Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

จุดเสี่ยงที่ซ่อนในงบประมาณปี 70

จุดเสี่ยงที่ซ่อนในงบประมาณปี 70

สภาฯได้พิจาณาร่างพรบ.งบประมาณปี 2570 ที่เพิ่งผ่านวาระแรกไปหมาด ๆ วงเงินรวมทั้งหมด 3.78 ล้านล้านบาท งบประมาณปีนี้น่าสนใจเพราะกำลังจะชี้เป็นชี้ตายอนาคตประเทศไทยว่าจะเป็นอย่างไร เพราะนี่คือบัญชีรายรับรายจ่ายของประเทศ งบประมาณแผ่นดินไม่ใช่แค่ตัวเลขรายรับรายจ่ายประจำปีเท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนวิสัยทัศน์ของประเทศว่าเรากำลังใช้ทรัพยากรของชาติไปกับการแก้ปัญหาของวันนี้หรือกำลังลงทุนเพื่อสร้างโอกาสให้กับอนาคตของคนรุ่นหลัง

งบประมาณแผ่นดินไม่ได้บอกเพียงว่ารัฐบาลจะใช้เงินอย่างไร แต่กำลังบอกถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลว่าจะเลือกอนาคตอย่างไร สำหรับงบประมาณปีนี้มีข้อดีคือ ตัวเลขการคลังการขาดดุลที่ลดลงเหลือ -3.8% ของจีดีพีจาก -4.3% ของจีดีพีในปีก่อน

แต่ข้อที่น่าเป็นห่วงคงจะเป็นเรื่อง ”ความเสี่ยง” ที่ซ่อนอยู่ในทุกจุดของ พรบ..บประมาณปี 2570 ความเสี่ยงแรกที่เห็น คือหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นถึง 2.0% ซึ่งอนาคตน่าเป็นห่วงหากหนี้สาธารณะยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นภาระคนรุ่นหลัง

อีกเรื่องที่ป็น ”ความเสี่ยง” ในอนาคตและเป็นเรื่องใหญ่มากในการที่ไทยจะก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 12 ปีตามเป้าหมายของรัฐบาลนี้ คือ งบลงทุนที่ถูกตัดลงอย่างน่าตกใจ ลดลงจากปี69 เหลือเพียง 7.89 แสนล้านบาท หรือ 20.8% ของวงเงินงบประมาณหรือลดลง 8.4% ซึ่งอาจกระทบต่อศักยภาพในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และโครงการระยะยาวที่จำเป็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต

ที่แย่กว่านั่นคือ ความเสี่ยงที่เกิดจาก ”รายจ่ายประจำ” ซึ่งเป็นรายจ่ายส่วนใหญ่ของงบประมาณประจำปี ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2570 งบประมาณรายจ่ายประจำราว 2.79 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นจากงบฯปี 2569 ราว 5% หรือ 73.6% ของวงเงินรวมใช้สำหรับ รายจ่ายประจำ เช่น เงินเดือน บำเน็จ บำนาญ สวัสดิการของข้าราชการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าน้ำค่าไฟในระบบราชการ

เมื่อรายจ่ายประจำขยายตัวสูงก็เข้าไปแย่งพื้นที่ทางการคลังถึงกว่า 70% ของวงเงินงบประมาณ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2569 ถึง 5% ที่สำคัญรายจ่ายประจำจำนวนมากเป็นรายจ่ายที่ตัดลดได้ยาก เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง และภาระด้านบุคลากรภาครัฐ ทำให้รัฐบาลเหลืองบประมาณไม่ถึง 8 แสนล้านบาทสำหรับใช้ในการลงทุนเพื่ออนาคต เช่นพัฒนาการศึกษาและทักษะแห่งอนาคต ลงทุนเทคโนโลยี ยกระดับสาธาณะสุขและสวัสดิการของประชาชน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ๆ

ตรงข้ามกับหลาย ๆ ประเทศจะให้ความสำคัญเรื่องการลงทุนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในอนาคต ทำไมเวียดนามถึงพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดธนาคารโลกประกาศให้เวียดนามเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ความสำเร็จเป็นผลมาจากงบประมาณของประเทศถูกใช้ในการลงทุนเพื่ออนาคตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนระยะยาว การพัฒนาทักษะแรงงาน ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศและสร้างอุตสาหกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง

อีกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการใช้งบประมาณสำหรับอนาคต คือ เกาหลีใต้ เมื่อเร็ว ๆ นี้รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ มูลค่าเกือบ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39.9 ล้านล้านบาท) หรือเทียบเท่าเกือบ 2 ใน 3 ของมูลค่าจีดีพีประเทศ เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมผลิตเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศหวังชิงเค้กก้อนโตจากกระแส AI เติบโตระดับโลก พร้อมแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและฟื้นฟูเศรษฐกิจนอกกรุงโซล

ประเทศอื่น ๆ รัฐบาลมีวิสัยทัศน์จะใช้งบประมาณเพื่ออนาคต แต่ประเทศไทยงบประมาณส่วนใหญ่ใช้ในการอุ้มระบบราชการที่อุ้ยอ้าย ใช้หนี้เก่าที่หมดไปกับนโยบายประชานิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ประเทศไทยจะติดอยู่กับสภาวะ หาเงินมาได้เท่าไหร่ ก็หมดไปกับอุ้มระบบราชการและใช้หนี้ จนไม่มีเงินลงทุนกับอนาคต มิหนำซ้ำข้าราชการก็ไร้ประสิทธิภาพไม่มีศักยภาพพอที่จะสร้างผลิตภาพของประเทศ

ถ้ารัฐบาลจะปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังและได้ผล ต้องเริ่มจากปฏิรูประบบงานราชการก่อนเป็นอันดับแรก ต้องยุบหน่วยงานที่ไม่มีผลงานหรือหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนทิ้ง เหลือหน่วยงานที่จำเป็นจริงๆลดขนาดองค์กร ลดจำนวนข้าราชการตัดส่วนที่เป็นไขมันทิ้งซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมานาน แต่ทำไม่ได้ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าแตะ อย่างที่รู้ๆกันว่า ระบบราชการเป็นพรรคการเมืองใหญ่และมีอำนาจที่สุด กลายเป็นกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มใหญ่ ที่สำคัญต้องปรับกระบวนการทำงานและให้มีการกระจายอำนาจลงไประดับกลางระดับล่างมากขึ้นใช้บุคลากรน้อยลงและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

อย่าลืมว่าโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน AIกำลังเปลี่ยนวิธีการทำงาน อุตสาหกรรมสีเขียวกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ การลงทุนผลิตเซมิคอนดักเตอร์  เทคโนโลยีชีวะภาพ พลังงานสะอาด กำลังเป็นสนามแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ประเทศที่เตรียมตัวก่อนย่อมได้เปรียบ ซึ่งต้องใช้งบประมาณลงทุนมหาศาล

อีกความเสี่ยงที่อาการน่าเป็นห่วงไม่น้อย  เนื่องจากในรายได้ของรัฐบาลแทบจะไม่พอรายจ่ายโดยรายได้ล่าสุดอยู่ที่ 14.6% ของจีดีพี ขณะที่รายจ่ายยังสูงถึง 18.4% ของจีดีพี ปัญหาคือ เศรษฐกิจไทยโตต่ำมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโตระดับ 2-3% โดยเฉลี่ย  ซึ่งทำให้รายได้รัฐโตต่ำตามไปด้วย สวนทางรายจ่ายภาครัฐสูงกว่ารายได้ต่อเนื่องกว่า 30 ปี เศรษฐกิจโตช้าต่อเนื่องมายาวนานก็เป็นอีกความเสี่ยงเช่นกัน

แม้งบประมาณปี 2570 จะผ่านฉลุย แต่ก็ซ่อนความเสี่ยงที่ซ่อนไว้มากมายหลายจุด ที่จะกลายเป็นปัญหาตามมาในอนาคตอย่างมิอาจปฏิเสธได้

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

ไทยขึ้นชั้นประเทศรายได้สูง… ความหวังหรือแค่ฝัน?

JAS เหนือเมฆ

ทันสมัย … แต่ไม่พัฒนา

×

Share

ผู้เขียน

ทวี มีเงิน Avatar