TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist “เจอจ่ายจบ” วิกฤติในโอกาสของธุรกิจประกันภัย

“เจอจ่ายจบ” วิกฤติในโอกาสของธุรกิจประกันภัย

คำว่า “ในวิกฤติย่อมมีโอกาส” มักถูกพูดขึ้นเมื่อเราประสบปัญหาบางอย่างที่ทำให้เผชิญความยากลำบาก แต่โอกาสที่เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะยากจะประเมินสถานการณ์ข้างหน้าได้บางครั้งอาจก่อให้เกิดวิกฤติได้เช่นกัน เหมือนกรณีกรมธรรม์ประกันภัยแบบ “เจอ จ่าย จบ” หลังการระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา วันนี้กำลังกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่ซัดสาดเข้าใส่ธุรกิจประกันภัยของไทย

วันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2565 เหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมากต่อความเชื่อถือของธุรกิจประกันภัยเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท เครือไทยโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH ได้ลงมติเห็นชอบแผนการเลิกประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และส่งคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่อนายทะเบียนตามมาตรา 57และ 57/1 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535

โดยขอให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณาให้กองทุนประกันวินาศภัย เป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินการคืนเบี้ยประกันให้กับผู้เอาประกันภัยทุกรายที่อาคเนย์ประกันภัยยังมีภาระผูกพันตามกรมธรรม์ประกันภัยนั้น ๆ 

การตัดสินใจครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการแบกรับภาระค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยโควิดแบบ “เจอ จ่าย จบ” จำนวนมาก จนทำให้บริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ที่ประชุมคณะกรรมการ TGH ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเห็นว่าการจะเพิ่มทุนหรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในกิจการต่อไปอาจจะไม่สามารถทำได้ จึงตัดสินใจเลิกกิจการในขณะที่อาคเนย์ประกันภัยยังมีความสามารถจ่ายเงินคืนผู้เอาประกันภัยได้ และมีเงินเพียงพอจะชำระหนี้ให้คู่ค้าทั้งหมดกว่า 9,000 ราย เช่น ตัวแทน โรงพยาบาล อู่ซ่อมรถ เป็นต้น รวมทั้งพนักงานลูกจ้างจำนวน 1,396 คน

กล่าวกันว่าสถานการณ์นี้หนักหน่วงขนาดที่ทำให้ เครือไทย โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินและประกันของเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้ถือหุ้นใหญ่ของอาคเนย์ประกันภัย และไทยประกันภัย หมดเงินกว่า 9,900 ล้านบาท จากการจ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยโควิด-19 แก่ลูกค้า

นี่ไม่ใช่บริษัทแรกที่ต้องเลิกกิจการจากผลกระทบของกรมธรรม์ประกันภัย “เจอ จ่าย จบ” ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยของบริษัท เอเชียประกันภัย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564 และบริษัท เดอะ วัน ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เนื่องจากบริษัททั้งสองมีฐานะการเงินไม่มั่นคง มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน มีสินทรัพย์สภาพคล่องไม่เพียงพอสำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายกำหนด 

การเพิกถอนใบอนุญาตฯ เกิดขึ้นด้วยเหตุผลว่าเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ โดยมีกองทุนประกันวินาศภัยเข้ามาแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันจะได้รับการคืนเบี้ยประกันตามสัดส่วน หรือได้รับการคุ้มครองต่อเนื่องหากย้ายกรมธรรม์ไปบริษัทประกันภัยรายใหม่ตามหลักเกณฑ์และแนวทางของกองทุนประกันวินาศภัย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสามกรณีกลายเป็นฝันร้ายของธุรกิจประกันภัย ที่เริ่มจากความเสียหายจากกรมธรรม์ประกันโควิดแบบ “เจอ จ่าย จบ” ส่งผลกระทบลามไปยังกรมธรรม์รถยนต์ และกรมธรรม์วินาศภัยอื่น ๆ ซึ่งเป็นลูกค้าส่วนข้างมากของบริษัทประกันวินาศภัย ดังกรณีของอาคเนย์ประกันภัยที่มีกรมธรรม์ทั้งสิ้น 10,480,957 ราย เป็นผู้ถือกรมธรรม์โควิด-19 จำนวน 1,851,921 ราย ส่วนผู้ถือกรมธรรม์ประเภทอื่นๆ 8,629,036 ราย 

กรมธรรม์ประกันภัยแบบ “เจอ จ่าย จบ” มีขึ้นภายหลังเกิดการระบาดโรคโควิด-19 ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 599 บาท อายุการคุ้มครอง 1 ปี กับเงื่อนไขประกันความเสี่ยงตามชื่อของกรมธรรม์คือ ผู้เอาประกันจะได้รับเงินสินไหมทดแทน 1 แสน (มีบางกรมธรรม์เงื่อนไขจ่ายถึง 2 แสนบาท) ทันทีที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แล้วจบกัน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากเนื่องจากความกังวลต่อโรคระบาด และค่าเบี้ยไม่แพง

โดยภาพรวมในช่วงปี พ.ศ.2563 ปัญหาการระบาดไม่รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการที่เสนอขายกรมธรรม์โควิด-19 มีผลประกอบการที่ดีเพราะยอดเคลมน้อย เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อสะสมรวมมีเพียง 6,800 ราย ดึงดูดให้ผู้ประกอบการที่ออกกรมธรรม์ประกันภัยโควิดมีเพิ่มมากขึ้น แต่ปรากฏว่าปี พ.ศ. 2564 สถานการณ์กลับตรงกันข้าม เมื่อยอดขายกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เพิ่มขึ้นมากอย่างคาดไม่ถึง ตัวเลขเฉพาะช่วงเวลา 2 เดือนครึ่งนับจากกลางเดือนเมษายน-มิถุนายน พ.ศ.2564 ซึ่งเกิดการระบาดระลอก 3 ของสายพันธุ์เดลต้า มียอดขายกรมธรรม์มากถึง 13 ล้านกรมธรรม์ จากเดิมช่วงไตรมาสแรกมียอดขายเพียง 1.8 ล้านกรมธรรม์เท่านั้น

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึงกว่า 20,000 รายต่อวัน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2564 ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 ล้านราย หรือเพิ่มกว่า 300 เท่า เช่นเดียวกับยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากปี พ.ศ.2563 เพียง 61 ราย เพิ่มเป็นกว่า 20,000 ราย ส่งผลให้ยอดเคลมที่บริษัทประกันต้องจ่ายผู้เอาประกันถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2564 ทั้งระบบสูงกว่า 37,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดเบี้ยประกันภัยโควิดสะสม 10,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนกันถ้วนหน้า และยังจะต้องรับความเสี่ยงต่อเนื่องไปจนครบอายุกรรมธรรม์ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2565 

ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2564 บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรกที่แสดงออกว่าแบกรับภาระความเสี่ยงต่อไปไม่ไหวจึงได้ออกหนังสือไปยังผู้เอาประกันแจ้งเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด “เจอ จ่าย จบ” ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยจะคืนค่าเบี้ยประกันภัยให้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับใช้ ทำให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต้องออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 สั่งยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยในกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน สินมั่นคงประกันภัยจึงต้องแจ้งยกเลิกการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันโควิดดังกล่าว

สถานการณ์น่าจะดีขึ้นเมื่อยอดผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่องจากหลักหมื่นเหลือหลักพันต่อวัน แต่ก็เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนขึ้นในช่วงปลายปี 2564 สมาคมประกันวินาศภัยจึงยื่นอุทธรณ์ขอให้บอร์ด คปภ. พิจารณายกเลิกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 เรื่องให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโดยบริษัท ในกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เนื่องจากเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวผิดหลักการที่เคยปฏิบัติกันมา เพราะการออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่นายทะเบียนเคยให้ความเห็นชอบไว้แล้วก่อนหน้า จะบังคับใช้เฉพาะการออกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่หลังวันที่คำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขมีผลบังคับแล้วเท่านั้น 

อีกทั้งคำสั่งที่มีผลบังคับย้อนหลังดังกล่าว ถือว่าเป็นการทำลายหลักการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย เนื่องจากจะทำให้ภาพความเสี่ยงโดยรวมนั้นต่างไปจากภาพความเสี่ยง ณ วันที่บริษัทประกันภัยได้ยื่นขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียน จะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยที่กำหนดไว้เดิมไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป ซึ่งได้ส่งผลให้บริษัทประกันวินาศภัย 2 บริษัทต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตในที่สุด เพราะไม่สามารถใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต และบริษัทไม่สามารถหาแหล่งเงินเพื่อเพิ่มทุนได้จากการที่ผู้ลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการจัดการกับสินไหมทดแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

ต่อมาบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อฟ้องคดีเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กรณีออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ประเด็นว่าเป็นการออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี ทั้งยังยื่นเรื่องเรียกร้องค่าทดแทนกับทาง คปภ.เป็นเงินกว่า 8,000 ล้านบาทอีกด้วย โดยศาลปกครองกลางได้รับคำฟ้องคดีปกครอง หมายเลขดำที่ 44/2564 และนัดไต่สวนคดีเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2565

ซึ่งเลขาธิการ คปภ. ได้ชี้แจงต่อศาลปกครองว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยโควิดจำนวนกว่า 10 ล้านกรมธรรม์ หากยอมให้บริษัทประกันภัยบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด “เจอ จ่าย จบ” ได้ ผู้เอาประกันอาจจะถูกลอยแพ นอกจากนี้ คปภ.ไม่ต้องการให้เกิดบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากสิ่งที่รับประกันนั้นคือความเสี่ยง ผู้ประกอบการต้องคำนวณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วยความระมัดระวังแล้วก่อนจะออกกรมธรรม์ การอาศัยเหตุผลความเสี่ยงเป็นข้ออ้างในการบอกเลิกกรมธรรม์ อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบประกันภัยได้ 

เรื่องนี้มีทีท่าจะไม่จบโดยง่ายแม้ศาลปกครองยังไม่มีคำตัดสินออกมา เลขาธิการ คปภ.ก็แสดงจุดยืนว่าถ้าแพ้คดีในชั้นศาลปกครองกลางก็จะต่อสู้คดีในชั้นศาลปกครองสูงสุดต่อไป

ดูเหมือนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน ในขณะที่มีแนวโน้มว่าผลกระทบจากกรมธรรม์ประกันภัยโควิดแบบ “เจอ จ่าย จบ” อาจจะขยายวงสร้างความเสียหายแก่ผู้ประกอบการอีกหลายราย จนกลายเป็นวิกฤตใหญ่ของธุรกิจประกันภัยแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งสุดท้ายผู้ที่เดือดร้อนก็คือประชาชนหรือผู้เอาประกันจากบริษัทนั้น ๆ ที่จะต้องรับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

สมชัย อักษรารักษ์ … อดีตบรรณาธิการ ผู้มีประสบการณ์ 20 ปี ในวงการงานข่าวการตลาด-ไอที แต่มีความสนใจในประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ จนได้ใช้ทำงานสารคดีนาน 10 ปี

เมื่อขาใหญ่ Binance จับมือ GULF บุกตลาดคริปโทฯ ในไทย

จับกระแส ตลาดคริปโทฯ ของไทย เมื่อรัฐจ้องเก็บภาษีกำไร

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

TQM ขยายสู่ “TQMalpha” รุก “ประกัน-การเงิน-เทคโนโลยี” คาดลูกค้า 10 ล้านคน

TQM ยกระดับสู่ “TQMalpha” ที่เป็นมากกว่าธุรกิจประกัน รุก 3 กลุ่มธุรกิจ ประกัน การเงิน และเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม มุ่งพัฒนาแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่

ทรู ดิจิทัล ส่ง True Farm เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ พลิกวงการเกษตรไทย

ทรู ดิจิทัล ร่วมทรานส์ฟอร์มอุตสาหกรรมการเกษตร เปิดตัวโซลูชัน “ทรู ฟาร์ม” เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะครบวงจร ดึงศักยภาพเครือข่าย 5G และเทคโนโลยี IoT, Blockchain และ Cybersecurity

JNFT เปิดตัวโปรเจกต์ “Portraits by Sakwut” ครั้งแรกกับการวาดภาพเหมือนในรูปแบบดิจิทัล

บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด และ PixelPaint เดินหน้าสร้างประสบการณ์ NFT มิติใหม่ จับมือศิลปินร่วมสมัยแถวหน้าของเมืองไทย “ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี” เปิดตัวโปรเจกต์ “Portraits by Sakwut”

กทม. หารือ Google เตรียมจัดทำ “ห้องเรียนต้นแบบ” ใช้ดิจิทัลเพื่อการศึกษา

กรุงเทพมหานคร โดยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมด้วย ศานนท์ หวังสร้างบุญ และผู้เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกับบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อหารือความร่วมมือและการสนับสนุนด้านการศึกษา

สกสว. เปิดเวทีแจงงบสนับสนุนงานวิจัยปี 67 นำนวัตกรรมยกเครื่องประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเวทีชี้แจงแนวทางการจัดทำคำของบ ววน. ปี 67 เชิญชวนประชาคมวิจัยสร้างความเข้าใจร่วมกัน พร้อมเปิดรับคำขอของหน่วยงาน เดินหน้าพลิกโฉมประเทศ ยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม วางเป้าดันไทยเป็นผู้นำเทคโนโลยี ติดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกและดัชนีความยั่งยืน 35 อันดับแรกของโลก พร้อมโชว์ผลงานวิจัยแก้ปัญหาวิกฤติชาติ ศาสตราจารย์ นพ. สุทธิพร...

เริ่มแล้ววันนี้! Acer Day 2022 แคมเปญประจำปีระดับภูมิภาค ร่วมสนุก ลุ้นรับโน้ตบุ๊กรักษ์โลก พร้อมโปรโมชันมากมาย

เอเซอร์จัดแคมเปญประจำปี Acer Day พบโปรโมชัน และกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ธีม ‘Make Your Green Mark’ เน้นย้ำถึงความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เทเลนอร์-ซีพี ทุ่ม 7.3 พันล้าน หนุนสตาร์ตอัพ สร้างประโยชน์เพื่อผู้บริโภคชาวไทย

หนึ่งในภารกิจการการสร้าง Telecoms-tech company ระหว่างกลุ่มเทเลนอร์และเครือเจริญโภคภัณฑ์คือ การตั้งกองทุน Venture Capital (VC) ขนาด 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.3 พันล้านบาท

กสิกรไทยเปิดตัว “K PAY LATER” สินเชื่อบุคคล ผ่อนชำระ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 11 บาท

ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวบริการ “K PAY LATER” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช้อปตอนนี้จ่ายตอนนู้น” ช่วยคนตัวเล็กที่ช็อตให้มีวงเงินสำรองในการซื้อสินค้าและอุปโภคบริโภคเพื่อการดำรงชีวิต

บางกอกแลนด์ ทุ่ม 4,000 ล้าน เซ็นสัญญาโครงการ “รถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี”

บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ลงนามเซ็นสัญญากับ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ใน “โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี” ด้วยเม็ดเงินลงทุนจำนวน 4,000 ล้านบาท

Spark Ignite 2022 ผลักดันผู้ประกอบการไทยขับเคลื่อนสู่ระดับภูมิภาค

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับดีป้า, เอ็นไอเอ, บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป และบริษัท แสนรู้ จำกัด เปิดโครงการการแข่งขัน “Spark Ignite 2022 - Thailand Startup Competition” ประจำปี พ.ศ. 2565

MUST READ

6 องค์กรรัฐ ใช้ดิจิทัลบริการประชาชน ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลให้มีคุณภาพ ให้ประเทศทะยานไปข้างหน้าด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งและแข่งขันในตลาดนานาชาติยุคดิจิทัลได้ ย่อมเกิดจากความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

บางกอกแลนด์ ทุ่ม 4,000 ล้าน เซ็นสัญญาโครงการ “รถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี”

บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ลงนามเซ็นสัญญากับ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ใน “โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี” ด้วยเม็ดเงินลงทุนจำนวน 4,000 ล้านบาท

กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดตัว One Application ช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดตัว One Application ระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

สกสว. เปิดเวทีแจงงบสนับสนุนงานวิจัยปี 67 นำนวัตกรรมยกเครื่องประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเวทีชี้แจงแนวทางการจัดทำคำของบ ววน. ปี 67 เชิญชวนประชาคมวิจัยสร้างความเข้าใจร่วมกัน พร้อมเปิดรับคำขอของหน่วยงาน เดินหน้าพลิกโฉมประเทศ ยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม วางเป้าดันไทยเป็นผู้นำเทคโนโลยี ติดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกและดัชนีความยั่งยืน 35 อันดับแรกของโลก พร้อมโชว์ผลงานวิจัยแก้ปัญหาวิกฤติชาติ ศาสตราจารย์ นพ. สุทธิพร...

หนึ่งทศวรรษ Sea (ประเทศไทย) กับ 3 ธุรกิจหลัก เกม-อีคอมเมิร์ซ-การเงินดิจิทัล

10 ปี Sea (ประเทศไทย) ลงเสาหลักธุรกิจไว้ 3 เสาที่เกื้อกูลกันในโลกดิจิทัลอย่างแน่นหนา ... เกม-อีคอมเมิร์ซ-การเงินดิจิทัล
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น