TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business คาดการระบาดระลอกใหม่ ทำท่องเที่ยวในประเทศ สูญกว่า 1.1 แสนลบ.

คาดการระบาดระลอกใหม่ ทำท่องเที่ยวในประเทศ สูญกว่า 1.1 แสนลบ.

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ภาครัฐต้องใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มข้นขึ้น และส่งผลให้โรงแรมหลายแห่งกำลังประสบกับอัตราการเข้าพักที่ต่ำกว่า 10% ในเดือนนี้  

Krungthai COMPASS ประเมินว่า แม้การระบาดและมาตรการคุมเข้มของภาครัฐใช้เวลาเพียง 2 เดือน แต่กว่าการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นตัวสู่ระดับที่เคยประเมินไว้อาจเป็นช่วงกลางไตรมาส 2 คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียแก่ภาคท่องเที่ยวถึง 1.1 แสนล้านบาท จากตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศที่จะหดตัว 22 ล้านคน

สำหรับการฟื้นตัว ประเมินว่ากลุ่มจังหวัดที่มีรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียง จะฟื้นตัวได้ก่อน อย่างเช่น นครราชสีมา กาญจนบุรี เป็นต้น

ด้วยภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ประกอบกับมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐที่เข้มข้นของภาครัฐ ทำให้มีความกังวลถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศ บทความนี้ได้ทำการวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ต่อการท่องเที่ยวในประเทศ พร้อมวิเคราะห์ว่าหากสถานการณ์การระบาดดีขึ้น

การท่องเที่ยวในจังหวัดใดจะฟื้นตัวได้ก่อน โดยจะเริ่มการวิเคราะห์ผ่านการเปรียบเทียบสถานการณ์ในปัจจุบันกับในช่วงปี 2020 เป็นลำดับแรก 

สถานการณ์การระบาดและการควบคุมของภาครัฐในเดือนมกราคม 2021 รุนแรงและเข้มข้นกว่าของปี 2020 หรือไม่

การระบาดรอบใหม่ทำให้ในเดือนมกราคม 2021 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยถึงวันละ 348 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วงเดือนเมษายนปี 2020 ที่มีน้อยกว่า 45 รายต่อวันโดยเฉลี่ย ซึ่งการระบาดของโรคที่รุนแรงขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ผู้คนเกิดความกังวลและลดการเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน 

นอกจากนี้ ความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบเชิงลบต่อการท่องเที่ยว เช่น การห้ามเดินทางระหว่างจังหวัด มาตรการเคอร์ฟิว การห้ามรับประทานอาหารในร้าน เป็นต้น เราประเมินว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาครัฐให้ผู้เดินทางจาก 28 จังหวัดซึ่งหลายจังหวัดเป็นจังหวัดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต้องกักตัวที่พักอาศัยมีความเข้มงวดน้อยกว่ามาตรการช่วงเดือนเมษายนพฤษภาคม 2020 ที่มีทั้งการสั่งปิดโรงแรม มาตรการเคอร์ฟิว ห้ามเดินทางเข้าออก 14 จังหวัด แต่ก็มีความเข้มงวดกว่ามาตรการในช่วงเดือนมิถุนายน 2020 ผู้เดินทางจาก 8 จังหวัดต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ 

เมื่อพิจารณาความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคผ่านดัชนีความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโรค หรือ Government Stringency Index ก็จะเห็นได้ว่าดัชนีในเดือนมกราคม 2021 อยู่ที่ 64 มีค่ามากกว่าเดือนมิถุนายน 2020 ที่มีค่าอยู่ที่ 52-63 แต่ก็ยังน้อยกว่าช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2020 ที่มีค่าในช่วง 68-76

แล้วกิจกรรมท่องเที่ยวหดตัวไปมากขนาดไหนหลังการระบาดรอบใหม่

จากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ และแนวทางการป้องกันของภาครัฐ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะเลื่อนตลอดจนยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนมกราคมออกไปก่อน ดัชนีการขอเส้นทางจาก Apple Map ในรูปที่ 3.1 แสดงให้เห็นว่า ภายหลังจากวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่ การขอเส้นทางจาก Apple Map ในช่วงวันที่ 1-8 ม.ค. 2021 หดตัวอย่างรุนแรงคล้ายคลึงกับช่วงที่มีการล๊อกดาวน์ในช่วงเดือนเมษายน 2020 แต่ไม่รุนแรงเท่า สำหรับการเดินทางทางอากาศก็มีการหดตัวเช่นเดียวกัน โดยเมื่อพิจารณาความต่างระหว่างจำนวนเที่ยวบินที่จะต้องบินตามตาราง กับจำนวนเที่ยวบินที่ทำการบินจริง จะเห็นจำนวนเที่ยวบินที่บินจริงอยู่ต่ำกว่าจำนวนเที่ยวบินตามตารางอย่างมากตั้งแต่มีการระบาดระลอกใหม่ โดยในวันที่ 9 มกราคม 2021 จำนวนเที่ยวบินที่บินจริงน้อยกว่าที่วางแผนไว้ถึง 50% (รูปที่ 3.2)

ผู้ประกอบการโรงแรมหลายรายได้ให้สัมภาษณ์ถึงตัวเลขอัตราการเข้าพักแรม (OR) และการจองโรงแรมที่ลดลงอย่างหนักในเดือนมกราคม 2021 หลังจากที่เพิ่งฟื้นตัวจากการล๊อกดาวน์ในช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคมปีที่แล้วที่ค่า OR ค่อยๆฟื้นตัวจาก 5% มาแตะระดับ 34.8% ในเดือนพฤศจิกายน 2020 อย่างไรก็ดี การระบาดครั้งใหม่ทำให้ค่า OR ในจังหวัดท่องเที่ยวหลายจังหวัดกลับมาอยู่ในระดับน้อยกว่า 10% ใกล้เคียงกับช่วงล๊อกดาวน์ในปีที่แล้ว (รูปที่ 4) ซึ่งหลายฝ่ายหวังว่าพอคลายมาตรการควบคุมต่างๆ แล้วผู้คนจะกลับมาท่องเที่ยวเหมือนเดิมโดยเร็ว 

พอมาตรการควบคุมต่างๆผ่อนคลายลงการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ทันทีหรือไม่

ข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวหลังจากการคลายล๊อกดาวน์ในปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าผลกระทบของการระบาดและมาตรการควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงที่มีการระบาดและการบังคับใช้มาตรการเท่านั้น แต่กว่าที่จำนวน นักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับมาได้นั้นต้องใช้ระยะเวลานานหลายเดือน สะท้อนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากเดือนละไม่ถึง 1 ล้านคนในช่วงล๊อกดาวน์ ขึ้นมาแตะระดับ 4.4 ล้านคน และ 10 ล้านคน เมื่อมาตรการเริ่มผ่อนคลายในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม และแม้ไม่มีมาตรการที่ควบคุมแล้วก็ตาม แต่ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2020 จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศที่ระดับ 11-13 ล้านคนก็ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 30-35% โดย จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่งกลับมาสูงที่ระดับ 16 ล้านคนในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา (-20%YoY) หรือใช้เวลาถึง 3-4 เดือนหลังมาตรการต่างๆ ถูกผ่อนคลายแล้ว 

pastedGraphic_4.png

แล้วการระบาดในรอบนี้กระทบการท่องเที่ยวเป็นมูลค่าเท่าใด

หากมาตรการควบคุมการระบาดยังคงมีความเข้มข้นในระดับปัจจุบันจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 คาดว่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงสองเดือนแรก ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวหลังผ่อนคลายมาตรการ และกลับมาอยู่ในระดับที่ไม่มีการระบาดรุนแรงในช่วงเดือนพฤษภาคม ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศทั้งปี 2021 ลดลงจากที่เคยประมาณไว้จากข้อสมมุติที่ไม่มีการระบาดรุนแรงที่ 131.8 ล้านคนมาอยู่ที่ 109.6 ล้านคน (ฟื้นตัวจากปี 20 ที่มีเพียง 91 ล้านคน) คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียต่อภาคท่องเที่ยวประมาณ 1.1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี หากมีการบังคับใช้มาตรการควบคุม 3 เดือนจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าเดิม นักท่องเที่ยวในประเทศจะเหลือเพียง 100.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่า ความสูญเสียต่อการท่องเที่ยวกว่า 1.5 แสนล้านบาท แม้ในภาพรวมการท่องเที่ยวจะต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนในการฟื้นตัว แต่เราประเมินว่าการท่องเที่ยวในบางจังหวัดจะฟื้นตัวได้ก่อน 

วิเคราะห์การท่องเที่ยวจังหวัดไหนจะฟื้นตัวได้ก่อน

ในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สามารถเดินทางเข้าไทยได้ จังหวัดที่มีรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวได้ยากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เราประเมินว่าการท่องเที่ยวด้วยการเดินทางด้วยเครื่องบินมีโอกาสที่จะฟื้นตัวช้ากว่าการเดินทางด้วยรถยนต์ เนื่องจาก 1) นักท่องเที่ยวบางส่วนอาจยังกังวลกับความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการเดินทางด้วยเครื่องบินอยู่ แม้สถานการณ์การ ระบาดจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม 2) ในช่วงที่ความต้องการเดินทางด้วยเครื่องบินยัง ไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจทำให้จำนวนเที่ยวบินไม่มากเท่าเดิม หรือราคาตั๋วเครื่องบินมีราคาสูง ซึ่งล้วนกดดันการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปด้วยเครื่องบิน

จากข้อสมมติข้างต้น เราจึงวิเคราะห์ว่า (รูปที่ 7) จังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญของ ไทยที่จะฟื้นตัวก่อน คือจังหวัดที่มีรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวมักเดินทางไปด้วยรถยนต์ อย่างเช่น จังหวัดระยอง จันทบุรี กาญจนบุรี นครราชสีมา ส่วนจังหวัดที่แม้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเดินทางด้วยเครื่องบิน แต่พึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สูงนัก (ในที่นี้คือน้อยกว่า 50%) มีโอกาสที่จะฟื้นตัวตามมา ในขณะที่จังหวัดที่ฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้าคือ จังหวัดที่รายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างชลบุรี ส่วนกลุ่มที่ฟื้นตัวได้ช้าที่สุดคือกลุ่มที่พึ่งพิงรายได้จากต่างชาติเป็นหลัก และนักท่องเที่ยวจำนวน มากต้องเดินทางไปด้วยเครื่องบิน อย่างเช่นจังหวัดกรุงเทพฯ กระบี่ ภูเก็ต เป็นต้น  

บทส่งท้าย

แม้การท่องเที่ยวในประเทศน่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 2 อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวของไทยโดยรวมจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่หากเรายังไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ โดยคาดว่าไทยน่าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เมื่อคนไทยบางส่วนได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว ซึ่งคนกลุ่มแรกที่น่าจะได้รับวัคซีนก่อนคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในติดเชื้อหรือเสียชีวิต เช่น บุคลากรทางการแพทย์แถวหน้า ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เป็นต้น โจทย์ที่สำคัญถัดไปคือใครควรเป็นผู้ได้รับวัคซีนลำดับถัดไป หากต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว

ในประเด็นนี้ ศาสตราจารย์ Alvin Roth นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าวว่า คงเป็นการดีหากการฉีดวัคซีนไม่เป็นเพียงแต่การช่วยคนที่ได้รับวัคซีนเท่านั้น แต่ก่อนให้เกิด Multiplier Effect ที่เยอะที่สุดที่สามารถเป็นไปได้ กล่าวคือเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นในสังคมมากที่สุด อย่างเช่น หากผู้ที่มีโอกาสเป็น Super Spreader อย่างเช่นผู้ส่งสินค้าได้รับวัคซีนก่อน ก็จะช่วยลดโอกาสการกระจายของเชื้อสู่คนจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นต้นทุนมหาศาลทางเศรษฐกิจ ในกรณีของไทย นอกจากการฉีดให้กลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง และผู้มีโอกาสเป็น Super Spreader แล้ว หากเราต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นตัวโดยเร็วผ่านการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง การพิจารณาฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่และแรงงานที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวเป็นลำดับต้นๆ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าพิจารณา 

บทความโดย: กิตติพงษ์ เรือนทิพย์ ,ชญานิน ถาวรลัญฉ์ และจารุวรรณ เหล่าสัมฤทธิ์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

STAY CONNECTED

5,407แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

Google.org Impact Challenge for Women and Girls พันธสัญญาที่ Google มีต่อสตรีและเด็กผู้หญิงทั่วโลก

Google เปิดตัวโครงการ Google.org Impact Challenge for Women and Girls ที่เป็นพันธสัญญาที่มีต่อสตรีและเด็กผู้หญิงทั่วโลก

เดอะ ปาร์ค เปิดโครงการ LIVE GREEN, LIVE WELL กระบวนจัดการขยะแบบครบวงจร

เดอะ ปาร์ค (The PARQ) โครงการมิกซ์ยูสสีเขียวที่มุ่งพัฒนาออฟฟิศและรีเทลอัจฉริยะภายใต้แนวคิด “Life Well Balanced” สานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานการทำงานและวิถีชีวิตแบบยั่งยืน โดยริเริ่มโครงการ LIVE GREEN, LIVE WELL ชูแนวคิด “ร่วมแยกขยะ เปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์”

ไบโอเทค-สวทช.–ม.เกษตรฯ พัฒนาแพลตฟอร์มปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ทนต่อสภาวะเครียด

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการวิจัย “Investigating the potential adaptive responses of the Thai rice resource to biotic and abiotic stresses under future climate change conditions”

ดิ แอสเพน ทรี จับมือ เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์”

“ดิ แอสเพน ทรี (The Aspen Tree by MQDC) ผนึกกำลังกับ “เมืองไทยประกันชีวิต” เปิดตัวความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์” โดดเด่นด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรง

ดีป้า จับมือ เอไอเอส และเครือข่ายภูเก็ต เปิดโครงการกักตัวบนเรือยอชต์ ด้วย NB-IoT และสายรัดข้อมืออัจฉริยะ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วย AIS, PMH-ผู้ให้บริการ POMO กลุ่มผู้ประกอบการบริหารจัดการท่าเรือ และสมาคมธุรกิจเรือยอชต์ไทย รวมพลังสร้างชาติฟื้นฟูการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต

ทรู จับมือ ศิริราช ปฎิวัติการใช้ 5G ด้วยแพลตฟอร์ม MEC

กลุ่มทรู รับมอบหนังสือแสดงเจตจำนงจากโรงพยาบาลศิริราช ในโอกาสที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำแพลตฟอร์มคลาวด์ MEC (Multi-Access Edge Computing)

ร้านสตรีทฟู้ดยุคดิจิทัล ฉลาดเพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้าได้ทั่วกรุงเทพฯ

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนทุกวันนี้ การใช้งานแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยียอดฮิตบนสมาร์ทโฟน

PMAT จับมือพีเพิลสตรอง เร่งผลักดัน HR สู่ Digital Transformation ในไทย

พีเพิลสตรอง ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ซึ่งเป็นสมาคมจัดการงานบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

RAZER ประกาศเปิดตัว RAZER DEVCON อย่างเป็นทางการ

Razer™ ประกาศเปิดตัว Razer DevCon ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2021 เวลา 10.00 น. บนช่อง Razer Twitch อย่างเป็นทางการ

“เอสซีจี” ลงทุนสตาร์ตอัพต่อเนื่อง ตั้ง MD ใหม่ รุกโอกาสธุรกิจใหม่

เอสซีจีลุยลงทุน-สร้างเครือข่ายสตาร์ตอัพอย่างต่อเนื่อง ส่ง “ประกิจ วรวัฒนนท์” ผู้บริหารใหม่ AddVentures เผยภารกิจเร่งต่อยอดเทคโนโลยี นำ Big Data สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ ดันเป้าลงทุนรวม 3 พันล้าน ภายในระยะเวลา 5 ปี ยิงตรงความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากผลกระทบโควิด-19

MUST READ

เคลิ้มไปกับเฮมพ์ สร้างธุรกิจใหม่แสนล้าน

เวลานี้เทรนด์ธุรกิจใหม่ที่กำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น “เฮมพ์ หรือกัญชง” หลังราชกิจจานุเบกษา อนุญาตให้นำกัญชงใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม

การท่องเที่ยวไทย เมื่อโลกยังไม่พร้อมใช้วัคซีนโควิดสำหรับเด็กและวัยรุ่น

ในช่วงที่วัคซีนโควิด-19 เริ่มทยอยแจกจ่ายให้ประชากรในหลายๆประเทศรวมถึงไทย ทำให้ภาพการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงปลายปีเริ่มชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ดี ภาพของนักท่องเที่ยวที่กำลังจะได้เห็นอาจมีหน้าตาที่แตกต่างไปจากเดิม เมื่อยังไม่ชัดเจนว่าการท่องเที่ยวแบบครอบครัวจะทำได้หรือไม่

เปิดโผ “LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2021” รางวัลสุดยอดร้านอาหารแห่งปีของคนไทย

LINE MAN Wongnai เปิดโผรางวัลสุดยอดร้านอาหารแห่งปีของคนไทย เพื่อคนไทย “LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2021”

ผู้ประกอบการสตรี: การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

ผลสำรวจจากดัชนีผู้ประกอบการสตรีของมาสเตอร์การ์ด (Mastercard Index of Women Entrepreneurs) เผยให้เห็นว่า ผู้ประกอบการสตรีในไทยเป็นกำลังสำคัญในความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในระดับโครงสร้าง เทรนด์ดังกล่าวควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

System Stone ชู 2 กลยุทธ์ รุกต่างประเทศ-ร่วมมือบริษัทใหญ่ วางแผน Exit ใน 2 ปี

ปีที่ผ่านมา System Stone มีแผนจะระดมทุนโดยมีเป้าหมายที่จะไปเปิดตลาดต่างประเทศ แต่เมื่อเกิดวิกฤติโควิด-19 เข้ามาจึงชะลอไแผนไว้ก่อน
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดทก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น