TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกTST Forumสรุปจาก สมคิด จิรานันตรัตน์ ในหัวข้อ The next chapter of the digital transformation for...

สรุปจาก สมคิด จิรานันตรัตน์ ในหัวข้อ The next chapter of the digital transformation for Thailand

สรุปหัวข้อ “The next chapter of the digital transformation for Thailand” จาก สมคิด จิรานันตรัตน์ อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาแอปฯ ‘เป๋าตัง’ และอดีตประธาน Kasikorn Business Technology Group (KBTG) ในงาน The Story Thailand Forum 2024 มาจับตาดูสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในบทใหม่ของการทำ Thailand digital transformation ด้วยการรู้ความสำคัญของ Digital Transformation กันให้มากขึ้น

Digital Transformation VS Digital Disruption

Digital Disruption คือการทำลายล้าง หมายถึง การมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นแล้วนำมาประยุกต์ใช้ เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพราะชอบเทคโนโลยีนั้นๆ คนที่ใช้เทคโนโลยีเดิมๆ อาจจะอยู่ไม่ได้ ทำให้ในรอบห้าปีที่ผ่านมาองค์ใหญ่ๆ พยายามที่จะทำ digital transformation ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอด

ส่วน Digital Transformation คือ การเปลี่ยนแปลง การปรับตัวภายในองค์กร เพื่อสร้างศักยภาพทางการแข่งขันให้องค์กรอยู่รอดได้

องค์ประกอบของ Digital Transformation มี 3 อย่าง คือ

  1. Leadership รู้ว่าเปลี่ยนทำไม
  2. Mindset การมีกรอบความคิดที่ไม่อิงกับวิธีการแบบเดิมๆ
  3. Capability ในเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่ดี เช่น การสร้าง AI ในฐานะของผู้ที่เข้าใจ วิจัย และเห็นผลกระทบ

อุตสาหกรรมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อใช้ Digital Transformation

ยกตัวอย่างเช่น ตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดทุน ใช้ Digital Transformation กว่า 30 ปี ในอดีตจะใช้คนในการตัดสินใจในการทำ Macthing order ต้องใช้เวลาและคนในการดำเนินการ จึงมีระบบ Trading Automation ขึ้น ทำให้เกิดการ Macthing order แบบเรียลไทม์ ซึ่งผู้บริหารมี Mindset ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ที่ดีทำให้สำเร็จ

นอกจากนี้มีการทำ Scriptless Settlement ที่เป็นรูปธรรม ด้วยการเปลี่ยนกฎหมาย จึงไม่ต้องนำใบหุ้นมาแลกกันหลังการซื้อขายอีกต่อไป ทำให้ลดระยะเวลาในการซื้อขายให้น้อยลง มีการทำ Internet Trading ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องเดินทางและซื้อขายได้แบบออนไลน์ ตั้งเป็นบริษัท Settrade.com ส่วนในเรื่องของข้อมูลก็มีการทำให้แบบเรียลไทม์และครอบคลุมบนโลกออนไลน์

แต่ก็ยังต้องมีสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนอยู่ เช่น โครงสร้างของตลาดทุน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ตั้งมากว่าสามสิบปี แต่ด้วยยุคสมัยอาจจะต้องถามดูว่าควรเปลี่ยนโครงสร้างนั้นหรือไม่ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนี้มากขึ้น ซึ่งก็ต้องอาศัย Leadership ที่แข็งแรงมาก

ตลาดธนาคาร การที่มี QR พร้อมเพย์ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะหลายประเทศเห็นแล้วอยากทำตาม และการมี Mobile Banking ที่มีคนใช้มากกว่า 20 ล้านคน การทำธุรกรรมต่างๆ เกิดเป็น Cashless Society ขึ้นจริง และไม่ได้มีอุปสรรคมากมายในการทำให้คนไทยใช้งาน แต่ก็ต้องถามว่า ทำไมปัจจุบันนี้เราต้องพิมพ์ธนบัตรอยู่ การผลิตเงินสดมีต้นทุนมหาศาล และเงินสดยังเป็นเครื่องมือสำคัญมากในการทำคอร์รัปชัน

  • มีการทำ AI DATA รวมถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ดี เช่น เป๋าตังที่แสดงให้เห็นคุณสมบัติของยุคดิจิทัล
  • ลดบทบาทของตัวกลางให้น้อยลง เช่น การซื้อขายลอตเตอรี่ที่ถูกลง เพราะต้นทุนของตัวกลางที่หายไป และสามารถรักษารายที่จับต้องได้มากขึ้น
  • พันธบัตรรัฐบาล ประชาชนทั่วไปซื้อได้ง่ายมากขึ้นด้วยเงินเพียงร้อยบาท และพันธบัตรรัฐบาลเข้าไปอยู่ในวอลเล็ตทันที โดยไม่ต้องรอ 15 วัน
  • การซื้อขายทองบนเป๋าตัง เป็นการเพิ่มสภาพคล่องของ Asset ที่ถืออยู่ในมือได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาในการซื้อขาย เพราะมีตลาดที่รองรับทันที

สิ่งที่ Banking ต้องทำเพิ่มคือ ต้องเข้าใจว่า ธนาคารเป็นระบบปิด แล้วธนาคารในปัจจุบันทำหน้าที่เป็นตัวกลาง แต่เรารู้ว่าเทคโนโลยีทำให้ตัวกลางมีค่าน้อยลง คำถามต่อไปคือ ธนาคารเก่งในด้านเทคโนโลยี มี Minset ที่ดี มี Leadership ที่ดีอยู่แล้ว แต่การให้บริการที่ต้องปรับให้ทันสมัยมากขึ้นก็อาจจะต้องทำการบ้านมากขึ้น

  • Country-level obstruction to competition

ดูว่าอะไรเป็นอุปสรรคในการแข่งขันของประเทศในแง่ของการพัฒนา digital transformation

  1. การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานและสังคมโดยรวม
  2. สภาพธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป หรือ Digital Disruption เกิดความท้าทายในระดับประเทศว่าประเทศไทยในอนาคตนี้จะเป็นอย่างไร ต่างชาติมีมุมมองต่อประเทศเป็นแบบไหน และเราจะปรับตัวให้กลายเป็นแถวหน้าในด้านดิจิทัลให้ได้ จากการดึงคนเก่งกลับมา การสร้างวัฒนธรรมของการพัฒนาเทคโนโลยี และการแก้คอร์รัปชั่นด้วยการทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ โปร่งใสและตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยี
  3. ต้นทุนสังคมสูงขึ้นจากการคอร์รัปชั่น
  4. ขาดความเป็นธรรมในสังคม ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น โดยเฉพาะการศึกษาที่เข้าถึงได้ต่างกัน

จึงควรแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนี้

  • จำนวนคนทำงานน้อยลง แก้ด้วยการเพิ่ม Productivity ด้วย AI ทำการ Upskiil และ Reskill อยู่เสมอ
  • สภาพธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป หรือ Digital Disruption แก้ด้วยการสร้าง Tech Capability และ สร้าง Innovation Culture
  • ต้นทุนสังคมสูงขึ้น แก้ด้วยการทำให้มี Digital Footprint เพื่อความโปร่งใส และมีการทำ Autonomous Process
  • ขาดความเป็นธรรมในสังคม แก้ด้วยการเป็น Springboard ของการศึกษา และการทำระบบเปิด Service ดีๆ ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อยกระดับการศึกษาและการทำธุรกิจของคนตัวเล็ก ๆ ให้ดีขึ้น รวมถึงทำให้บทบาทของ Heathcare ให้ดีขึ้น

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บทสรุปจาก ดร. พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ในหัวข้อ Technology: The twin factor of sustainability, from Net Profit to Net Positive

AI และความยั่งยืน – สองพลังสำคัญเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ คือหัวใจจากงานสัมมนา The Story Thailand Forum 2024

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ