Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

GUNKUL New Era: ลุย ‘Energy & AI’ รับเทรนด์โลก

GUNKUL New Era: ลุย ‘Energy & AI’ รับเทรนด์โลก

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศทิศทางกลยุทธ์ใหม่ประจำปี 2569 ด้วยการขยายขอบเขตธุรกิจจากฐานการเป็นผู้พัฒนาพลังงานสีเขียว สู่การเป็น “พาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ AI” แบบครบวงจร เพื่อตอบสนองต่อเทรนด์การลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของภูมิภาค อันจะนำมาสู่การกำหนดเป้าหมายรายได้ในปีนี้ไว้ที่กว่า 10,000 ล้านบาท

เดินหน้าพลังงานสีเขียว ตั้งเป้า 2,000 เมกะวัตต์ ในปี 2570

เป้าหมายหลักประการหนึ่งคือการขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานสีเขียวให้มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 โดยวางแผนดำเนินงานทั้งในและต่างประเทศอย่างชัดเจน

สำหรับตลาดต่างประเทศ ฟิลิปปินส์ถูกกำหนดให้เป็นตลาดหลัก เนื่องจากปัจจัยบวกด้านเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่อง ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง อัตราค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าไทย และนโยบายรัฐที่สนับสนุนพลังงานหมุนเวียนอย่างแข็งขัน โครงการในฟิลิปปินส์มีความคืบหน้าแล้ว 85-90% และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในครึ่งปีแรกของปี 2569

ในทางตรงกันข้าม บริษัทได้ตัดสินใจขายโครงการพลังงานสีเขียวขนาดประมาณ 30 เมกะวัตต์ในมาเลเซียออกไป เนื่องจากมองว่าโครงการมีขนาดเล็กและให้ผลตอบแทนที่ไม่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับโอกาสในตลาดอื่น การดำเนินการนี้เป็นการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อนำเงินทุนไปใช้ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงกว่า

ขณะที่การลงทุนในตลาดญี่ปุ่น บริษัทยังคงดำเนินการต่อไปด้วยความระมัดระวัง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการเรียนรู้กลไกการทำงานของตลาดเสรี (Liberalized Market) และนำองค์ความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

วรินทิพย์ โรซาร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจพลังงานและกลยุทธ์การลงทุน (COO, Strategic Investment and Renewable Energy Business) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีพอร์ตโฟลิโอพลังงานสีเขียวในมือประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 600 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนาอีก 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยเปิดดำเนินการในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า โดยมีโครงการขนาด 176 เมกะวัตต์ที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในสิ้นปีนี้

ปรับโมเดลธุรกิจด้วยกลยุทธ์พันธมิตรและระบบนิเวศแบบครบวงจร

นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

การเติบโตในยุคใหม่ถูกวางกรอบไว้ภายใต้กลยุทธ์การสร้างพันธมิตร (Partnership) และการเลือกรูปแบบการลงทุนที่ยืดหยุ่น นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การร่วมมือกับพันธมิตรจะช่วยเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน ขณะที่การลงทุนแบบไม่รวมงบการเงิน (Unconsolidated Investment) สำหรับโครงการบางส่วนจะช่วยรักษาสภาพคล่องและควบคุมโครงสร้างหนี้สินให้คงอยู่ ในระดับที่เหมาะสม

บริษัทยังได้ยืนยันการตัดสินใจที่จะไม่แยกธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระบบไฟฟ้า (EPC) ออกไปเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก (Spin-off) เพื่อรักษาความได้เปรียบจากการเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร การผนวกศักยภาพด้านพลังงาน การก่อสร้าง และการค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกันถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ธุรกิจใหม่ ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขยายขีดความสามารถ EPC และ Manufacturing รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรม Data Center สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับฝ่ายงานวิศวกรรมและผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าของบริษัท ชัยศิริ วัฒนชาญณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจวิศวกรรม และ Turnkey (COO, Engineering and Turnkey) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) อธิบายว่าศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องใช้ระบบจ่ายไฟที่มีความเสถียรในระดับ Tier 3-4 ซึ่งต้องอาศัยระบบจ่ายไฟฟ้าแบบคู่ (Double Source) ส่งผลให้มูลค่างานด้านวิศวกรรมและก่อสร้างมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สถานการณ์ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังสะท้อนถึงโอกาสที่ชัดเจน กำลังการจ่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ แต่กลับมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจากผู้ยื่นขอแล้วมากกว่า 10,000 เมกะวัตต์ ช่องว่างนี้สร้างปริมาณงานรอการขยายระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าจำนวนมหาศาล ซึ่งตรงกับความเชี่ยวชาญหลักของบริษัท

อารีวรรณ เฉลิมแดน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง (COO, Manufacturing & Trading) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า การผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าของบริษัทมีความพร้อมเต็มที่ในการสนับสนุนทั้งงาน EPC และการผลิตอุปกรณ์เฉพาะสำหรับศูนย์ข้อมูล รวมถึงได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ใช้ก๊าซ SF6 แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ฐานะการเงินแข็งแกร่ง พร้อมสนับสนุนการลงทุนครั้งใหญ่

ความพร้อมด้านเงินทุนเป็นเสาหลักที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายตัวทั้งหมด ฐิติพงศ์ เตชะรัตนยืนยง ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี (CFO) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทมีแผนใช้งบลงทุน (CAPEX) ภายในระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2567-2569) รวมทั้งสิ้นประมาณ 39,000 ล้านบาท โดยในปี 2567 นี้คาดว่าจะมีการใช้จ่ายประมาณ 35% ของงบดังกล่าว หรือคิดเป็นมูลค่าราว 12,000 ถึง 13,000 ล้านบาท

บริษัทมีแหล่งเงินทุนสำรองอยู่ในระดับสูง ประกอบด้วยวงเงินกู้หมุนเวียน 7,800 ล้านบาท ซึ่งใช้ไปแล้วเพียง 32% ตั๋วสัญญาใช้เงินวงเงิน 3,000 ล้านบาทที่ยังไม่มีการเบิกใช้ และวงเงินหุ้นกู้ 15,000 ล้านบาท ซึ่งออกไปแล้วเพียง 2,300 ล้านบาท

โครงสร้างหนี้สินที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.91 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเงื่อนไขสูงสุดที่ตกลงกับสถาบันการเงินที่ระดับ 3 เท่า แม้หลังจากใช้งบลงทุนตามแผนทั้งหมดแล้ว อัตราส่วนดังกล่าวคาดว่าจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.3 ถึง 1.4 เท่า ซึ่งยังคงเหลือพื้นที่สำหรับการกู้ยืมเพิ่มเติมได้อีกมาก บริษัทประเมินว่ายังมีศักยภาพในการระดมทุนหรือก่อหนี้เพิ่มได้อีกกว่า 25,000 ล้านบาท

เตรียมความพร้อมองค์กรด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์

การพัฒนาศักยภาพภายในองค์กรเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญสำหรับกลยุทธ์การเติบโตครั้งใหม่ GUNKUL ได้วางรากฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลอย่างเป็นระบบ เอกภาพ ลาภอำนวยผล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยี (Senior Vice President, Technology) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหนึ่งในแนวทางหลักคือการปรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการทำงานที่รวดเร็วและลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์หรือบริการออกสู่ตลาด

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่ในองค์กรให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง แนวทางนี้ไม่เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน แต่ยังรวมถึงการประยุกต์ใช้แบบจำลอง AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

การพัฒนาศักยภาพคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีถือเป็นอีกกลไกสำคัญ ฝ่ายเทคโนโลยีทำงานร่วมกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลในโครงการยกระดับทักษะพนักงาน โดยมุ่งสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงความปลอดภัยในโลกไซเบอร์

มุ่งสร้างกำไรจากฐานโรงไฟฟ้าที่มั่นคง

รายได้ของบริษัทมาจากสามธุรกิจหลัก แต่กำไรสุทธิประมาณ 65-70% มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นแหล่งสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง (Stable Cash Flow) เป้าหมายระยะยาวของบริษัทคือการเพิ่มสัดส่วนกำไรจากส่วนนี้ให้สูงถึง 80% ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนจากฐานพลังงานสะอาด

จับตานโยบายรัฐและเรียกร้องความยืดหยุ่น

ในประเด็นนโยบายภาครัฐ คุณนฤชลให้ความเห็นว่า มาตรการลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3 บาทต่อหน่วย คาดว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการผ่านการอุดหนุนจากงบประมาณ ซึ่งน่าจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพรวมธุรกิจ ในทางกลับกัน แนวโน้มการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือนและอนุญาตให้ขายไฟฟ้าคืนสู่ระบบ (Grid) นั้น น่าจะช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีข้อกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขการวางหลักประกันการใชไฟฟ้า (BG) สำหรับนักลงทุนศูนย์ข้อมูล ที่อาจตั้งอยู่ในระดับสูงเกินไป นางสาวนฤชล กล่าวว่า การปรับลดหรือเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเงื่อนไขดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่จากต่างชาติได้อย่างเต็มที่

เตรียมความพร้อมองค์กรสู่อนาคต

การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรถือเป็นอีกด้านที่บริษัทให้ความสำคัญ การปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และการเปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (Insights) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานดังกล่าว

ด้านการพัฒนาบุคลากร เกรียงไกร เรืองเมธานพรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร (Senior Vice President, People and Culture บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 3 เสาหลัก ได้แก่ การบริหารทรัพยากรบุคคลด้วยข้อมูล (Data-driven HR) การพัฒนาประสบการณ์และศักยภาพของบุคลากร (Talent Experience) และการสร้างวัฒนธรรมองค์กร “One Gunkul” ที่เน้นการทำงานเป็นทีมและข้ามสายงาน

บริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายทางการเงินเฉพาะด้าน โดยมุ่งเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) จากระดับ 13.21% ในปัจจุบัน เป็น 15-16% ภายในระยะเวลา 1-2 ปี ขณะที่นโยบายการจ่ายเงินปันผลจะยังคงรักษาระดับอัตราผลตอบแทนประมาณ 6% ไว้

ความพร้อมที่สมบูรณ์ รอเพียงนโยบายที่ชัดเจน

โดยสรุปแล้ว คุณนฤชลมองว่า บริษัทมีความพร้อมครบทั้งสามด้านหลัก ได้แก่ เงินทุนที่เพียงพอ ปริมาณงานที่รอการดำเนินการ และความพร้อมทางเทคนิค ทั้งนี้ ปัจจัยสุดท้ายที่ยังคงต้องจับตาคือความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกรอบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความเร็วและขอบเขตของการเติบโตในระยะต่อไป

การประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของ GUNKUL ต่อสภาพตลาดและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังเป็นการยืนยันบทบาทของบริษัทในฐานะผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัลของประเทศ สู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เปิดโมเดล ‘EV เพื่อพี่วิน’ เช่าขับเริ่ม 75 บาท พิสูจน์สูตรลดต้นทุน 7 เท่า

เอปสันยืนเป้าปี 69 โต 5% ชูกลยุทธ์ Customer Value First ตอบโจทย์องค์กร หนุนแกร่ง B2B

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar