TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกBusiness'Bitkub Chain' กับเป้าหมายสร้าง 'บล็อกเชน' เป็น 'ฐานรากเศรษฐกิจ' ของประเทศไทย

‘Bitkub Chain’ กับเป้าหมายสร้าง ‘บล็อกเชน’ เป็น ‘ฐานรากเศรษฐกิจ’ ของประเทศไทย

บล็อกเชนเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า 10 ปีในระดับโลก ทำให้เกิดบิทคอยน์ขึ้นและเป็นที่รู้จักซึ่งตอนนั้นมีการดิสรัปชันในวงการธนาคารเพราะเป็นการเพิ่มช่องทางการเปลี่ยนแปลงการแลกเปลี่ยนเงินตราในรูปแบบใหม่ ส่วนในประเทศไทยนั้นมีกระแสบล็อกเชนเข้ามาพร้อม ๆ กับกระแสโลก แต่คนส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามว่าบล็อกเชนจะเข้ามาช่วยธุรกิจได้จริงหรือไม่ ดังนั้น จึงเกิดมุมมองของนักธุรกิจว่ายังไม่มีความจำเป็นในการนำบล็อกเชนมาใช้

บล็อกเชนสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศได้ หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือคุณสมบัติด้านการจัดเก็บข้อมูลที่มีความปลอดภัย จุดเด่นคือไม่สามารถปลอมแปลงหรือเจาะเข้าในระบบของบล็อกเชนเพื่อขโมยข้อมูลนั้นไปทำซ้ำได้ เนื่องจากข้อมูลที่จัดเก็บในบล็อกเชนมีการเข้ารหัสและยืนยันตัวตนที่ชัดเจน โดยลักษณะการจัดเก็บข้อมูลของบล็อกเชนคือจัดเก็บแบบกระจายศูนย์ ดังนั้นหากข้อมูลนั้นจำเป็นที่จะต้องมีหลายคนมีส่วนร่วม บุคคลเหล่านั้นสามารถเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนั้น ๆ ได้ จึงเป็นการจัดเก็บที่โปร่งใสอย่างแท้จริง 

เมื่อบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์จะแตกต่างจากการเก็บข้อมูลทั่วไป มีความปลอดภัยมากกว่า เทคโนโลยีนี้ได้รับความสนใจกันมายาวนานและมีการศึกษาในวงกว้างทั้งในระดับต่างประเทศและในระดับประเทศ ซึ่งบล็อกเชนมีประโยชน์ในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจต่าง ๆ ในยุคดิจิทัล โดยคนส่วนใหญ่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชีวิตประจำวันและบางคนรู้จักคริปโทเคอเรนซี่มากขึ้น ดังนั้น การมีเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาช่วยจะทำให้การเก็บข้อมูลดิจิทัลมีความโปร่งใสและปลอดภัย ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้สามารถมีบทบาทได้ทั้งในภาครัฐและเอกชน

ภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวกับ The Story Thailand ว่า บิทคับเชน (Bitkub Chain) คือ เครือข่ายบล็อกเชนที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้าน Blockchain Full-solution Service และเป็นที่ปรึกษาด้าน ICO (Initial Coin Offering) แก่องค์กรหรือผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นหนึ่งในเครือบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด  

โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นเครือข่ายบล็อกเชนสำหรับทุกคน รวมถึงการให้นักพัฒนาสามารถเข้ามาสร้างสรรค์แอปพลิเคชันเพื่อผลักดันให้เกิดการใช้งานบล็อกเชนในภาคอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็น Decentralized Exchange (DEX), Decentralized Finance (DeFi) หรือ Decentralized Application (DApp) เป็นต้น

เบื้องต้นบิทคับเชนมีเป้าหมายเพื่อการใช้งานในประเทศ และสามารถใช้ได้อย่างเป็นสากลตามคุณสมบัติของบล็อกเชนที่จะช่วยทำให้เกิดกระบวนการต่าง ๆ ในการจัดการธุรกิจน้อยลงและมีระยะเวลาที่สั้นลง จึงทำให้สามารถประหยัดงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการบริหารงานได้ ตลอดจนสามารถทำให้เกิดสภาพคล่องในสินทรัพย์ต่าง ๆ ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Tokenization

อีกทั้งบิทคับเชนมีช่องทางให้เจ้าของโปรเจกต์ เจ้าของเหรียญ เข้ามายืนยันตัวตน โดยจะแบ่ง เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. Official Project คือโปรเจคต์ที่สร้างขึ้นอย่างเป็นทางการโดยบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด หรือบริษัทในเครือฯ 2. Verified by Bitkub ได้แก่ โปรเจคต์ที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับการการันตีจากบิทคับจะได้รับเครื่องหมาย Verified by Bitkub ซึ่งจะมีการตรวจสอบความปลอดภัยของ Smart Contract และ 3.Registered คือโปรเจกที่ผู้พัฒนาผ่านการยืนยันตัวตนสามารถรวจสอบหรือติดตามได้ว่าผู้พัฒนาคือใคร วัตถุประสงค์ของโปรเจคต์คืออะไร

ทั้งนี้ หลังจากมีการพัฒนาบิทคับเชนขึ้นมา สิ่งที่บิทคับมุ่งหวังคือ ต้องการให้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เห็นประโยชน์เทคโนโลยีนี้และนำไปใช้งาน ซึ่งบิทคับพัฒนาบริการและสินค้าให้สอดรับกับนโยบายของผู้กำกับดูแล และนำกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงมาวิเคราะห์ และพัฒนาเป็นโซลูชันต่าง ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ Pain point ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม บิทคับเชนใช้วิธีสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้คนด้วยการสร้างกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้ด้วยการใช้บล็อกเชน เมื่อคนทั่วไปมีความเข้าใจเป็นวงกว้าง ธุรกิจต่าง ๆ ก็จะเห็นความสำคัญและนำไปใช้งานในระดับองค์กรมากขึ้นซึ่งจะเป็นส่วนเริ่มให้เกิดการนำบล็อกเชนมาใช้ขับเคลื่อนในโครงสร้างพื้นฐาน

สิ่งที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศของบล็อกเชนให้เกิดขึ้นคือในระยะแรกของการสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนทั่วไปแล้วนั้น อีกส่วนคือจะต้องดึงนักพัฒนาเข้ามา อาจจะเป็นวิธีดึงพาร์ทเนอร์ชิพที่เคยพัฒนาบนบล็อกเชนอื่น ๆ ทั้งไทยและต่างชาติ ทั้งนี้หากถามว่าบิทคับเชนมีความแข็งแรงหรือไม่ หากเปรียบเทียบกับบล็อกเชนอื่นในระยะเริ่มแรก 2 ปีนั้น แน่นอนว่าของบิทคับเชนสามารถนำมาใช้งานได้จริง และมีกรณีการศึกษาจากพาร์ทเนอร์หลายรายที่ใช้งานจริงซึ่งเป็นการพิสูจน์แล้วว่าบิทคับเชนนำมาใช้ในอุตสาหกรรมได้จริง

ผลักดันบล็อกเชนเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน

ภาครัฐของไทยเร่ิมมีการใช้บล็อกเชน เช่น ในโปรเจกต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการเปลี่ยนจากเงินบาทเป็นเงินดิจิทัลอยู่ในบล็อกเชนซึ่งมีการคิดและทำเรื่องนี้ประมาณ 4-5 ปีแล้ว ธนาคารหลายแห่งในการนำบล็อกเชนช่วยในเรื่องปิดยอดประจำวันของทุกสาขาธนาคาร ช่วยให้ประหยัดเวลาได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการนำบล็อกเชนมาใช้บริหารจัดการในกรณีของ Carbon Net Zero อีกทั้งภาครัฐเริ่มสนใจเรื่องนี้มากขึ้น เช่น ภาคอุตสาหกรรม หรือในกรณีฟอกเงินสามารถใช้บล็อกเชนเข้ามาตรวจสอบได้ และมีระบบร้องเรียนภายในบล็อกเชนได้

บิทคับเชนมองว่าบล็อกเชนสามารถนำมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานได้ทุกอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมกีฬา การท่องเที่ยว ศิลปะและธุรกิจการค้า เป็นต้น ตัวอย่างที่บิทคับเชนทำกับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น แบรนด์เถ้าแก่น้อย ที่ใช้บล็อกเชนในการสร้างแบรนด์เพิ่มยอดขาย โดยนำสินค้าในชีวิตประจำวันมาสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลและทำให้เกิดเป็นมูลค่าซื้อขายในโลกดิจิทัล ซึ่งคนสามารถเข้าถึงและเข้าใจการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น โดยบิทคับเชนได้สร้างแฟนคลับ NFTs ได้ทำการสะสมเป็น NFTs collections กับศิลปินที่แบรนด์เถ้าแก่น้อยเข้าร่วม และแจกให้กับแฟนคลับที่ซื้อสินค้าเถ้าแก่น้อยนำคะแนนมาสะสมแล้วแลกรับเป็น NFTs collections

ส่วนในอุตสาหกรรมกีฬา บิทคับเชนได้ทำให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทยในการจัดแข่งขันไทยลีก โดยจัดทำเป็น NFT เช่นกัน ให้กลุ่มแฟนคลับไทยลีกได้สะสมการ์ดนักเตะ ซึ่ง NFTs ที่จัดทำมีเพียงชิ้นเดียวในโลกและไม่สามารถปลอมแปลงได้ หรือนำ NFTห มาแสดงสิทธิ์ในโหวตทายผลฟุตบอล

สำหรับในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บิทคับเชนใช้วิธีสะสมแต้มเป็น NFTs Voucher ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังที่ต่างๆ โดยเมื่อสแกน QR code ก็จะได้รับแต้มและนำมาแลกเป็นสิทธิพิเศษส่วนลดการท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ซึ่งข้อดีคือสามารถตรวจสอบสิทธิ์ที่รับอย่างชัดเจนเพราะใช้ NFT และในช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมา บิทคับได้สร้างความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการกำหนดจุดท่องเที่ยวจำนวน 5 จุดสำคัญเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนรับ NFT เพื่อสะสมแล้วนำมาแลกสิทธิพิเศษส่วนลดโรงแรมและสายการบิน และในปี 2566 นี้จะมีการต่อยอดเพิ่มเติม

ขณะที่ในภาคการศึกษาการจัดทำหนังสือรับรองการจบการศึกษา หรือใบรับรองการฝึกอบรมต่างๆ ในรูปแบบดิจิทัล (e-certificate) และเก็บไว้บนบล็อคเชนเนื่องจากจะสามารถพิสูจน์ตัวตนได้และไม่สามารถปลอมแปลงในโลกดิจิทัล และสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องกลับไปขอซ้ำที่มหาวิทยาลัย ซึ่งบิทคับได้ทำโซลูชั่นนี้กับพาร์ทเนอร์ชิพหลายราย เช่น สถาบันการศึกษา บริษัทจัดอบรมความรู้ เป็นต้น

นอกจากทำกับแบรนด์ต่าง ๆ แล้วบิทคับเชนมีการกระตุ้นการใช้ประโยชน์จากบล็อกเชนในวงกว้างด้วยกิจกรรมเช่น ในปี 2565 ที่ผ่านมา บิทคับเชนมีการแจกแอร์ดรอป NFTs บนจอใหญ่ๆ ที่ผู้คนได้เห็นจำนวนมากในที่สาธารณะเข้าถึงได้ เช่น จอด้านหน้าสยามพารากอนและเซ็นทรัลเวิรลด์ รวมถึงมีการจัดงานวิ่งเพื่อให้คนเข้าร่วม โดยใช้เหรียญโทเคน และเมื่อจบงานสามารถนำมาแลกรับเป็นเหรียญวิ่งจริงกลับบ้านได้ และมีการจัดกิจกรรมกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับปีนี้จะพัฒนาโซลูชั่นให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มธุรกิจที่ต้องการนำ NFTs ไปใช้จัดกิจกรรมต่างๆ ในการส่งเสริมการตลาดให้มากขึ้น

บิทคับเชนตปักหมุดเติบโตในเอเชียตะวันออกฉียงใต้

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวต่อว่า อุปสรรคและความท้าทายของการทำบล็อกเชนคือเรื่องความเข้าใจของผู้ใช้งาน เนื่องจากบางคนยังมีความกังวลเรื่องการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ว่าจะตรวจสอบและยืนยันผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลได้จริงหรือไม่ และกังวลว่าการโอนสินทรัพย์ ดิจิทัลยังไม่สามารถกังวลได้ ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ยังไม่เข้าใจประโยชน์ของเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างแท้จริง และความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้ภาครัฐเห็นความสำคัญของการนำบล็อกเชนไปใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน

อีกทั้งกลุ่มคนไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมบล็อกเชนยังมีสัดส่วนน้อย ดังนั้นบิทคับเชนจึงสร้างความร่วมมือกับระดับมหาวิทยาลัยเพื่อให้ความรู้เรื่องบล็อกเชน โดยบุคลากรด้านบล็อกเชนของไทยมีจำนวนน้อยกว่าความต้องการของตลาดโลก หากบิทคับเชนสามารถสร้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้านบิทคับได้จนเป็นที่สนใจในระดับต่างประเทศก็จะทำให้บล็อกเชนของไทยเป็นที่รู้จัก และใช้นักพัฒนาคนไทยมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้หลังจากบิทคับเชนเติบโตในระดับประเทศแล้ว บิทคับเชนมองการเติบโตในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย โดยทิศทางและเป้าหมายของบิทคับเชนในปี 2566นี้ คือต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้งานบิทคับเชนมากขึ้น ด้วยการมองไปที่โซลูชันที่บิทคับมีเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ในการนำไปใช้ และการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 2 ประเทศ ด้วยการความรู้และกรณีศึกษาที่ทำในไทยไปปรับใช้และนำเสนอให้กับประเทศนั้นๆ ได้เข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยีบล็อกเชนได้ง่ายที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวของบิทคับเชนที่ต้องการเป็นบล็อกเชนที่กลุ่มประเทศในระดับภูมิภาคตะวันออกฉียงใต้นำไปใช้ในภาคธุรกิจอย่างกว้างขวาง เช่น หากบิทคับสร้างการแลกเปลี่ยนเงินตรารูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ แน่นอนว่าไทยจะมีอำนาจต่อรองเป็นผู้กำหนดมูลค่าการแลกเปลี่ยนในแต่ละธุรกิจมากขึ้น มองว่าภายใน 5 ปี สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้

บิทคับบล็อคเชนเป็นบริษัทหนึ่งในบิทคับโฮลดิ้ง ซึ่งบทบาทและหน้าที่ของบิทคับบล็อคเชนคือเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชนให้กับบิทคับ รวมไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ด้วยวิธีการพัฒนาบล็อกเชนให้นำไปใช้งานในทุกอุตสาหกรรมได้ง่ายและเกิดประโยชน์สูงสุดในธุรกิจนั้น ทั้งนี้การนำบล็อกเชนไปใช้ในธุรกิจจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีการตรวจสอบได้และโปร่งใส ทำให้มีการลงทุนในนวัตกรรมมากขึ้น

ปัจจุบันเครือข่ายบิทคับเชนสามารถตรวจสอบและสร้างบล็อกใหม่ขึ้นบนเครือข่ายได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พร้อมกับรักษาค่าธรรมเนียมให้อยู่ในระดับต่ำต่อธุรกรรม ด้วยการใช้ระบบ Consensus Algorithm แบบ Proof of Authority (PoA) โดยเฟสแรกของบิทคับเชนจะใช้ Consensus Algorithm แบบ PoA และเมื่อเข้าสู่เฟสถัดไป บิทคับเชน จะเปลี่ยนจาก PoA ไปสู่ Proof of Staked Authority (PoSA) จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็น Proof of Stake (PoS) เต็มรูปแบบ ซึ่งตอนนี้มีองค์กรที่ร่วมเป็น Validator Node แล้ว ได้แก่
1.บริษัท ทีพีซีเอส จำกัด (มหาชน)
2.บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)
3.บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน)
4.บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน)
5.บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
6.บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)
7.บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด
8.บริษัท เก็ทลิงส์ (ไทยแลนด์) จำกัด
9.บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด
10.SIX Network PTE. Ltd.
11.SmartContract Blockchain Studio

อศินา พรวศิน – สัมภาษณ์
นัจกร สุทธิมาศ – เรียบเรียง

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Bitkub Series ที่เป็นความร่วมมือด้าน content ระหว่าง The Story Thailand และ BitKub

EP 4 “บิทคับ เวนเจอร์ส” เพาะพันธุ์กล้าสตาร์ตอัพไทย

EP 2 กลยุทธ์การสื่อสาร 360 องศา กับ การสร้างแบรนด์ ‘Bitkub’ สู่ Great Company

EP 1 Bitkub ปรับกลยุทธ์เน้นความยั่งยืน จัดทัพเตรียมรับการเติบโตรอบใหม่

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ