Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

The Next Human Skill: ผสาน ‘แกร่ง-ยืดหยุ่น’ เพื่อเป็นนาย AI

The Next Human Skill: ผสาน ‘แกร่ง-ยืดหยุ่น’ เพื่อเป็นนาย AI

ในยุคที่คลื่นสึนามิแห่งเทคโนโลยีกำลังโถมซัดเข้าใส่ชายฝั่งของโลกการทำงาน กรณีศึกษาที่น่าตระหนกที่สุดและเป็นเครื่องยืนยันว่า วิกฤติแรงงานมาถึงแล้ว คือเรื่องราวของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งที่สามารถปรับลดจำนวนพนักงานจากเดิม 1,500 คน เหลือเพียง 15 คน โดยอาศัยการทำงานร่วมกับเครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ ตัวเลขที่หายไปเกือบ 99% นี้ ไม่ได้เป็นเพียงสถิติทางธุรกิจ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่บอกเราว่า “มนุษย์รูปแบบเดิม” ที่มีความรู้และทักษะเพียงมิติเดียว กำลังเสี่ยงที่จะไม่มีที่ยืนในโลกใบใหม่

คำถามสำคัญของศตวรรษนี้จึงขยับจากการตั้งคำถามว่า “เราจะใช้ AI อย่างไรให้งานเสร็จ” ไปสู่โจทย์ที่ท้าทายกว่านั้นคือ “มนุษย์จะคงคุณค่าที่เครื่องจักรเลียนแบบไม่ได้ไว้ได้อย่างไร”

เวทีเสวนาหัวข้อ “Soft skills vs Hard Skills ทำไมองค์กรที่ดีต้องมีทั้งคู่ ?” ได้กลายเป็นพื้นที่ระดมสมองเพื่อค้นหาคำตอบของ “The Next Human Skill” ผ่านมุมมองของ 3 ผู้บริหารระดับแนวหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ทางรอดเดียวในยุคที่อัลกอริทึมครองเมือง คือการผสาน “ความเชี่ยวชาญที่ลึกซึ้ง” เข้ากับ “ความฉลาดทางอารมณ์ที่ถ่องแท้” เพื่อสร้างสมดุลใหม่ที่ตัดสินความเป็นความตายของทั้งตัวบุคคลและองค์กร

พลิกมุมมอง Hard Skills: จาก ‘ผู้ลงมือทำ’ สู่ ‘ผู้ตรวจสอบ (Verifier)’

ท่ามกลางความหวาดกลัวว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ แสตมป์-กันตณัฐ วุฒิธร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล จาก บริษัท บิทคับ แล็บส์ จำกัด ได้ชี้ให้เห็นมุมมองที่แตกต่างและเฉียบคมว่า แท้จริงแล้ว AI เปรียบเสมือนดาบสองคม แม้มันจะทำงานได้รวดเร็วและประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้ในพริบตา แต่มันยังขาดวิจารณญาณใน “ความถูกต้อง” (Accuracy) และความเข้าใจในบริบทเชิงลึก นี่คือจุดที่ Hard Skills หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกลับมาทวีความสำคัญยิ่งขึ้นในบทบาทใหม่ นั่นคือ “ผู้ตรวจสอบ” (Verifier)

มนุษย์ที่จะอยู่รอดไม่ใช่คนที่ลงไปแข่งความเร็วกับ AI แต่คือคนที่มีองค์ความรู้ลึกซึ้งพอที่จะระบุได้ว่าผลลัพธ์ที่ AI ส่งมานั้น “ได้มาตรฐาน” และ “ถูกต้อง” หรือไม่ หากเราขาดความรู้จริง เราจะไม่สามารถสั่งงาน (Prompt) หรือควบคุม AI ให้แสดงผลลัพธ์ที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยได้เลย และท้ายที่สุดเราจะตกเป็นเครื่องมือของมันเสียเอง

นอกจากนี้ คุณกันตณัฐยังขยายความถึงโอกาสของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ว่า การมี Expertise หรือความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยุคใหม่ เป็น “ทางลัด” สำคัญในการยกระดับรายได้และสร้างฐานะ เพราะหากคนรุ่นใหม่สามารถใช้เทคโนโลยีผสานกับความรู้ลึก ก็จะสามารถลดช่องว่างด้านประสบการณ์ (Experience Gap) ที่มีต่อคนรุ่นก่อนได้ ทำให้ก้าวขึ้นมาแข่งขันในสนามธุรกิจได้อย่างทัดเทียมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

วิวัฒนาการสู่ ‘ผู้คุมเกม’: เมื่อมนุษย์ต้องบัญชาการกองทัพ AI Agent

สอดรับกับแนวคิดของ เวท-ชไลเวท พิพัฒพรรณวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นายน์เอ็กซ์เพิร์ท จำกัด ที่เปิดเผยถึงทิศทางอนาคตของการทำงานว่า บทบาทของมนุษย์กำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ปฏิบัติงาน” (Operator) ไปสู่ “ผู้จัดการระบบ” หรือผู้ควบคุม AI Agent

คุณชไลเวทชี้แนะว่า ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มที่การจัดการข้อมูล (Data) ให้มีประสิทธิภาพ และการสร้างกระบวนการทำงานอัตโนมัติ (Automation) เพื่อถ่ายโอนงานที่ซ้ำซากจำเจ (Routine) งานที่ต้องทำซ้ำๆ และกินเวลา ให้กลายเป็นหน้าที่ของเครื่องจักร ทั้งนี้เพื่อปลดล็อกเวลาอันมีค่าให้มนุษย์ได้ใช้ศักยภาพที่แท้จริงในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ ดังนั้น Hard Skills ในยุคต่อไป จึงไม่ใช่แค่การรู้ว่าจะกดปุ่มไหน แต่คือความเข้าใจในตรรกะของระบบ เพื่อที่จะเปลี่ยนแรงงานมนุษย์ให้กลายเป็น “ผู้บัญชาการ” ที่มีกองทัพ AI ที่ทรงประสิทธิภาพคอยหนุนหลัง

Human Intelligence: สมการความฉลาด 5 มิติ ที่จักรกลยังเข้าไม่ถึง

หาก Hard Skills คือแขนขาที่ทรงพลัง Soft Skills ก็เปรียบเสมือนลมหายใจและจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงองค์กร ป๊อบ-ดร.ทรงศักดิ์ พุ่มสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คีย์โซลูชั่นเทรนนิ่ง จำกัด ได้หยิบยกสถานการณ์จำลองเพื่อเปรียบเปรยให้เห็นความสำคัญที่แยกจากกันไม่ได้ว่า “หาก Hard Skill คือความรู้ทางวิศวกรรมในการคำนวณปริมาณน้ำและการวางแผนระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย… Soft Skill ก็คือทักษะการสื่อสารเพื่อลดความตื่นตระหนก และการบริหารจัดการจิตใจของผู้คนในยามวิกฤติ”

การขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปจะทำให้กลไกการแก้ปัญหาล้มเหลวทันที หากคำนวณเก่งแต่สื่อสารไม่ได้ ผู้คนก็จะโกลาหล หากสื่อสารเก่งแต่แก้ปัญหาไม่ได้ น้ำก็จะท่วมเมือง ในโลกยุคใหม่ คุณป๊อบจึงเน้นย้ำเรื่อง Human Intelligence (HI) หรือความฉลาดแบบมนุษย์ใน 5 มิติ ตั้งแต่ความฉลาดทางอารมณ์เพื่อรักษาจิตใจให้มั่นคงในภาวะกดดัน ความฉลาดทางสังคมเพื่อการทำงานร่วมกัน ไปจนถึงจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้

ยิ่งไปกว่านั้น ดร.ทรงศักดิ์ยังฝากสมการความสำเร็จที่น่าสนใจไว้ว่า “Best vs Best Known” การมีทักษะที่ยอดเยี่ยมที่สุด (Best) อาจไร้ความหมายหากขาดทักษะการสื่อสารและการนำเสนอตัวตนให้เป็นที่รู้จัก (Best Known) Soft Skills จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วย “เพิ่มมูลค่า” ให้กับความรู้เชิงเทคนิค เปลี่ยนคนเก่งที่โลกลืม ให้กลายเป็นคนเก่งที่โลกต้องการ

3 ทักษะหลักเพื่อความมั่งคั่ง และศิลปะแห่งการปรับตัว (Adaptability)

เมื่อขมวดปมถึงทักษะที่จำเป็นที่สุด คุณกันตณัฐได้สรุปเป็น “สมการทักษะ 3 ด้าน” ที่คนทำงานยุคนี้ต้องมีเพื่อความอยู่รอดและความมั่งคั่ง ได้แก่:

  1. ความเข้าใจทางการเงิน (Financial Literacy): เพื่อรู้วิธีสร้างความมั่งคั่งและบริหารจัดการทรัพย์สินในยุคที่ค่าครองชีพสูงและเศรษฐกิจผันผวน
  2. ความเข้าใจในระบบดิจิทัลและ AI (Digital & AI Literacy): เพื่อใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
  3. ทักษะการบริหารคน (People Management): ซึ่งเป็น Soft Skill ขั้นสูงในการขับเคลื่อนทีมงาน

ในขณะเดียวกัน คุณชไลเวทได้สรุปหัวใจสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยคำเพียงคำเดียวคือ “Adaptability” หรือ ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัว นี่คือทักษะแม่บท (Meta-skill) ที่จะทำให้เราสามารถเปิดใจรับสิ่งใหม่ หยิบจับเทคโนโลยีมาใช้ และพร้อมเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้เสมอ

คุณชไลเวทแนะนำเทคนิคการเริ่มปรับตัวสำหรับองค์กรที่น่าสนใจว่า ให้เริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ “เล่น” และทดลองใช้ AI ในงานง่ายๆ ก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย ลดความกลัว และค่อย ๆ ขยับขยายไปสู่งานที่ซับซ้อนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

บทสรุป: มนุษย์พันธุ์ใหม่ แข็งแกร่งดั่งนักกีฬา ยืดหยุ่นดั่งสายน้ำ

บทสรุปของการเสวนาครั้งนี้ชี้ชัดว่า การถกเถียงเพื่อเลือกข้างระหว่าง Hard Skills หรือ Soft Skills เป็นเรื่องล้าสมัย เพราะ “The Next Human” ต้องมีทั้งคู่ เปรียบเสมือนการเป็น “นักกีฬามืออาชีพที่สมบูรณ์แบบ”

Hard Skills คือ กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง: ให้พละกำลังในการทำงาน สร้างผลผลิตที่จับต้องได้ มีคุณภาพ และตรวจสอบความถูกต้องได้

Soft Skills คือ ความยืดหยุ่นของร่างกาย: ช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ รับแรงกระแทกจากความเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่บาดเจ็บ และประสานงานกับผู้อื่นได้อย่างลื่นไหล

หากคุณมีแต่พละกำลังแต่ขาดความยืดหยุ่น คุณอาจจะล้มและบาดเจ็บได้ง่ายในวันที่โลกเปลี่ยนทิศทาง แต่ถ้าคุณมีทั้งความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นควบคู่กัน คุณจะไม่ใช่แค่ผู้รอดชีวิต แต่คุณจะเป็นผู้ที่ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับทุกจังหวะของเทคโนโลยี และเป็นผู้กำหนดนิยามความสำเร็จในยุคสมัยใหม่นี้ได้อย่างแท้จริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘ท็อป จิรายุส’ กาง 3 ทักษะ ผ่า 6 วิกฤติไทย

ถอดรหัส K-Content สู่ ‘กุญแจสู่อนาคต’ และโอกาสทองของซอฟต์พาวเวอร์ไทย

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar