อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ประเทศไทย ประกาศทิศทางกลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศที่คาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 5.6 ล้านล้านบาท ด้วยการผลักดันภาคธุรกิจให้เปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Agentic AI) การเคลื่อนไหวระดับมหภาคครั้งนี้เป็นการยกระดับต่อเนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในประเทศมูลค่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผสานกับการเร่งเครื่องพัฒนาทักษะบุคลากรดิจิทัลกว่าแสนราย และการนำเสนอนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันขององค์กรไทยในระยะยาว
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อะเมซอน เว็บเซอร์วิสเซส (AWS) กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตในระดับร้อยละ 14.2 และถูกคาดการณ์ว่าจะเข้าถึงมูลค่า 5.6 ล้านล้านบาทในปี 2569 ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อะเมซอน เว็บเซอร์วิสเซส (AWS) มุ่งเน้นสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัลไทยด้วยการขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AWS Thailand Region มูลค่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐในระยะเวลา 15 ปีจนถึงปี 2580 ซึ่งประมาณการว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวมต่อจีดีพีของประเทศไทยสูงถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และช่วยสนับสนุนการจ้างงานเต็มเวลาเฉลี่ย 11,000 ตำแหน่งต่อปี
ปัจจุบัน AWS Thailand Region ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการด้วยบริการเริ่มต้นกว่า 120 บริการ ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศได้ถึงร้อยละ 89 ควบคู่ไปกับการเร่งลงทุนนำชิปประมวลผลชั้นนำอย่าง NVIDIA GPUs และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) เข้ามาให้บริการเพิ่มเติม ตลอดจนเตรียมเปิดตัวบริการใหม่ อาทิ IoT Core, Redshift และ Data Firehose รวมถึงการนำระบบนิเวศของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระระดับโลกเข้ามาให้บริการอย่าง SAP MongoDB และ Snowflake
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและทุนมนุษย์เต็มรูปแบบ
การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยนับตั้งแต่ปี 2560 AWS ได้ฝึกอบรมบุคลากรไทยด้านคลาวด์ไปแล้วกว่า 100,000 คน ผ่านโครงการระดับประเทศ เช่น การร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในหลักสูตรวิศวกรรมศูนย์ข้อมูลขั้นสูง โครงการ Tech for Digital Future ที่นำร่องในจังหวัดชลบุรีและชัยนาทเพื่อสร้างความรู้ด้านดิจิทัลแก่นักเรียนไทย พร้อมตั้งเป้าสร้างสถิติ Guinness World Records
รวมถึงโครงการ Skills to Jobs Tech Alliance ที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2568 ด้วยความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสถาบันการศึกษาอีก 11 แห่ง ในด้านเครือข่ายพันธมิตร บริษัทได้แต่งตั้ง ซินเน็ค (SYNNEX) เป็นผู้จัดจำหน่าย เพื่อเจาะตลาดระดับภูมิภาค พร้อมลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Netpro, G-Data, G-Able และ NTT DATA
ชู 4 กลยุทธ์ปี 2569 เร่งเครื่อง Enterprise AI พลิกโฉมอุตสาหกรรม
สำหรับความสำคัญทางธุรกิจและกลยุทธ์หลักในปี 2569 คุณวัตสันได้กำหนดวาระสำคัญไว้ 4 ประการ ได้แก่ การเร่งสร้างการใช้งานคลาวด์ในภูมิภาค การใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Agentic AI การเจาะลึกอุตสาหกรรมเฉพาะ และการขยายผลการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร
ข้อมูลจากไอดีซีระบุว่าร้อยละ 70 ขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาดการณ์ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการดำเนินธุรกิจภายใน 18 เดือนข้างหน้า AWS จึงตั้งเป้าผลักดันองค์กรกว่า 150,000 แห่งสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ระดับองค์กร ซึ่งปัจจุบันการใช้งานในกลุ่มธุรกิจไทยเติบโตขึ้นจากร้อยละ 24 เป็นร้อยละ 32 โดยภาคธุรกิจไทยร้อยละ 67 ที่ใช้งานระบบนี้สามารถเพิ่มการเติบโตของรายได้ และร้อยละ 81 รายงานว่ามีผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 2024 ส่งผลให้ตลาดปัญญาประดิษฐ์ของไทยได้รับการประเมินว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยร้อยละ 41.5 ไปจนถึงปี 2030
การมุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายทำให้เกิดผลลัพธ์การใช้งานจริงที่จับต้องได้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้นำระบบไปใช้ตรวจจับบัญชีม้า บริหารจัดการการกระจายเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม รวมถึงการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยลดการลงพื้นที่ประเมินหน้างานได้มากกว่า 2,000 ครั้ง
ทางด้านบริษัทแสนสิริ มีการสร้างระบบฐานข้อมูลความรู้สำหรับโครงการกว่า 500 แห่ง และใช้เทคโนโลยีแปลงภาพเป็นข้อความ (OCR) ในการประมวลผลใบแจ้งหนี้จำนวน 50,000 ฉบับต่อเดือน ด้วยความแม่นยำสูงกว่าร้อยละ 90
–แสนสิริ ผนึก AWS ใช้ Gen AI ในอุตฯอสังหา ตอบสนองลูกค้าเร็วขึ้น 30%
ขณะที่ ปตท. ดิจิตอล ย้ายระบบซอฟต์แวร์ดั้งเดิมจาก .NET บนระบบปฏิบัติการ Windows สู่คลาวด์ผ่านเครื่องมือ AWS Transform for .NET ซึ่งช่วยลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ถึงร้อยละ 76 และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ 13 เท่า
ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วย ‘Agentic AI’ และนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง
ในมิติของการยกระดับเทคโนโลยี ฉัตรชัย กำลังเดช ผู้จัดการอาวุโสด้านสถาปัตยกรรมโซลูชันจากAWS ประเทศไทย ได้สรุปนวัตกรรมล่าสุดจากงานสัมมนา AWS re:Invent ว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบผู้ช่วยทั่วไป ไปสู่ระบบ Agentic AI ที่สามารถทำงานหลายขั้นตอนได้อัตโนมัติเต็มรูปแบบ และเลียนแบบตรรกะความคิดมนุษย์ได้
–AWS re:Invent 2025: พลิกโฉม Cloud สู่ยุค ‘Agentic AI’
นวัตกรรมกลุ่ม Frontier Agents ที่เปิดตัวประกอบด้วย Kiro ซึ่งเป็นเอเจนต์นักพัฒนาอัตโนมัติ ที่เข้ามาช่วยดูแลรหัสโปรแกรม Amazon Security Agent ที่ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดำเนินการทดสอบเจาะระบบและเสนอการแก้ไข และ Amazon DevOps Agent สำหรับการตรวจสอบและระงับปัญหาระบบไอทีเชิงรุก
นอกจากนี้ยังมีบริการ AWS Transform ซึ่งช่วยปรับปรุงแอปพลิเคชันให้ทันสมัยได้เร็วขึ้น 5 เท่าและลดต้นทุนลงร้อยละ 70 ครอบคลุมการแปลงระบบเมนเฟรม และการย้ายระบบ Windows ดั้งเดิม ซึ่งภายในแอมะซอนเองได้ใช้เครื่องมือกลุ่มนี้ทำการย้ายแอปพลิเคชันไปแล้วกว่า 4,500 ตัว และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 260 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ตลอดจนเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจด้วยภาษาธรรมชาติผ่าน Amazon QuickSuite และแพลตฟอร์มการสร้างแอปพลิเคชันอย่าง Amazon App Studio
กลไกทั้งหมดนี้ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Amazon Bedrock ที่ได้รับการปรับปรุงสถาปัตยกรรมด้วยระบบ AgentCore โดยทำงานประสานกับโมเดลประมวลผลตระกูลล่าสุดอย่าง Amazon Nova 2 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รุ่น Lite Pro ไปจนถึง Sonic สำหรับการรับคำสั่งเสียง และ Omni สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลพหุวิถี
ขณะเดียวกัน องค์กรยังสามารถสร้างโมเดลเฉพาะทางของตนเองได้ด้วยข้อมูลภายในผ่านระบบ Amazon Nova Forge ประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูงเหล่านี้รองรับด้วยนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ล่าสุด ได้แก่ ชิป Graviton 5 ที่มีคอร์ประมวลผล 192 คอร์ มอบประสิทธิภาพสูงขึ้นร้อยละ 25 และชิป Trainium 3 สำหรับเจาะจงฝึกสอนโมเดลขนาดใหญ่ ซึ่งจากการทดสอบพบว่าโมเดลชั้นนำอย่าง Claude ของบริษัท Anthropic สามารถรันระบบบนชิปตระกูล Trainium ได้เร็วขึ้นถึงร้อยละ 60 พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัว AWS AI Factories สำหรับสร้างสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์เฉพาะกิจขั้นสูงแก่องค์กรอีกด้วย
จิ๊กซอว์สำคัญสู่การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
คุณวัตสัน กล่าวว่า การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ ผสานกับการเร่งพัฒนาบุคลากร และการส่งมอบนวัตกรรมอัจฉริยะในกลุ่ม Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นถึงแผนการดำเนินงานของ AWS ในการเป็นกลไกทางเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตและบริหารต้นทุนแก่ภาคธุรกิจ การยกระดับขีดความสามารถเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเติบโตและแข็งแกร่งในระยะยาว
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
‘มูซาเรียม’ ดันนวัตกรรมแป้งกล้วยน้ำว้าแก้โจทย์ NCDs บุกตลาดโลก
40 ปี NECTEC ชูบทบาท ‘วิศวกรชาติ’ เปลี่ยนไทยจาก ‘ผู้ใช้’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยีอนาคต’



