Booking.com เปิดรายงานคาดการณ์การเดินทางประจำปี 2569 (Travel Predictions 2026) โดยชี้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ “ยุคแห่งตัวตน” (The Era of You) ซึ่งเป็นยุคที่พฤติกรรมของนักเดินทางจะมุ่งเน้นความเฉพาะเจาะจง (Hyper-personalized) และยึดความต้องการส่วนบุคคลเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
บรานาวัน อรุลโจธี (Branavan Aruljothi) ผู้จัดการภาคพื้นประจำประเทศไทย Booking.com ขยายความถึงวิสัยทัศน์ดังกล่าวผ่านข้อมูลเชิงลึก (Insights) จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเกือบ 30,000 คน ใน 33 ประเทศ ซึ่งพบว่านักเดินทางในปัจจุบันมีความเป็นปัจเจก (Individual) สูงขึ้น มีความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ (Experimental) และกระตือรือร้นต่อการออกเดินทาง สอดคล้องกับพันธกิจหลักของ Booking.com ที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่ารูปแบบการเดินทางหรือเพื่อนร่วมทางจะเป็นเช่นไร
จากการวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมเหล่านี้ นำไปสู่การสรุป 10 เทรนด์การท่องเที่ยวสำคัญ ที่ครอบคลุมตั้งแต่นิยามการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานจินตนาการ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวางแผนการเดินทาง ไปจนถึงการเลือกจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ด้านความสัมพันธ์ พร้อมกันนี้ ยังได้แนะแนวทางให้ผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (Seamless Experience) เพื่อรับมือกับความท้าทายและสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป
10 เทรนด์การท่องเที่ยวแห่งอนาคต: จากโลกแฟนตาซีสู่การค้นหาตัวตน

โลกของการเดินทางกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เริ่มต้นด้วย 1. เทรนด์ทริปท่องโลกโรแมนตาซี (Romantasy Retreats) ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนจากการพักผ่อนทั่วไป ให้กลายเป็นการดื่มด่ำไปกับบรรยากาศเสมือนอยู่ในเรื่องราว (Immersive Storyscapes) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์หรือนิยายชื่อดัง เช่น แฮร์รี่ พอตเตอร์, เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ หรือ ไวท์ โลตัส โดยนักเดินทางต้องการเข้าไปจำลองประสบการณ์เหล่านั้น ซึ่งสถิติชี้ว่านักเดินทางชาวไทยถึงร้อยละ 91 ต้องการเดินทางตามรอยนิยายแนวโรแมนตาซี และมีถึงร้อยละ 81 ที่เต็มใจเข้าร่วมกิจกรรมสวมบทบาทตัวละครหรือแต่งกายเลียนแบบสิ่งที่ตนชื่นชอบในระหว่างการเดินทาง
ในด้านที่พักอาศัย 2. เทรนด์บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะ (Humanoid Homes) กำลังได้รับความนิยม สะท้อนถึงความต้องการความเป็นส่วนตัวผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย นักเดินทางเริ่มมองหาที่พักที่ใช้หุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติในการให้บริการ เช่น การทำความสะอาดห้องพักแทนแม่บ้านเพื่อลดการรบกวน โดยนักเดินทางชาวไทยถึงร้อยละ 94 เปิดกว้างที่จะจองที่พักที่มีระบบหุ่นยนต์สนับสนุน และร้อยละ 35 ให้เหตุผลว่าต้องการความแปลกใหม่เพื่อนำไปสร้างคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram หรือ TikTok
นอกจากนี้ มิติของการเดินทางยังถูกใช้เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ผ่าน 3. ทริปทดสอบความสัมพันธ์ (The Turbulence Test) ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือวัดระดับความเข้ากันได้ ไม่ว่าจะเป็นกับคนรัก เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน เพื่อสังเกตปฏิกิริยาและการแก้ปัญหาเมื่อเจอสถานการณ์จริง โดยร้อยละ 92 ของนักเดินทางชาวไทยยินดีพาคนรักหรือเพื่อนใหม่ไปร่วมทริปเพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือไม่ และร้อยละ 88 เลือกจุดหมายที่ท้าทายหรือห่างไกล เช่น พื้นที่ที่สื่อสารยากหรือมีระบบเงินตราซับซ้อน เพื่อทดสอบความสัมพันธ์นั้น
พฤติกรรมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนไปสู่ 4. ของที่ระลึกจากชั้นวางเครื่องครัว (Shelfie Souvenirs) จากที่เคยซื้อแม่เหล็กติดตู้เย็น ผู้คนหันมามองหาสินค้าดีไซน์หรือเครื่องครัวที่ใช้งานได้จริงและตั้งโชว์ได้ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำทางวัฒนธรรม โดยร้อยละ 87 ของนักเดินทางชาวไทยพิจารณาซื้อเครื่องครัวที่มีดีไซน์โดดเด่น และร้อยละ 77 ระบุว่าสิ่งนี้อาจเป็นวัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง เช่น การไปเชียงใหม่เพื่อซื้อถ้วยชามเฉพาะถิ่น
ขณะเดียวกัน รูปแบบการเดินทางด้วยรถยนต์ก็กำลังวิวัฒนาการเป็น 5. โรดทริปเวอร์ชันใหม่ (Road Trip Rewire) ที่เน้นความยืดหยุ่นและการเปิดกว้างต่อมิตรภาพใหม่ ๆ มากกว่าแค่การเที่ยวกับครอบครัวแบบเดิม สถิติพบว่าร้อยละ 95 ของนักเดินทางชาวไทยเปิดรับการเดินทางร่วมกัน (Carpooling) และร้อยละ 81 ยินดีใช้แอปพลิเคชันหาเพื่อนร่วมทาง ในขณะที่ร้อยละ 85 จะใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยวางแผนเส้นทางแปลกใหม่ที่คนทั่วไปยังไม่รู้จัก
ความเชื่อและศรัทธายังคงมีบทบาทสำคัญผ่าน 6. จุดหมายแห่งโชคชะตา (Destinations of Destiny) ซึ่งโหราศาสตร์เข้ามามีส่วนในการวางแผนเที่ยวอย่างมาก นักเดินทางชาวไทยร้อยละ 72 พร้อมเปลี่ยนแผนหรือยกเลิกทริปหากหมอดูทักว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม และร้อยละ 75 จะยกเลิกทันทีหากมีคำเตือนจากดวงชะตา
ในทางกลับกันก็นิยมเดินทางไปสถานที่ที่ช่วยเสริมดวงและโชคลาภ เทรนด์การดูแลตัวเองได้ขยายไปสู่ 7. ทริปเดินทางสู่ผิวเปล่งประกาย (Glocalization & Skin-Specific Travel) ที่เจาะจงเรื่องสุขภาพผิวอย่างจริงจัง โดยร้อยละ 91 ของนักเดินทางชาวไทยจองทริปเพื่อตอบโจทย์เรื่องผิวพรรณ และร้อยละ 78 ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์หาจุดหมายที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น การหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการไปญี่ปุ่นสำหรับคนผิวแห้งหรือผิวมัน
หลังจากความวุ่นวายในปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มมองหา 8. กิจกรรมพักผ่อนแสนสงบ (Hush Hobbies) เพื่อโหยหาความเงียบ โดยร้อยละ 54 ของนักเดินทางชาวไทยเลือกจุดหมายที่เน้นธรรมชาติ และมีการใช้ AI เพื่อส่งเสริมงานอดิเรกใหม่ ๆ เช่น การระบุสายพันธุ์นกหรือผีเสื้อในบริเวณที่พัก
เทคโนโลยีไม่ได้แค่ช่วยวางแผน แต่ยังเป็น 9. พาสปอร์ตสู่การเดินทางย้อนอดีต (The Passport to the Past) เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ โดยร้อยละ 91 ของนักเดินทางชาวไทยสนใจใช้ AI ค้นหาสถานที่จริงจากรูปภาพเก่าเพื่อกลับไปเยือนอีกครั้ง ซึ่งแรงจูงใจเกือบครึ่งหนึ่งคือต้องการย้อนรอยความทรงจำกับคนที่รัก และร้อยละ 55 ต้องการสัมผัสความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก
สุดท้ายคือ 10. ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่ (Modern Milestone Missions) ที่นิยามการเฉลิมฉลองเปลี่ยนไป ไม่ต้องรอโอกาสใหญ่ แต่เน้นการให้รางวัลตัวเองในโอกาสเล็ก ๆ หรือความสำเร็จทางกายภาพ โดยร้อยละ 77 ระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลพิเศษในการจองทริป และร้อยละ 19 พร้อมไปจุดหมายในฝันทันที ในขณะที่ร้อยละ 23 เดินทางเพื่อฉลองเป้าหมายการฟิตหุ่นของตนเอง
3 กลยุทธ์หลักสำหรับผู้ประกอบการเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ (Hospitality) สามารถปรับตัวและยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในปีนี้ คุณบรานาวันได้แนะแนวทางกลยุทธ์สำคัญ 3 ประการ
โดยเริ่มจาก การสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจง (Personalization) เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจทำให้ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่าย (Spending Power) มากขึ้น นักท่องเที่ยวจึงมีความตั้งใจ (Intentional) อย่างมากในการเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด การเดินทางแต่ละครั้งต้องตอบโจทย์ความต้องการส่วนบุคคลอย่างแท้จริง ผู้ประกอบการจึงต้องนำเสนอประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และมอบคุณค่า (Value) ที่ตรงใจลูกค้าแต่ละรายให้ได้มากที่สุด
กลยุทธ์ประการต่อมาคือ การเปิดรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Embracing AI) ซึ่งคุณบรานาวันขยายความว่า การใช้ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ Generative AI เช่น OpenAI เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการนำข้อมูล (Data) มาใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า โดยมองว่าคู่แข่งของโรงแรมในปัจจุบันอาจไม่ใช่โรงแรมข้างเคียง แต่คือแพลตฟอร์มอย่าง Netflix หรือ Facebook ที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้และนำเสนอสิ่งแนะนำ (Recommendation) ได้อย่างแม่นยำ ธุรกิจท่องเที่ยวจึงต้องใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับการบริการให้รู้ใจลูกค้าในลักษณะเดียวกัน
สำหรับกลยุทธ์สุดท้ายคือ การสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) ในยุคที่โทรศัพท์มือถือเปรียบเสมือนอวัยวะสำคัญที่ขาดไม่ได้ ผู้ให้บริการต้องออกแบบกระบวนการทุกอย่างให้ง่ายและสะดวกที่สุด (Super Seamless) เพียงปลายนิ้วสัมผัส ตั้งแต่ขั้นตอนการจองไปจนถึงการเข้าพัก เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่นักเดินทาง
ไขข้อข้องใจอันดับเมืองท่องเที่ยวและปรากฏการณ์เวียดนาม
ต่อข้อสังเกตเรื่องรายชื่อจุดหมายปลายทางยอดนิยม (Trending Destinations) ของปี 2026 ซึ่งไม่มีชื่อของกรุงเทพฯ ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก คุณบรานาวันชี้แจงว่า การจัดอันดับดังกล่าววัดจากอัตราการเติบโตของการค้นหา (Growth in Search) แบบปีต่อปี (Year-on-Year) ซึ่งมักจะเป็นเมืองใหม่ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากพิจารณาจากยอดการค้นหารวมและจำนวนนักท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครยังคงติดอันดับ 1 ใน 5 (Top 5) เมืองยอดนิยมของโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับกระแสความนิยมของประเทศเวียดนามที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นนั้น เกิดจากการทำการตลาดและการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม คุณบรานาวันเปรียบเทียบว่า ประเทศไทยยังคงสถานะเสมือนบ้านหลังที่สอง (Second Home) ของนักท่องเที่ยว ด้วยจุดเด่นด้านอาหาร ผู้คน และวัฒนธรรม แม้นักท่องเที่ยวจะออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ท้ายที่สุดก็จะกลับมาเยือนไทยซ้ำเสมอ (Repeat Visitors) ในด้านพฤติกรรมนักท่องเที่ยว พบว่ามีการวางแผนล่วงหน้า (Booking in Advance) นานขึ้นหลายเดือน และมีระยะเวลาการพำนัก (Length of Stay) ที่ยาวนานขึ้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4 คืนขึ้นไป และแม้จะไม่มีตัวเลขการใช้จ่ายเฉลี่ยที่เปิดเผยได้ในขณะนี้ แต่แนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Tourism) ของไทยก็ยังคงมีความแข็งแกร่ง
ความยั่งยืนแคมเปญภาครัฐและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
การที่ประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustainable Travel) ไม่ได้ถูกหยิบยกมาเป็นเทรนด์หลักในปีนี้ ไม่ได้หมายความว่าความสนใจลดลง แต่คุณบรานาวันมองว่า เรื่องนี้ได้กลายเป็นความคาดหวังพื้นฐาน (Expectation) ของนักท่องเที่ยวไปแล้ว เช่น การประหยัดพลังงาน หรือการนำผ้าปูที่นอนกลับมาใช้ซ้ำ โดยข้อมูลระบุว่านักท่องเที่ยวถึงร้อยละ 38 มีแนวโน้มที่จะไม่จองที่พักหากสถานที่นั้นไม่มีแนวทางด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน
ในส่วนของบทบาทภาครัฐ คุณบรานาวันมีความเห็นเชิงบวกต่อแคมเปญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงการดึงศิลปินระดับโลกอย่างลิซ่ามาร่วมโปรโมต โดยมองว่าสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) ได้จริง โดยเฉพาะการดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Younger Audience) และนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ ซึ่งทาง Booking.com ได้ทำงานร่วมกับ ททท. อย่างใกล้ชิดเพื่อสนับสนุนแคมเปญเหล่านี้
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงโอกาสในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น กลุ่มนักวิ่ง (Runners) ที่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวพร้อมการวิ่ง (Runcation) ซึ่งคุณบรานาวันสนใจแนวคิดนี้เป็นพิเศษ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีแพ็กเกจสำหรับนักวิ่งโดยตรง แต่ทางแพลตฟอร์มมีส่วนของประสบการณ์ (Experiences) ที่ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง Viator ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับชมรมวิ่ง (Running Clubs) ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
สำหรับก้าวต่อไปของเทคโนโลยี Booking.com เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับกลุ่มนักเดินทางธุรกิจ (Business Travelers) ที่กำลังกลับมาเติบโต รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเที่ยวบิน (Flight Products) อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการนำผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant) มาใช้เพื่อตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย (Safety) และความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม โดย AI จะช่วยตอบคำถามเฉพาะเจาะจงได้ เช่น กรณีคู่รักที่ยังไม่ได้แต่งงานต้องการทราบข้อปฏิบัติในการเข้าพักในบางประเทศที่มีวัฒนธรรมเคร่งครัด ซึ่งขณะนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวเริ่มให้บริการแล้วในสิงคโปร์และออสเตรเลีย และมีแผนจะเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อระบบรองรับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์
ในช่วงท้าย คุณบรานาวัน ได้เปิดเผยรายชื่อ 10 จุดหมายปลายทางที่มีการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงสุดและน่าจับตามองในปี 2026 (Trending Destinations) ได้แก่ มุยเน่ (Mui Ne) ประเทศเวียดนาม, บิลเบา (Bilbao) ประเทศสเปน, บาร์รังกียา (Barranquilla) ประเทศโคลอมเบีย, ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia) สหรัฐอเมริกา, กวางโจว (Guangzhou) ประเทศจีน, ซาล (Sal) ประเทศเคปเวิร์ด (Cape Verde), มาเนาส์ (Manaus) ประเทศบราซิล, มุนสเตอร์ (Münster) ประเทศเยอรมนี, โคชิน (Kochi) ประเทศอินเดีย และ พอร์ตดักลาส (Port Douglas) ประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้คือภาพรวมของการเดินทางในปี 2569 ที่ Booking.com คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น เพื่อให้นักเดินทางได้เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคแห่งตัวตน และออกแบบการเดินทางที่สร้างความภาคภูมิใจและประทับใจที่สุด
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ซินเน็ค ปักธงปี 69 รายได้ทะลุ 5 หมื่นล้าน พลิกโฉมสู่ Technology Ecosystem Enabler
กลุ่มทิสโก้กางแผน 3 ปี ใช้ AI ขับเคลื่อนการเงินดิจิทัล





