Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

WHOOP: ก้าวต่อไปของ Wearable สู่การแพทย์เชิงรุก

WHOOP: ก้าวต่อไปของ Wearable สู่การแพทย์เชิงรุก

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางวันร่างกายถึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเต็มร้อย แต่บางวันกลับรู้สึกอ่อนล้าโดยไม่มีสาเหตุ คำถามเรียบง่ายนี้เคยเกิดขึ้นกับ วิลเลียม อาห์เหม็ด (William Ahmed) นักกีฬาสควอชจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้ไม่สามารถคาดเดาความพร้อมของร่างกายตัวเองเพื่อเตรียมลงแข่งขันได้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นในหอพักนักศึกษาเมื่อปี 2012 ที่ผลักดันให้เกิด “Whoop” บริษัทเทคโนโลยีด้านสมรรถภาพของมนุษย์ที่มุ่งเน้นการติดตามข้อมูลทางสรีรวิทยาอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ คริสเตน โฮล์มส์ (Kristen Holmes) Global Head of Human Performance และ Principal Scientist ของ Whoop ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาจิตวิทยา (Psychophysiologist) ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอัลกอริทึมและระบบโค้ชชิ่งของ Whoop มากว่าทศวรรษ ได้มาร่วมแบ่งปันมุมมองบนเวที Healthspan Festival 2026 ว่า เทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable Tech) กำลังก้าวข้ามจากการเป็นแค่อุปกรณ์ติดตามข้อมูลเบื้องต้น ไปสู่การมอบข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพที่ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คาดการณ์ความเสี่ยง และสอดรับกับเป้าหมายทางการแพทย์ได้อย่างไร

โค้ชสุขภาพส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง

อุปกรณ์ Whoop ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่คอยจดบันทึกข้อมูล แต่เปรียบเสมือนโค้ชสุขภาพส่วนตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้งานบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จทับลงไปได้เลยโดยไม่ต้องถอดออกจากข้อมือเหมือนอุปกรณ์ติดตามตัวอื่นๆ ในท้องตลาด

การทำงานหลักของเทคโนโลยีนี้คือการตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง แล้วแปลงสัญญาณดิบเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการนอนหลับ ความเครียด ภาระของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการฟื้นฟูของร่างกาย

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพระดับสูงนี้ ทำให้ในปัจจุบัน Whoop มีมูลค่าบริษัทสูงถึงประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนชั้นนำอย่าง SoftBank Vision Fund, IBP รวมถึงกลุ่มนักกีฬาอาชีพ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการยอมรับในแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์

นอกจากความสำเร็จทางธุรกิจแล้ว สิ่งที่ยืนยันว่า Whoop เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนคือสถิติการใช้งานแอปพลิเคชันที่สูงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม โดยผู้ใช้งานมีการเปิดแอปพลิเคชันบ่อยครั้งมากในแต่ละวันเพื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกและใช้ประกอบการตัดสินใจเรื่องการฟื้นฟูร่างกาย ความเครียด และการนอนหลับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันที่ช่วยสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้อย่างแท้จริง

“Healthspan” ข้อมูลสุขภาพที่นำไปใช้ได้จริง

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในวงการวิทยาศาสตร์การชะลอวัยคือแนวคิดเรื่อง “Healthspan” หรือช่วงเวลาของชีวิตที่มีสุขภาพดีและปราศจากโรคเรื้อรัง ซึ่งแตกต่างจากการมีอายุยืนยาว (Lifespan) เพียงอย่างเดียว

ในประเด็นนี้ คริสเตน โฮล์มส์ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจจากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อครั้งเป็นหัวหน้าโค้ชกีฬาฮอกกี้สนามที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) นานถึง 13 ปี ว่า

“ฉันมักจะย้ำกับนักกีฬาเสมอว่า ฉันจะไม่เอาข้อมูลที่เยอะเกินไปจนนำไปใช้จริงไม่ได้มาให้พวกเขาดูเด็ดขาด และนี่คือสิ่งที่ฉันรักในฟีเจอร์ Healthspan เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ผ่านการนำเสนอเฉพาะข้อมูลที่ทุกคนสามารถนำไปลงมือทำได้ทันที”

ฟีเจอร์ Healthspan นี้ Whoop ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยด้านวัยชรา (Buck Institute for Research on Aging) เพื่อพัฒนาขึ้นมา ระบบจะทำการวิเคราะห์ตัวชี้วัดหลัก 9 ประการจากข้อมูลในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระยะเวลาและความสม่ำเสมอในการนอนหลับ จำนวนก้าว เวลาในโซนอัตราการเต้นของหัวใจ ระยะเวลาในการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

รวมไปถึงค่า VO2 Max ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวทำนายความเสี่ยงในการเสียชีวิตที่สำคัญที่สุด ไปจนถึงอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักและเปอร์เซ็นต์มวลกล้ามเนื้อ

ระบบจะนำข้อมูลเหล่านี้มาประเมิน “อายุของ Whoop” (Whoop Age) และ “อัตราความเร็วในการแก่ชรา” (Pace of aging) ความอัจฉริยะของฟีเจอร์นี้คือการเชื่อมโยงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเข้ากับผลลัพธ์ทางสุขภาพ ทำให้ผู้ใช้งานได้รับคำติชมแบบเรียลไทม์ และสามารถนำข้อมูลไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริงตามหลักการที่คริสเตนยึดมั่นมาตลอด

ยืนยันความแม่นยำ ยกระดับทั้งสุขภาพกายและใจ

สถิติจากการติดตามผู้ใช้งานเกือบ 12,000 คนชี้ให้เห็นว่า การสวมใส่อุปกรณ์อย่างต่อเนื่องมีความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางสรีรวิทยาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก (Resting Heart Rate) ที่ลดลง ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ที่สูงขึ้น ไปจนถึงการนอนหลับที่สม่ำเสมอและกิจกรรมทางกายที่เพิ่มมากขึ้น

ความน่าเชื่อถือของข้อมูลเหล่านี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติมจากงานวิจัยอิสระทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic review) ที่กำลังรอตีพิมพ์ (Preprint) ซึ่งระบุว่า Whoop มีความแม่นยำในระดับที่ยอมรับได้สำหรับตัวชี้วัดด้านการนอนหลับและระบบหัวใจเมื่อเทียบกับมาตรฐานอ้างอิงระดับทอง (Gold standard) ทำให้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในงานวิจัยทางคลินิกได้

นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว งานวิจัยยังพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างตัวชี้วัดทางสรีรวิทยากับความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจ โดยผู้ที่มีค่า HRV สูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักลดลง และมีการนอนหลับที่สม่ำเสมอ มักจะรายงานถึงระดับความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าที่ลดลงด้วย

Whoop MG ก้าวสู่มาตรฐานทางการแพทย์

วิวัฒนาการทางคลินิกของเทคโนโลยีนี้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเตรียมเปิดตัว Whoop เจเนอเรชันที่ 5 รวมถึงรุ่น “Whoop MG” (Medical Grade) ในเดือนพฤษภาคม ปี 2025 อุปกรณ์นี้ถูกยกระดับให้สามารถตรวจสอบระบบหัวใจและหลอดเลือดในเชิงรุกทางการแพทย์ได้

โดย Whoop MG มาพร้อมกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) บนข้อมือที่ได้รับการรับรองจาก FDA ซึ่งช่วยตรวจหาความผิดปกติของจังหวะการเต้นหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (AFib) ที่มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับ AFib อยู่เบื้องหลังที่ช่วยคัดกรองภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจไม่แสดงอาการเมื่อเวลาผ่านไป รวมถึงให้ข้อมูลเชิงลึกด้านความดันโลหิต แม้จะต้องใช้ร่วมกับการปรับเทียบด้วยเครื่องวัดความดันแบบปลอกแขน แต่ก็ช่วยประเมินและให้บริบทว่าแนวโน้มความดันโลหิตสัมพันธ์กับการฟื้นฟูร่างกาย การนอนหลับ และความเครียดอย่างไร

อนาคตการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่เข้าถึงได้

เทคโนโลยีสวมใส่กำลังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของการดูแลสุขภาพ โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการพึ่งพาการพบแพทย์เป็นครั้งคราวมาเป็นการติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลทางสรีรวิทยาระยะยาวเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ความตื่นตัวด้านดิจิทัลเฮลท์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

หน่วยงานภาครัฐและระบบสุขภาพระดับภูมิภาคกำลังเดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มและบริการโทรเวชกรรม (Telehealth) เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการดูแลรักษาแบบดั้งเดิม

หากมีการบูรณาการข้อมูลอย่างรับผิดชอบ สัญญาณชีพจากอุปกรณ์สวมใส่เหล่านี้จะสามารถป้อนเข้าสู่โมเดลสุขภาพระดับประชากร (Population health models) สนับสนุนระบบการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive analytics) และพลิกโฉมสาธารณสุขในภูมิภาค ตั้งแต่ระดับสมาร์ทซิตี้ (Smart cities) ไปจนถึงระบบปฏิบัติการด้านสุขภาพขององค์กร (Enterprise health operations)

คริสเตน โฮล์มส์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคที่มะท้อนถึงวิสัยทัศน์นี้ว่า “สิ่งนี้ไม่ใช่คำถามว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่มันเป็นเพียงเรื่องของเวลา อนาคตของการส่งมอบบริการและนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ขับเคลื่อน Health Span ด้วยเทคโนโลยีและการป้องกัน

Palliative Care: วาระสุดท้าย ที่ไม่ใช่การ ‘ปล่อยจอย’

ถอดรหัส Health Span สไตล์ ‘สาระ ล่ำซำ’

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar