Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

‘หวัง หย่าซง’ ชี้อนาคตสื่อยุค AIGC: เมื่อ ‘ไอเดีย’ สำคัญกว่า ‘เทคนิค’

'หวัง หย่าซง' ชี้อนาคตสื่อยุค AIGC: เมื่อ "ไอเดีย" สำคัญกว่า "เทคนิค"

หวัง หย่าซง (Wang Yasong) ประธานบริษัท Guangxi Nanyi Intelligent Technology ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) กำลังจะเข้ามาพลิกโฉมภูมิทัศน์สื่อและคอนเทนต์โลก ในหัวข้อ The Future of Media “การใช้ AI กับวงการสื่อในยุคดิจิทัล” บนเวทีเสวนาวิชาการ “สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และทิศทางสื่อปี 2569” ที่ผ่านมา

บทเรียนจากอดีต: เมื่อ AI ชนะมนุษย์ คือจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจย้อนกลับ

คุณหวัง หย่าซง เริ่มต้นด้วยการพาผู้ฟังย้อนกลับไปทำความเข้าใจรากฐานของ AI ตั้งแต่แนวคิดของ อลัน ทัวริง (Alan Turing) ในปี 1950 ก่อนจะชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ผ่าน “การแข่งขันหมากกระดาน” 3 ครั้งสำคัญ เริ่มจากปี 1962 ที่คอมพิวเตอร์เอาชนะแชมป์หมากฮอส ตามด้วยปี 1997 ที่ “Deep Blue” (ดีปบลู) ของ ไอบีเอ็ม (IBM) เอาชนะ แกร์รี คาสปารอฟ (Garry Kasparov) แชมป์โลกหมากรุกสากล

แต่หมุดหมายที่สำคัญที่สุดคือปี 2016 เมื่อ AlphaGo (อัลฟาโกะ) สามารถเอาชนะ อี เซดอล (Lee Sedol) แชมป์โลกหมากล้อม (Go) ซึ่งเป็นเกมที่มีความซับซ้อนสูงได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้สะท้อนสัจธรรมว่า เมื่อ AI สามารถเอาชนะมนุษย์ในกติกาที่มีความซับซ้อนสูงได้แล้ว มันจะเป็นวิวัฒนาการที่ “ไม่อาจย้อนกลับ” (Irreversible) และนั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่ามนุษยชาติได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง AI อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ คุณหวังยังได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการพลาดโอกาสการลงทุนใน บิตคอยน์ (Bitcoin) สมัยที่ราคายังอยู่ที่ 210 ดอลลาร์สหรัฐ เพียงเพราะขาดความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี บล็อกเชน (Blockchain) ในขณะนั้น บทเรียนนี้ย้ำเตือนว่า โลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และ AI กำลังจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็วกว่าที่เคยเกิดขึ้นมา

3 เสาหลักแห่งขุมพลังและวิวัฒนาการสู่ “Agent” ที่คิดได้เหมือนมนุษย์

3 เสาหลักแห่งขุมพลังและวิวัฒนาการสู่ "Agent" ที่คิดได้เหมือนมนุษย์

เบื้องหลังความอัจฉริยะของ AI ในปัจจุบัน ขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ข้อมูล (Data), โมเดล (Model) และ พลังการประมวลผล (Computing Power) ซึ่งเปรียบเสมือน “ไฟฟ้า” หรือแหล่งพลังงานใหม่ในยุคดิจิทัล โดยมีการคาดการณ์จาก กูเกิล (Google) ว่าภายในปี 2045 มนุษยชาติอาจเดินทางไปถึงจุด “ภาวะเอกฐาน” (Singularity) ที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดจนพลังการประมวลผลของมือถือเพียงเครื่องเดียว อาจเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ทั้งเมืองรวมกัน

สิ่งที่ทำให้ AI ยุคใหม่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง คือวิวัฒนาการจากระบบ “ฐานความรู้” (Knowledge Base) มาสู่ระบบที่เรียกว่า “ตัวแทนอัจฉริยะ” (Agent) คุณหวังขยายความว่า ในอดีต AI ให้คำตอบจากการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่แล้ว แต่ปัจจุบัน AI มีกระบวนการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล (Chain of Thought) เหมือนมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น หากเราถามหาร้านอาหารไทย AI จะไม่เพียงแค่แสดงรายชื่อร้าน แต่จะ “คิด” วิเคราะห์ไปถึงระยะทาง รสนิยมความชอบ พฤติกรรมการกิน และความเหมาะสมของแขกที่จะไปร่วมทานอาหารด้วย ก่อนจะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดออกมา

ความก้าวหน้านี้ยังรวมถึงการจำลองประสาทสัมผัส ในอนาคตเทคโนโลยีอาจพัฒนาไปไกลถึงขั้นจำลอง “กลิ่น” (Scent) ได้ เช่น การประชุมทางไกลที่ผู้ร่วมประชุมสามารถได้กลิ่นหอมของอาหารที่อีกฝั่งกำลังรับประทาน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้น

แพลตฟอร์มเพื่อนักสร้างสรรค์: มุมมองจาก “คนทำสารคดี” สู่เครื่องมือเปลี่ยนโลก

ความน่าสนใจของคุณหวัง หย่าซง คือเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ยังมีพื้นฐานเป็น “คนทำสื่อ” ตัวจริง โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการทำภาพยนตร์สารคดี (Documentary) และคุ้นเคยกับความยุ่งยากในการใช้โปรแกรมตัดต่ออย่าง ไฟนอล คัท (Final Cut) เป็นอย่างดี เขาจึงเข้าใจหัวอกคนทำงานสื่อและยืนยันว่า AI ไม่ได้มาเพื่อแย่งงาน แต่มาเพื่อทลายกำแพงทางเทคนิคที่ซับซ้อน

ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวแพลตฟอร์มการผลิตสื่อ (AIGC Platform) ของ Guangxi Nanyi Intelligent Technology ที่เปลี่ยน “ไอเดีย” ให้เป็น “วิดีโอ” ได้ทันที โดยระบบสามารถเขียนบท สร้างตัวละคร และผลิตวิดีโอออกมาได้ทั้งในรูปแบบแอนิเมชันและวิดีโอสมจริง (Realistic Video) เพียงแค่ป้อนคำสั่งหรือโครงเรื่องที่ต้องการ

คุณหวังได้นำเสนอตัวอย่างผลงานที่น่าทึ่ง เช่น เรื่องราวตำนานพื้นบ้าน “เหยาอาซา” (Yao Asha) และวิดีโอโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองหางโจว ซึ่งล้วนสร้างสรรค์ด้วย AI นอกจากนี้ยังมีการสาธิต (Demo) การใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยนำรูปถ่ายของพิธีกรในงาน มาสร้างเป็นวิดีโอโฆษณาที่ตัวพิธีกรกำลังยกน้ำดื่ม โดยมีการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ถ่ายทำจริงแม้แต่น้อย

ความปลอดภัยต้องมาก่อน: ระบบตรวจสอบเนื้อหาและมาตรฐานสากล

เพื่อให้สอดคล้องกับหัวใจของงาน “สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” คุณหวังเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีที่ทรงพลังต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ แพลตฟอร์มของ Guangxi Nanyi จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับระบบ “ตรวจสอบเนื้อหา” (Content Audit System)และ “แพลตฟอร์มตรวจสอบความถูกต้อง” (Compliance Audit Platform) ตามมาตรฐานสากล

ระบบนี้ทำหน้าที่ตรวจสอบและกรองเนื้อหา เพื่อป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด หรือที่เขาเรียกว่า “ม้าดำ” (Black Horse) เช่น การสร้างเนื้อหาหลอกลวงหรือสร้างความเสียหาย เพื่อให้มั่นใจว่าระบบนิเวศของสื่อ AI จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง

ความร่วมมือกับประเทศไทย: Localize และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน

วิสัยทัศน์ของคุณหวัง หย่าซง บนเวทีนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำเสนอเทคโนโลยี แต่ยังประกาศแผนความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีความตั้งใจที่จะนำโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เข้ามาติดตั้งในไทย (Local Deployment) เพื่อให้ข้อมูล ทรัพย์สินทางปัญญา และระบบตรวจสอบทั้งหมดถูกจัดเก็บและดูแลภายใต้กฎหมายและความปลอดภัยของไทย

เป้าหมายสำคัญคือการนำเทคโนโลยี AI ไปช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก อาทิ โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยใช้ AI ช่วยผู้ประกอบการสร้างคอนเทนต์โปรโมตสินค้า ทำไลฟ์ขายของ (Livestreaming) และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมทั้งมุ่งเน้นด้าน “การศึกษา” (Education) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนไทยสามารถใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ เปลี่ยนการเรียนรู้การตัดต่อที่เคยใช้เวลาเป็นสิบปี ให้เหลือเพียงระยะสั้น

AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงาน แต่เข้ามาเพื่อปลดล็อกขีดจำกัดด้านจินตนาการ มนุษย์จะมีหน้าที่สำคัญในการ “ตัดสินใจ” และ “สร้างสรรค์” ในขณะที่งานผลิตจะถูกขับเคลื่อนด้วย AI นี่คือรุ่งอรุณใหม่ของอุตสาหกรรมสื่อที่ทุกคนสามารถเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพได้ เพียงแค่มีไอเดียและการเข้าถึงเครื่องมือที่ทรงพลัง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Kubix ชี้ RWA Tokenization ทั่วโลกโต 5.8 แสนล้าน ลุยขับเคลื่อน Digital Wealth for All

สมรภูมิสตรีมมิ่ง: เมื่ออำนาจเลือกสื่อ ย้ายจาก ‘สถานี’ สู่ ‘ปลายนิ้ว

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar