Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Thai Coco ยกราชบุรีมาไว้กลางกรุง เปิดตัว ‘Coconut Specialty Brand’ ผ่านความลับ 28 วัน

Thai Coco ยกราชบุรีมาไว้กลางกรุง เปิดตัว 'Coconut Specialty Brand' ผ่านความลับ 28 วัน

Thai Coco ยกราชบุรีสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เปิด Brand Experience Exhibition “Ratchaburi in the City” ถ่ายทอดเรื่องราวจากสวนมะพร้าวออร์แกนิก สู่การเป็น “Coconut Specialty Brand”

กลางกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยตึกสูงและความเร่งรีบ กลับมีมุมหนึ่งที่ถูกแปลงให้กลายเป็นสวนมะพร้าวจำลองจากจังหวัดราชบุรี บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์น้ำมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิก “Thai Coco” ใช้พื้นที่นี้เปิดตัวนิทรรศการ Brand Experience Exhibition ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ratchaburi in the City” ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ต้นทางในสวนมะพร้าวออร์แกนิกจนถึงปลายทางที่มือผู้บริโภค เพื่อตอกย้ำจุดยืนที่บริษัทวางไว้ นั่นคือการก้าวขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวอย่างครบวงจร ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุขวดรายหนึ่งในตลาด

เบื้องหลังแบรนด์นี้คือครอบครัวที่คลุกคลีอยู่กับธุรกิจมะพร้าวมานานถึง 30 ปี ก่อนจะรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดก่อตั้งเป็นแบรนด์ Thai Coco ขึ้นในปี 2557 โดยเลือกเดินหน้าทำตลาดในต่างประเทศเป็นก้าวแรก และปีนี้เองที่ถือเป็นปีแรกที่แบรนด์ตัดสินใจกลับมาบุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว

แบรนด์ที่มากกว่าตัวสินค้า สู่จุดยืนผู้เชี่ยวชาญด้านมะพร้าว

จุดเริ่มต้นของการเล่าเรื่องในนิทรรศการครั้งนี้ ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังเปลี่ยนไปว่า ผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับคุณค่าของแบรนด์มากกว่าตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องการรู้ว่าสินค้ามาจากไหน ผลิตอย่างไร และแบรนด์มีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนมากน้อยเพียงใด

“เราจึงต้องการให้ Thai Coco เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำมะพร้าว แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมะพร้าวที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่สวนมะพร้าวออร์แกนิก การทำงานร่วมกับเกษตรกร การคัดเลือกผลผลิต ไปจนถึงการผลิตด้วยมาตรฐานระดับโลก” ดร.วรวัฒน์ กล่าว

ด้วยแนวคิดนี้ นิทรรศการ Brand Experience Exhibition จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวางสินค้าให้ผู้บริโภคหยิบชิม แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสต้นกำเนิดของน้ำมะพร้าวทุกขวดผ่านประสบการณ์จริง เพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

ดร.วรวัฒน์ ยังขยายความคำว่า “ความยั่งยืน” ที่บริษัทยึดถือ โดยระบุว่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลสิ่งแวดล้อม แต่หมายรวมถึงการสร้างการเติบโตร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร การใช้เทคโนโลยีรักษาคุณภาพผลผลิต ไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและตรวจสอบย้อนกลับได้

“สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน”

จากสวนราชบุรี สู่ความลับของ 28 วัน

นภัสสร ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน)

ถัดจากภาพใหญ่ระดับองค์กร นภัสสร ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) พาผู้ฟังลงลึกไปถึงพื้นที่ต้นทางจริงในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพของประเทศไทย ด้วยสภาพดิน น้ำ และภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้มะพร้าวจากพื้นที่นี้มีรสหวาน กลิ่นหอม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นิทรรศการจึงถ่ายทอดกระบวนการผลิตทั้งหมดผ่านรูปแบบ Immersive Experience ที่ผสานภาพ เสียง และบรรยากาศเสมือนจริง ให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่ในสวนจริง

ผลิตภัณฑ์ที่นำมาเปิดตัวในครั้งนี้ถูกออกแบบแพ็กเกจจิ้งขึ้นเฉพาะสำหรับตลาดในประเทศไทย โดยวางน้ำหนักไปที่เรื่องสุขภาพ ด้วยการเลือกออกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองออร์แกนิก ไม่มีสารเคมีเจือปน ความตั้งใจนี้เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนในสวน ที่ต้องไม่ใช้สารเคมี มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ จนบริษัทได้รับใบรับรองออร์แกนิกอย่างเป็นทางการ แต่เส้นทางกว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้ราบรื่นนัก

คุณนภัสสร เล่าว่าการผลิตในระบบออร์แกนิกเป็นความท้าทายที่ต้องใช้เวลาสะสม เพราะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการดูแลหน้าดินและการเก็บเกี่ยวใหม่ทั้งหมด พร้อมกับปรับปรุงกระบวนการผลิตในโรงงานให้สอดคล้องกัน กว่าจะพัฒนาออกมาเป็นสินค้าตัวนี้ได้จึงต้องใช้เวลาหลายปี

ท่ามกลางรายละเอียดทั้งหมด สิ่งที่คุณนภัสสรเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว โดย Thai Coco เลือกเก็บมะพร้าวในช่วงอายุ 28 วันเท่านั้น เพราะเป็นจังหวะที่รสชาติลงตัวที่สุด “เป็นรสชาติที่กำลังพอดี หวานพอดี หอมพอดี แล้วก็ไม่ได้หวานเกินไป”

ในส่วนของความร่วมมือทางธุรกิจ Thai Coco ได้จับมือกับ Roots แบรนด์กาแฟสเปเชียลตี้ที่บริษัทติดตามผลงานมานาน โดยวางจุดยืนของตนเองเป็น “Specialty Coconut” จึงตัดสินใจติดต่อไปเพื่อร่วมสร้างสรรค์เมนูด้วยกัน ก่อนทิ้งท้ายด้วยแท็กไลน์สั้น ๆ ที่สรุปแนวคิดทั้งหมดของแบรนด์ไว้ว่า “พิเศษพิสูจน์ได้”

เสียงยืนยันจากพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่

หากคำกล่าวของผู้บริหารคือกรอบใหญ่ของเรื่องราว เสียงจากคนทำงานจริงคือรายละเอียดที่ทำให้เรื่องราวนั้นมีน้ำหนัก วรัตต์ วิจิตรวาทการ เจ้าของร้านกาแฟสเปเชียลตี้ Roots ยอมรับว่า ในช่วงแรกที่ได้รับการติดต่อ เขามีความกังวลไม่น้อยกับการนำผลิตภัณฑ์แบบพร้อมดื่มมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มพิเศษ เพราะโดยปกติสินค้ากลุ่มนี้มักถูกมองว่าเหมาะกับการวางขายในโมเดิร์นเทรดมากกว่าจะนำมาต่อยอดสร้างสรรค์เมนู แต่ความคิดนั้นเปลี่ยนไปทันที หลังทดลองชิมขวดแรก

“รู้สึกว่าสิ่งนี้มีความพิเศษในทั้งรสชาติ รู้เลยว่าไม่ใช่ของที่ทำมาเพื่อแค่ขายในโมเดิร์นเทรด แต่มีจิตวิญญาณและมีรสชาติที่พิเศษจริง ๆ”

คุณวรัตต์ ขยายความเพิ่มเติมว่า ความหอมตามธรรมชาติของผลิตภัณฑ์สัมผัสได้ชัดเจนตั้งแต่กลิ่นแรก ทั้งความหวานที่พอดีและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับน้ำมะพร้าวจากลูกสดจนแทบแยกไม่ออก ซึ่งเขามองว่าสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้ที่มองหาสินค้าที่ดีต่อร่างกายและธรรมชาติไปพร้อมกัน

หากวรัตต์คือเสียงจากฝั่งผู้ประกอบการ อีกเสียงหนึ่งที่ขาดไม่ได้มาจากคนที่อยู่กับต้นมะพร้าวมาทั้งชีวิต ทิติพงษ์ จันทรสร หรือที่รู้จักกันในชื่อ ลุงเชื่อม โคโคนัท วอเทอร์ ซอมเมอลิเยร์คนแรกของไทย เล่าว่า ตนเองอยู่กับมะพร้าวมาตั้งแต่เกิด นับรวมแล้วกว่า 40-50 ปี โดยผ่านการเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาเป็นการทำสวนและปลูกมะพร้าวในเวลาต่อมา ประสบการณ์ที่สั่งสมมานี้เองที่ทำให้คำยืนยันเรื่องอายุการเก็บเกี่ยวของเขามีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่าข้อมูลเชิงเทคนิคจากฝ่ายการตลาด

ลุงเชื่อมยืนยันว่าหากเก็บมะพร้าวที่อายุ 20 วันหรือ 10 วัน รสชาติจะยังอ่อนเกินไป ไม่ต่างจากการดื่มน้ำเปล่าที่ไม่มีรสชาติใด ๆ “ต้องมีถึง 28 วัน ถ้า 28 วันเนี่ย มันจะออกหวานหอมกำลังดี”

นอกเหนือจากความรู้เรื่องมะพร้าว ลุงเชื่อมยังพกความผูกพันกับบ้านเกิดมาด้วยเสมอ เขาขับร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองในสวนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวมะพร้าวราชบุรีให้ผู้ร่วมงานฟัง ความว่า “เมืองราชบุรี มะพร้าวดี หอมเย็นชื่นใจ ระบือไปไกล แห่งใดไม่เท่าราชบุรี” ก่อนทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่ามะพร้าวที่ Thai Coco คัดสรรมาทั้งหมดมาจากราชบุรีเท่านั้น และแม้จังหวัดอื่นจะมีรสชาติในแบบของตนเอง แต่มะพร้าวราชบุรีมีเอกลักษณ์เฉพาะตรงรสหวานนุ่มและกลิ่นหอมตามธรรมชาติที่หาไม่ได้จากที่อื่น

เป้าหมายและทิศทางต่อจากนี้

เมื่อเรื่องราวเดินทางกลับมาที่ภาพรวมอีกครั้ง ดร.วรวัฒน์ ระบุถึงเป้าหมายของบริษัทว่า ต้องการให้ Thai Coco เป็นแบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวคุณภาพระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว กะทิ หรือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ต่อยอดจากมะพร้าวในอนาคต โดยยึดหลักความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณค่าของแบรนด์อย่างแท้จริง และต่อยอดไปสู่ความเชื่อมั่น ความภักดี และการบอกต่อ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก

หลังจบกิจกรรม Brand Experience Exhibition ครั้งนี้ Thai Coco เตรียมต่อยอดการสร้างประสบการณ์ผ่านกิจกรรม Roadshow “รถน้ำมะพร้าวใจดี” ที่จะเดินทางไปมอบความสดชื่นให้กับผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมเตรียมความร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์เครื่องดื่ม YENYEN by Ichitan เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคต่อไป

นิทรรศการ “Ratchaburi in the City” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2569 ณ โซน Beacon ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: thaicocothailand

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ถอดสูตร ‘เอมโอชา’ พลิกโฉมน้ำพริกไทย กวาดยอดขายร้อยล้านในเซเว่นฯ

เปิดแล้ว ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ปักหมุดต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar