Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

2C2P by Antom ชี้อีคอมเมิร์ซอาเซียนโตแรง ดิจิทัลเพย์เมนต์พุ่ง

ทูซีทูพี บาย แอนทอม (2C2P by Antom) ผู้นำแพลตฟอร์มการชำระเงินแบบครบวงจรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริษัทในเครือของแอนทอม (Antom) เปิดเผยรายงานล่าสุดจาก IDC บริษัทวิจัยข้อมูลตลาดชั้นนำ ภายใต้หัวข้อ “How Southeast Asia Buys and Pays 2026: Unlocking SMEs’ Potential” ระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะขยายตัว 85.4% แตะมูลค่า 9.38 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2572 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 13.2% ในช่วงปี 2567–2572 ส่งผลให้อาเซียนก้าวขึ้นเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย 

ดิจิทัลเพย์เมนต์จ่อครอง 97% ของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ

รายงานจาก IDC ระบุว่า การชำระเงินดิจิทัลมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นช่องทางหลักของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 97% ของธุรกรรมทั้งหมดภายในปี 2572 เพิ่มขึ้นจาก 89% ในปี 2567

แรงหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของระบบการชำระเงินภายในประเทศ (Domestic Payments) และกระเป๋าเงินดิจิทัล (Mobile Wallet) โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม

ระบบการชำระเงินภายในประเทศคาดว่าจะเติบโต 104% แตะมูลค่า 2.98 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 9.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2572 และจะก้าวขึ้นแซงหน้าการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต-เดบิต กลายเป็นช่องทางการชำระเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะที่กระเป๋าเงินดิจิทัลมีแนวโน้มขยายตัว 107% แตะมูลค่า 2.56 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 7.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราการเติบโต 174% มีมูลค่าตลาดแตะ 6.11 แสนล้านบาท หรือประมาณ 1.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2572 

ข้อมูลของธนาคารโลกยังระบุว่า ประชากรกว่า 56% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการบัตรเครดิต-เดบิต ส่งผลให้ดิจิทัลเพย์เมนต์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการทางการเงิน และช่วยเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐานระบบธนาคารแบบดั้งเดิมในหลายประเทศทั่วภูมิภาค

SME ยังติดข้อจำกัดระบบชำระเงิน

รายงานฉบับนี้ยังเปิดเผยอินไซต์เกี่ยวกับกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 58% ของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2572 โดยการศึกษาครั้งนี้สำรวจเอสเอ็มอีจำนวน 600 ราย ใน 6 ประเทศทั่วภูมิภาค ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เพื่อศึกษาประเด็นที่ธุรกิจให้ความสำคัญ การนำดิจิทัลเพย์เมนต์มาปรับใช้ ตลอดจนความพร้อมในการรองรับเทรนด์การชำระเงินรูปแบบใหม่

ผลการศึกษาพบว่า เอสเอ็มอีมากกว่า 66% ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการมากกว่า 1 ใน 3 ยังคงพึ่งพาการใช้เงินสดเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ 63% มองว่าระบบการชำระเงินที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ และจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของระบบ ความกังวลด้านการฉ้อโกง ค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีของ SME ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

SME ไทยเร่งใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์ รับธุรกิจข้ามพรมแดน

สำหรับประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า เอสเอ็มอีไทยหันมาใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ การค้าข้ามพรมแดน และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย

กลุ่มเอสเอ็มอีไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการขยายตลาดและการพัฒนาโซลูชันด้านการชำระเงินในสัดส่วนเท่ากันที่ 31% ตามมาด้วยการบริหารจัดการทางการเงินที่ 25%

อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีไทยยังเผชิญความท้าทายสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดย 36% ระบุว่าค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับสูงเป็นอุปสรรคสำคัญ ขณะที่ 28% กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง และอีก 28% มองว่าการเชื่อมต่อระบบยังมีความซับซ้อน

แม้ปัจจุบันจะมีเอสเอ็มอีเพียง 49% ที่ดำเนินธุรกิจการค้าข้ามพรมแดน แต่มากกว่า 3 ใน 4 มีแผนขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้า โดย IDC ประเมินว่า หากเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้มากขึ้น จะสามารถสร้างมูลค่าการขายเพิ่มขึ้นได้ถึง 6.73 แสนล้านบาท หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2572 

2C2P by Antom ชี้ธุรกิจต้องการระบบเพย์เมนต์ยืดหยุ่น

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ทูซีทูพี บาย แอนทอม (2C2P by Antom) กล่าวว่า ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธุรกิจส่วนใหญ่จำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมการชำระเงินที่ซับซ้อนและแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 2C2P by Antom มุ่งพัฒนาโซลูชันการชำระเงิน พร้อมส่งมอบองค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถบริหารจัดการระบบชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งในด้านการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มากกว่า 50% ในหลายประเทศหลัก และการจ้างงานที่คิดเป็น 64.6% ของกำลังแรงงานทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเผชิญความท้าทายในการปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และรองรับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว

คุณวรฉัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความซับซ้อนของระบบการชำระเงินในแต่ละประเทศกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายการเติบโตในระดับภูมิภาค ภาคธุรกิจจึงต้องการโซลูชันที่ช่วยให้การบริหารจัดการเงินง่ายขึ้น รองรับรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายในแต่ละตลาด และเปิดโอกาสให้สามารถดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ

ปัจจุบัน แพลตฟอร์มการชำระเงินระดับองค์กรของ 2C2P by Antom สามารถช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดเชื่อมต่อระบบผ่าน Single API เดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการชำระเงิน ปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และก้าวสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพในเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค 

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ชี้ทางรอดธุรกิจยุค AI: จากผู้ช่วยอัจฉริยะ สู่เครื่องมือทำเงิน

อวสานโลกาภิวัตน์ สู่ Age of Competition: 4 ทางรอดธุรกิจไทย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar