่มากกว่าตัวสินค้า สู่จุดยืนผู้เชี่ยวชาญด้านมะพร้าว
จุดเริ่มต้นของการเล่าเรื่องในนิทรรศการครั้งนี้ ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังเปลี่ยนไปว่า ผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับคุณค่าของแบรนด์มากกว่าตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องการรู้ว่าสินค้ามาจากไหน ผลิตอย่างไร และแบรนด์มีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนมากน้อยเพียงใด
“เราจึงต้องการให้ Thai Coco เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำมะพร้าว แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมะพร้าวที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่สวนมะพร้าวออร์แกนิก การทำงานร่วมกับเกษตรกร การคัดเลือกผลผลิต ไปจนถึงการผลิตด้วยมาตรฐานระดับโลก” ดร.วรวัฒน์ กล่าว
ด้วยแนวคิดนี้ นิทรรศการ Brand Experience Exhibition จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวางสินค้าให้ผู้บริโภคหยิบชิม แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสต้นกำเนิดของน้ำมะพร้าวทุกขวดผ่านประสบการณ์จริง เพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
ดร.วรวัฒน์ ยังขยายความคำว่า “ความยั่งยืน” ที่บริษัทยึดถือ โดยระบุว่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลสิ่งแวดล้อม แต่หมายรวมถึงการสร้างการเติบโตร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร การใช้เทคโนโลยีรักษาคุณภาพผลผลิต ไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและตรวจสอบย้อนกลับได้
“สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน”
จากสวนราชบุรี สู่ความลับของ 28 วัน

ถัดจากภาพใหญ่ระดับองค์กร นภัสสร ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) พาผู้ฟังลงลึกไปถึงพื้นที่ต้นทางจริงในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพของประเทศไทย ด้วยสภาพดิน น้ำ และภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้มะพร้าวจากพื้นที่นี้มีรสหวาน กลิ่นหอม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นิทรรศการจึงถ่ายทอดกระบวนการผลิตทั้งหมดผ่านรูปแบบ Immersive Experience ที่ผสานภาพ เสียง และบรรยากาศเสมือนจริง ให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่ในสวนจริง
ผลิตภัณฑ์ที่นำมาเปิดตัวในครั้งนี้ถูกออกแบบแพ็กเกจจิ้งขึ้นเฉพาะสำหรับตลาดในประเทศไทย โดยวางน้ำหนักไปที่เรื่องสุขภาพ ด้วยการเลือกออกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองออร์แกนิก ไม่มีสารเคมีเจือปน ความตั้งใจนี้เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนในสวน ที่ต้องไม่ใช้สารเคมี มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ จนบริษัทได้รับใบรับรองออร์แกนิกอย่างเป็นทางการ แต่เส้นทางกว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้ราบรื่นนัก
คุณนภัสสร เล่าว่าการผลิตในระบบออร์แกนิกเป็นความท้าทายที่ต้องใช้เวลาสะสม เพราะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการดูแลหน้าดินและการเก็บเกี่ยวใหม่ทั้งหมด พร้อมกับปรับปรุงกระบวนการผลิตในโรงงานให้สอดคล้องกัน กว่าจะพัฒนาออกมาเป็นสินค้าตัวนี้ได้จึงต้องใช้เวลาหลายปี
ท่ามกลางรายละเอียดทั้งหมด สิ่งที่คุณนภัสสรเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว โดย Thai Coco เลือกเก็บมะพร้าวในช่วงอายุ 28 วันเท่านั้น เพราะเป็นจังหวะที่รสชาติลงตัวที่สุด “เป็นรสชาติที่กำลังพอดี หวานพอดี หอมพอดี แล้วก็ไม่ได้หวานเกินไป”
ในส่วนของความร่วมมือทางธุรกิจ Thai Coco ได้จับมือกับ Roots แบรนด์กาแฟสเปเชียลตี้ที่บริษัทติดตามผลงานมานาน โดยวางจุดยืนของตนเองเป็น “Specialty Coconut” จึงตัดสินใจติดต่อไปเพื่อร่วมสร้างสรรค์เมนูด้วยกัน ก่อนทิ้งท้ายด้วยแท็กไลน์สั้น ๆ ที่สรุปแนวคิดทั้งหมดของแบรนด์ไว้ว่า “พิเศษพิสูจน์ได้”
เสียงยืนยันจากพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่
หากคำกล่าวของผู้บริหารคือกรอบใหญ่ของเรื่องราว เสียงจากคนทำงานจริงคือรายละเอียดที่ทำให้เรื่องราวนั้นมีน้ำหนัก วรัตต์ วิจิตรวาทการ เจ้าของร้านกาแฟสเปเชียลตี้ Roots ยอมรับว่า ในช่วงแรกที่ได้รับการติดต่อ เขามีความกังวลไม่น้อยกับการนำผลิตภัณฑ์แบบพร้อมดื่มมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มพิเศษ เพราะโดยปกติสินค้ากลุ่มนี้มักถูกมองว่าเหมาะกับการวางขายในโมเดิร์นเทรดมากกว่าจะนำมาต่อยอดสร้างสรรค์เมนู แต่ความคิดนั้นเปลี่ยนไปทันที หลังทดลองชิมขวดแรก
“รู้สึกว่าสิ่งนี้มีความพิเศษในทั้งรสชาติ รู้เลยว่าไม่ใช่ของที่ทำมาเพื่อแค่ขายในโมเดิร์นเทรด แต่มีจิตวิญญาณและมีรสชาติที่พิเศษจริง ๆ”
คุณวรัตต์ ขยายความเพิ่มเติมว่า ความหอมตามธรรมชาติของผลิตภัณฑ์สัมผัสได้ชัดเจนตั้งแต่กลิ่นแรก ทั้งความหวานที่พอดีและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับน้ำมะพร้าวจากลูกสดจนแทบแยกไม่ออก ซึ่งเขามองว่าสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้ที่มองหาสินค้าที่ดีต่อร่างกายและธรรมชาติไปพร้อมกัน
หากวรัตต์คือเสียงจากฝั่งผู้ประกอบการ อีกเสียงหนึ่งที่ขาดไม่ได้มาจากคนที่อยู่กับต้นมะพร้าวมาทั้งชีวิต ทิติพงษ์ จันทรสร หรือที่รู้จักกันในชื่อ ลุงเชื่อม โคโคนัท วอเทอร์ ซอมเมอลิเยร์คนแรกของไทย เล่าว่า ตนเองอยู่กับมะพร้าวมาตั้งแต่เกิด นับรวมแล้วกว่า 40-50 ปี โดยผ่านการเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาเป็นการทำสวนและปลูกมะพร้าวในเวลาต่อมา ประสบการณ์ที่สั่งสมมานี้เองที่ทำให้คำยืนยันเรื่องอายุการเก็บเกี่ยวของเขามีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่าข้อมูลเชิงเทคนิคจากฝ่ายการตลาด
ลุงเชื่อมยืนยันว่าหากเก็บมะพร้าวที่อายุ 20 วันหรือ 10 วัน รสชาติจะยังอ่อนเกินไป ไม่ต่างจากการดื่มน้ำเปล่าที่ไม่มีรสชาติใด ๆ “ต้องมีถึง 28 วัน ถ้า 28 วันเนี่ย มันจะออกหวานหอมกำลังดี”
นอกเหนือจากความรู้เรื่องมะพร้าว ลุงเชื่อมยังพกความผูกพันกับบ้านเกิดมาด้วยเสมอ เขาขับร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองในสวนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวมะพร้าวราชบุรีให้ผู้ร่วมงานฟัง ความว่า “เมืองราชบุรี มะพร้าวดี หอมเย็นชื่นใจ ระบือไปไกล แห่งใดไม่เท่าราชบุรี” ก่อนทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่ามะพร้าวที่ Thai Coco คัดสรรมาทั้งหมดมาจากราชบุรีเท่านั้น และแม้จังหวัดอื่นจะมีรสชาติในแบบของตนเอง แต่มะพร้าวราชบุรีมีเอกลักษณ์เฉพาะตรงรสหวานนุ่มและกลิ่นหอมตามธรรมชาติที่หาไม่ได้จากที่อื่น
เป้าหมายและทิศทางต่อจากนี้
เมื่อเรื่องราวเดินทางกลับมาที่ภาพรวมอีกครั้ง ดร.วรวัฒน์ ระบุถึงเป้าหมายของบริษัทว่า ต้องการให้ Thai Coco เป็นแบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวคุณภาพระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว กะทิ หรือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ต่อยอดจากมะพร้าวในอนาคต โดยยึดหลักความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณค่าของแบรนด์อย่างแท้จริง และต่อยอดไปสู่ความเชื่อมั่น ความภักดี และการบอกต่อ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก
หลังจบกิจกรรม Brand Experience Exhibition ครั้งนี้ Thai Coco เตรียมต่อยอดการสร้างประสบการณ์ผ่านกิจกรรม Roadshow “รถน้ำมะพร้าวใจดี” ที่จะเดินทางไปมอบความสดชื่นให้กับผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมเตรียมความร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์เครื่องดื่ม YENYEN by Ichitan เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคต่อไป
นิทรรศการ “Ratchaburi in the City” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2569 ณ โซน Beacon ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: thaicocothailand
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ถอดสูตร ‘เอมโอชา’ พลิกโฉมน้ำพริกไทย กวาดยอดขายร้อยล้านในเซเว่นฯ
เปิดแล้ว ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ปักหมุดต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย



