Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

BINANCE TH มองคริปโทปี 69 ปรับฐานใหญ่ แนะจัดพอร์ตเน้นลงทุนหุ้น-บิทคอยน์

BINANCE มองคริปโทปี 69 ปรับฐานใหญ่ แนะจัดพอร์ตเน้นลงทุนหุ้น-บิทคอยน์

BINANCE TH Academy วิเคราะห์ทิศทางตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2569 ประเมินตลาดมีโอกาสผันผวนและปรับฐานในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่บิทคอยน์จะทยอยฟื้นตัว ขณะที่ Altcoin อาจเผชิญข้อจำกัดจากโครงสร้างตลาดและพฤติกรรมนักลงทุน โดยมองว่าการลงทุนในปีนี้ควรเน้นบริหารความเสี่ยง จัดพอร์ตอย่างรอบคอบ และใช้กลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับสภาวะตลาดที่ยังเปลี่ยนแปลงสูง

มุมมองดังกล่าวถูกนำเสนอในงาน Block Mountain CNX 2026 ภายใต้หัวข้อ “Digital Innovation & Digital Asset Day” โดย บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด (BINANCE TH) นำทีมโดย นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BINANCE TH และ ทัพฟ้า วทัญญูทวีวัฒน์ Investment Strategist จาก BINANCE TH Academy ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2569 ว่ามีโอกาสเกิดการปรับฐานแรงในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่ราคาบิทคอยน์จะทยอยฟื้นตัว ขณะที่ Altcoin อาจไม่ฟื้นตัวได้มากเท่าบิทคอยน์

แนวโน้มราคาและการเคลื่อนไหวของ Bitcoin

ภาพรวมตลาดในปีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด “Sharp Drop” ในช่วงครึ่งปีแรกของปี ก่อนเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว ซึ่งบิทคอยน์มีแนวโน้มฟื้นตัว (Recover) ขึ้นได้ แต่ฝั่ง Altcoin อาจฟื้นตัวได้จำกัดจากโครงสร้างตลาดและพฤติกรรมของนักลงทุน

หากมองในมุมพฤติกรรมราคา บิทคอยน์มีความสัมพันธ์ด้านราคากับตลาดหุ้นค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นและหุ้นเทคโนโลยี เมื่อซูมลงไปดูรายละเอียดมากขึ้น จะเห็นว่าบิทคอยน์มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคอย่างชัดเจน สะท้อนว่านักลงทุนจำนวนมากมองบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ในกลุ่ม Macro หรือสินทรัพย์เสี่ยง มากกว่าจะมองเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวเหมือนทองคำ

ขณะที่ความสัมพันธ์ด้านราคากับทองคำในภาพรวมรายปีพบว่าแทบไม่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน แม้ตลาดจะมีการเล่าเรื่องว่าบิทคอยน์เป็น “ดิจิทัลโกลด์” (Digital Gold) แต่ในเชิงพฤติกรรมราคา กลับยังไม่สะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน

หากมองด้านกระแสเงินลงทุน แม้ราคาบิทคอยน์ในปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนติดลบ แต่ยังคงมีเงินไหลเข้าผ่าน ETF อย่างต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมการเข้าซื้อของนักลงทุน โดยเฉพาะฝั่งสถาบันที่ทยอยเข้าซื้ออย่างมีวินัย และไม่ได้ให้น้ำหนักกับการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นมากนัก ซึ่งมองว่าเป็นสัญญาณของดีมานด์ที่ยังคงมีอยู่

สำหรับภาพมหภาค ประเมินว่า สภาพแวดล้อมโดยรวมยังถือว่าค่อนข้างเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยมองว่าโอกาสที่สหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2569 มีไม่มาก ขณะเดียวกันตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยขาลง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่สินทรัพย์ดิจิทัลตอบรับได้ดี นอกจากนี้ยังมีเงินจำนวนมากพักอยู่ในกองทุนตลาดเงิน สะท้อนว่านักลงทุนจำนวนหนึ่งยังอยู่ในโหมดระมัดระวังความเสี่ยง และหากมีการเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นรับความเสี่ยง เงินดังกล่าวอาจไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลได้

สถานการณ์ Altcoin และกลยุทธ์การจัดพอร์ต

ในส่วนของ Altcoin โครงสร้างตลาดในช่วงหลังยังไม่เอื้อต่อการเกิด Altcoin Season โดยจำนวนวันที่ Altcoin สามารถให้ผลตอบแทนดีกว่าบิทคอยน์ในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกัน ข้อมูลมูลค่าการเทรดสะท้อนว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับการถือครองและเทรด Stablecoin มากขึ้น ซึ่งสะท้อนภาวะบริหารความเสี่ยงของตลาด ทำให้ยังไม่เห็นการไหลของเงินไปยังเหรียญขนาดเล็กอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมองว่า Altcoin ในปี 2569 ยังสามารถลงทุนได้ แต่ควรเป็นลักษณะการเทรดสั้นตามธีมและจังหวะตลาด มากกว่าการถือยาว

สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุน มีมุมมองว่า หากมีเงินก้อนใหญ่ ควรให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก รองลงมาคือบิทคอยน์ และควรถือเงินสดไว้บางส่วน เพื่อใช้สำหรับโอกาสการลงทุนเชิงเทคนิคในเหรียญ Altcoin

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ควรจับตาในปีนี้ ได้แก่ การเติบโตของ Stablecoin การไหลเข้าของเงินผ่าน ETF และการเพิ่มขึ้นของกลุ่มที่นำสินทรัพย์ดิจิทัลไปเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสินทรัพย์ในระดับองค์กร รวมถึงปัจจัยด้านมหภาค เช่น การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดคริปโทและตลาดทุนโดยรวม

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 เหรียญคริปโทที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปี 2568

Block Mountain CNX 2026 ชูยุทธศาสตร์ดันเอเชียฮับ Web3-สินทรัพย์ดิจิทัลโลก

Real-World Assets (RWA) คลื่นแห่งการเชื่อมโลก TradFi สู่ DeFi

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar