ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญร่วมกับอินเวสโก (Invesco) ผู้บริหารจัดการสินทรัพย์ชั้นนำ เพื่อปฏิรูปและขับเคลื่อนอนาคตธุรกิจการให้คำปรึกษาการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ของไทย ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นพันธมิตรทางการเงินที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด มุ่งเน้นการส่งต่อความมั่งคั่งอย่างมั่นคงและยั่งยืนผ่านโซลูชันนวัตกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงโอกาสการลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกเข้าด้วยกัน
เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การผนึกกำลังกับอินเวสโกในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคตธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่ธนาคารให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ท่ามกลางโลกการเงินที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“กรุงศรีเชื่อมั่นว่าอินเวสโก ซึ่งเป็นผู้นำด้านการจัดการสินทรัพย์ระดับสากล จะนำความเชี่ยวชาญการลงทุนเชิงลึกและวิสัยทัศน์ระดับโลกมาผสานเข้ากับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของเรา เพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับลูกค้า Krungsri Wealth การร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแผนธุรกิจทั่วไป แต่คือ ‘Strategic Biology’ หรือกลยุทธ์ที่เป็นหัวใจหลักในการช่วยให้ลูกค้าสร้าง รักษา และต่อยอดความมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นต่อไป” คุณยามาโตะ กล่าว
ดึงขุมพลัง Global Expertise เจาะตลาดไทย
ด้าน แอนดรูว์ โล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อินเวสโก เปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2568 อินเวสโกบริหารสินทรัพย์ทั่วโลกกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการแบบเชิงรุก (Active), เชิงรับ (Passive) ไปจนถึงสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) โดยอินเวสโกพร้อมนำผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลกมาผนึกกำลังกับเครือข่ายของกรุงศรี เพื่อเปลี่ยนความผันผวนของโลกให้กลายเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย
“ความร่วมมือนี้จะเริ่มต้นจากการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก (Insights) ผ่านกิจกรรมสัมมนาด้านการลงทุน และมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มจัดการพอร์ตลงทุนแบบหลายสินทรัพย์ (Multi-asset Expression Portfolio Management) ร่วมกัน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศในธุรกิจ Wealth Management ในประเทศไทย” คุณโล กล่าว
เจาะลึกความร่วมมือ 4 ด้าน

พัสสนีย์ อุดมพาณิชย์ ผู้บริหารสายงานเวลธ์แมเนจเมนท์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เป้าหมายหลักคือการพา Krungsri Wealth ก้าวสู่การเป็น “Investment and Wealth Advisory Bank” ที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับแรก โดยความร่วมมือกับอินเวสโกจะครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่
- ยกระดับคำแนะนำที่มีคุณภาพ ทีมที่ปรึกษาของกรุงศรีจะเข้าถึงข้อมูลเศรษฐกิจและมุมมองตลาดเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญของอินเวสโกโดยตรง เพื่อส่งมอบบทวิเคราะห์ที่แม่นยำและฉับไว
- การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ทำงานร่วมกับ Invesco Solutions Team เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนภายใต้หลักการ Open Architecture ที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับเป้าหมายของลูกค้า
- นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ร่วมกันนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ กองทุนรวม, กองทุนส่วนบุคคล, หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง รวมถึงสินทรัพย์ในธีมแห่งอนาคต เช่น AI และ Energy Transition รวมถึง Private Equity และ Private Credit
- การพัฒนาองค์ความรู้ ยกระดับศักยภาพของบุคลากรและลูกค้า ผ่านการอบรมและถ่ายทอดประสบการณ์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้ความร่วมมือกับอินเวสโก และการดำเนินงานที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) กรุงศรีมุ่งตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลกผ่าน 3 คุณค่าหลัก คือ
- Accessibility เข้าถึงข้อมูลและโอกาสการลงทุนได้ง่ายผ่านทั้งที่ปรึกษาและเครื่องมือดิจิทัล
- Flexibility โซลูชันที่ยืดหยุ่น ปรับตามสภาวะตลาดและช่วงชีวิตของลูกค้า
- Diversification ทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั่วโลก
ตั้งเป้าธุรกิจเวลธ์โต 4-5%
คุณพัสสนีย์กล่าวถึงเทรนด์การลงทุนว่า นักลงทุนไทยเริ่มขยายการลงทุนไปต่างประเทศมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง สะท้อนจากสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ของกองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) ที่เติบโตถึง 40% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จนแตะระดับ 1.4 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ กรุงศรียังคงตั้งเป้าการเติบโตของฐานลูกค้าและ AUM ไว้ที่ 4-5%
“ปีนี้เราเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เราไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลข แต่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าในวันที่ตลาดผันผวน พวกเขาจะมีพันธมิตรระดับโลกคอยดูแลอย่างใกล้ชิด”
ปัจจุบัน Krungsri Wealth ดูแลฐานลูกค้าประมาณ 180,000 ราย ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Krungsri Prime (สินทรัพย์ 2 ล้านบาทขึ้นไป), Krungsri Exclusive (5 ล้านบาทขึ้นไป) และ Private Banking (50 ล้านบาทขึ้นไป) มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท โดยมีทีมผู้จัดการเงินส่วนบุคคล (Relationship Manager – RM) กว่า 200 คน
แนะกลยุทธ์เน้น ‘Income’ สร้างกระแสเงินสด
ด้าน มาร์ติน แฟรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น ของอินเวสโก ให้มุมมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยโครงสร้างประชากรและระดับความเชี่ยวชาญของนักลงทุนไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเริ่มมองหาโอกาสในระดับ Global มากขึ้น
“ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ เราแนะนำให้นักลงทุนเน้นกลยุทธ์สร้างรายได้ (Income Generation) เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ มากกว่าการคาดหวังเพียงกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Appreciation) และต้องให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในระยะยาว” คุณแฟรงค์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
DRT เปิดเกมรุกปีที่ 41 ดัน ‘One-Stop Solution’ ตั้งเป้าสู่ Regional Player ในปี 2571
วิชาข่าวร้าย: เมื่อความไม่รู้น่ากลัวกว่าความตาย ให้ ‘ความจริง’ นำทาง
วรวีร์-พชรกฤษฏิ์ ผนึกดรีมทีมโลก ปั้น ‘BLESS City’ สปอร์ต-เวลเนสหมื่นล้าน



