Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

The Perfect Nazi: เมื่อคุณตาคือนาซี

เกือบร้อยปีแล้วที่พรรคนาซีเกิดขึ้นมาและนำมาสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวและความพินาศของเมืองใหญ่ๆ ทั่วยุโรป

ภาพศพกองเป็นภูเขาในหลาย ๆ พื้นที่ และผู้คนในค่ายกักกันที่ผอมเหมือนโครงกระดูกเดินได้ และเรื่องราวความทารุณจากการเล่าเรื่องของผู้รอดชีวิตปรากฎอยู่ในภาพยนตร์ หนังสือ สารคดีมากมาย ทำให้ทั่วโลกเห็นภาพความโหดร้ายทารุณของนาซี ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครหรือที่ไหนในโลก

แล้วถ้าคุณพบว่าบรรพบุรุษของคุณคือสมาชิกพรรคนาซี ที่สมัครใจเข้าร่วมพรรคตั้งแต่เริ่มต้น และมีบทบาทในพรรคมาตลอด คุณควรจะคิดยังไง

นี่คือเรื่องราวของ มาร์ติน เดวิดสัน (Martin Davidson) บรรณาธิการรายการด้านประวัติศาสตร์และธุรกิจของสถานีโทรทัศน์ BBC และเคยกำกับสารคดีประวัติศาสตร์ให้ช่อง History Channel

มาร์ตินรู้เรื่องนี้จากแม่หลังการตายของคุณตาของเขา บรูโน ลังก์เบน (Bruno Langbehn) ในปี 1993 เมื่อเขาอายุได้ 35 ปี ความสงสัยแรกคือคุณตาเข้าไปเป็นสมาชิกพรรคนาซีได้อย่างไร สมัครใจหรือถูกบังคับ มีบทบาทอย่างไรในพรรค เขาจึงเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณตา และใช้ข้อมูลนั้นเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมา

The Perfect Nazi ตีพิมพ์ในปี 2010 มีความยาว 352 หน้า เรื่องราวของการค้นพบของมาร์ติน และความรู้สึกของเขาต่อสิ่งที่คุณตาได้ทำ

ตั้งแต่เด็ก เขารู้แค่ว่าคุณตาเป็นทหารระดับกลางของกองทัพของนาซีเยอรมนี ที่รอดอย่างหวุดหวิดจากการสังหารของทหารรัสเซีย คุณตาเข้าเรียนทันตแพทย์ และทำงานในเบอร์ลินจนเสียชีวิต  ที่เขาไม่รู้คือคุณตาเป็นนาซีตัวจริงที่สมัครเข้าพรรคตั้งแต่อายุ 19 ปี (ปี 1926) ก่อนที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์จะขึ้นมามีอำนาจเสียอีก

สำหรับมาร์ติน บรูโนคือคุณตาที่สนุกสนาน แต่ในอดีตบรูโนเป็นสมาชิกพรรคผู้ทุ่มเท บรูโนเข้าร่วม Storm Troopers หน่วยกองกำลังกึ่งทหารของนาซียุคแรกๆ และได้รับเหรียญสมาชิกพรรคระดับทอง ตอนอยู่ในหน่วยบรูโนสังกัด Strum 33 ที่ได้ชื่อว่าเป็นกองพลที่ใช้ความรุนแรงมากที่สุด ประจำอยู่เขตหนึ่งของเบอร์ลินที่มีเหตุการณ์รุนแรงขั้นนองเลือดบ่อยครั้ง รวมถึงการกวาดล้างกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์นาซี

ต่อมาบรูโนเข้าร่วมหน่วย SS กองกำลังประจำตัวของฮิตเลอร์ ขึ้นตรงกับผู้นำที่มีหน้าที่สอดส่องดูแลความมั่นคงภายในประเทศ เขาประจำอยู่กอง SD ที่เป็นส่วนที่รับผิดชอบในการหาวิธีการสังหารชาวยิวและเหยื่ออื่นๆ ตลอดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

บรูโนยังไปประจำการอยู่ฮังการีช่วงปี 1944 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะยุติ ปีที่มีการส่งชาวยิวกว่าสี่แสนคนขึ้นรถไฟไปค่ายกักกันเพื่อสังหาร

มาร์ตินไล่เรียงเรื่องราวที่เขาพบตามลำดับจากเอกสารที่ค้นพบ ด้วยความช่วยเหลือจากพี่สาว โดยที่แม่และสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวเรียนรู้ไปด้วยกันด้วยความพรั่นพรึงว่าเขาจะพบเจออะไร

มาร์ตินไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากนักถึงสภาพจิตของบรูโน สิ่งเดียวที่เขาเขียนถึงที่อาจจะเป็นเหตุการณ์ทำให้บรูโนเชื่อในอุดมการณ์ของนาซีคือ พ่อของบรูโนเป็นทหารที่ต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 และตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขเข้มงวดจากผู้ชนะสงครามจนเศรษฐกิจของประเทศพังพินาศ ผู้คนต้องอดอยาก (พรรคนาซีเสนอตัวมากอบกู้ประเทศด้วยการหันหลังให้กับเงื่อนไขเหล่านั้น)

เรื่องราวของบรูโนทำให้มาร์ตินรู้ว่าคุณตาของเขาเป็น ‘นาซีที่สมบูรณ์แบบ’ ชีวิตของบรูโนขึ้นลงตามชะตาของพรรค และภักดีต่อพรรคอย่างสูงสุด

สำหรับมาร์ติน แม้บรูโนจะไม่ได้เหี้ยมโหดเท่านาซีตัวพ่อ อย่างฮิมม์เลอร์ หรือ ไอค์แมนน์ แต่เขาคือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้นาซีมีพลังในการทำลายล้างประเทศอื่นๆ และในการทำเรื่องโหดร้ายต่างๆ โดยเฉพาะกับชาวยิว บรูโนและฟันเฟืองหลายล้านคนคือฝันร้ายที่คนทั้งโลกไม่อยากพบเจออีก

ถามตัวเองว่าถ้าเราเป็นมาร์ติน หลานที่ใช้ชีวิตในโลกที่ปราศจากการกดขี่ข่มเหง ทำงานให้องค์กรใหญ่โต จะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ เขาคงเจ็บปวดที่บรรพบุรุษของเขาเป็นสาเหตุของความทุกข์ทรมาณของคนมากมาย (ประมาณการว่ามีชาวยิว 5.5-6 ล้านคนถูกสังหารในช่วงเหตุการณ์โฮโลคอสต์)

น่าจะเป็นอุทาหรณ์ของผู้นำในหลายๆ ประเทศที่กำลังก่อสงครามกับชาติอื่นๆ หรือกับคนในชาติตัวเอง ว่านอกจากคนที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว ลูกหลานของพวกเขาเองคือคนที่จะต้องทนอยู่กับผลจากการกระทำนั้น

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ทั่วโลกได้จัดงานรำลึกถึงวันที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลงเมื่อ 80 ปีที่แล้ว (ค.ศ. 1945 – พ.ศ. 2488) คนที่เคยประสบกับเหตุการณ์ทารุณโหดร้ายต่างก็ไม่อยากให้ใครได้เจอกับมันอีก มันเป็นไปได้แค่เรามีเมตตากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

×

Share

ผู้เขียน

Achara Deboonme Avatar