สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (OTOD #3) ภายใต้แนวคิด “ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล” เพื่อยกระดับภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการสนับสนุนทุนและจัดกิจกรรมส่งเสริมใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต สงขลา อุบลราชธานี และขอนแก่น โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 กรกฎาคม 2569 มีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำทางการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี
เกษตรกร 8 ล้านครัวเรือน กับสัดส่วน GDP เพียง 8%
ข้อมูลจากโครงการระบุว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างภาคธุรกิจและภาคการเกษตร โดยเอกชนรายใหญ่ประมาณ 15,000 ราย มีสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ราว 56% ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ประมาณ 3.2 ล้านราย มีสัดส่วนราว 35% ส่วนภาคการเกษตรซึ่งมีประมาณ 8 ล้านครัวเรือน กลับมีสัดส่วนต่อ GDP เพียง 8% เท่านั้น
ภาคการเกษตรไทยยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งสังคมสูงวัยที่ส่งผลให้แรงงานภาคเกษตรลดลง หนี้สินครัวเรือนและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของตลาดโลก ตลอดจนแรงกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรอัจฉริยะประมาณ 1,000,000 คน หรือราว 12-15% ของเกษตรกรทั้งหมด สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรดิจิทัลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ในการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ยังครองสัดส่วนการใช้เทคโนโลยีสูงถึง 88.28%
ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ดีป้า กล่าวว่า โครงการ OTOD #3 จึงเกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับทักษะด้านการเกษตรดิจิทัล พร้อมจัดกิจกรรมเร่งเครื่องการเกษตรดิจิทัลจำนวน 8 พื้นที่ทั่วประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้บริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร
3 เทคโนโลยีหลัก ภายใต้มาตรฐาน dSURE
โครงการ OTOD #3 มุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้บริการดิจิทัล 3 ประเภทหลัก ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ โดยเทคโนโลยีที่เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการขึ้นทะเบียนบัญชีบริการดิจิทัล และได้รับรองเครื่องหมาย dSURE ซึ่งเป็นมาตรฐานที่รับประกันคุณภาพและความปลอดภัยทางไซเบอร์
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมให้บริการด้านโดรน 3 บริษัท ด้านอินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่งภาคการเกษตร 6 บริษัท และด้านแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ 1 บริษัท ซึ่งผ่านการคัดเลือกให้อยู่ในบัญชีบริการดิจิทัลของดีป้าแล้ว
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก ดูแลรักษา จนถึงการจัดการผลผลิต พร้อมทั้งสร้างอาชีพใหม่ ยกระดับศูนย์ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีภาคการเกษตรในชุมชน และต่อยอดสู่ธุรกิจชุมชนรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ตลาด และแหล่งเงินทุนอย่างเป็นระบบ
2 ประเภททุนสนับสนุน ครอบคลุมทั้งกลุ่มชุมชนและธุรกิจซ่อมบำรุง
โครงการได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบการสนับสนุนออกเป็น 2 ประเภทหลัก
ประเภทแรก คือ การยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ d-community กลุ่มเป้าหมายคือชุมชนที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนหรือรับรองโดยหน่วยงานรัฐ เช่น วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์ กลุ่มแปลงใหญ่ โดยต้องมีจำนวนสมาชิกตั้งแต่ 20 หลังคาเรือนขึ้นไป และมีความพร้อมในการร่วมสมทบงบประมาณสำหรับค่าครุภัณฑ์ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 50%
โครงการจะสนับสนุนค่าจัดการอบรมและพัฒนาทักษะการใช้งานและซ่อมบำรุงเบื้องต้น 100% สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ค่าเทคโนโลยี ค่าบริการดิจิทัล และค่าขออนุญาตการใช้สิทธิเทคโนโลยี 100% สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนค่าครุภัณฑ์และโรงเรือนทางการเกษตร สนับสนุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 50 หรือประมาณ 125,000-145,000 บาท รวมวงเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 150,000 บาทต่อโครงการ โดยตั้งเป้าสนับสนุนทั้งสิ้น 330 ชุมชน
ประเภทที่สอง คือ การยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล หรือ d-startup กลุ่มเป้าหมายคือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้าไม่เกิน 3 ปี มีทักษะช่างหรือเป็นผู้มีความรู้และชำนาญในงานช่าง มีความต้องการเปิดธุรกิจบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเทคโนโลยีทางการเกษตรในชุมชน
การสนับสนุนประกอบด้วย ค่าตอบแทน 100% สูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท ค่าออกแบบปรับปรุงศูนย์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธุรกิจ 100% สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ค่าการตลาดและค่าจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ 100% สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และค่าครุภัณฑ์ วัสดุและอุปกรณ์ สนับสนุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 50 รวมวงเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อโครงการ โดยตั้งเป้าสนับสนุนทั้งสิ้น 33 ธุรกิจ
คุณสมบัติผู้สมัคร
ผู้สมัครทั้ง 2 ประเภทต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนตามที่สำนักงานกำหนด โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องคำนึงถึง
- ผู้สมัครจะต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 2 หรือจะต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนแล้วทำการยกเลิกสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการของสำนักงานฯ
- เทคโนโลยีที่ขอรับการสนับสนุนภายใต้โครงการต้องไม่ซ้ำ หรือเป็นเทคโนโลยีเดิมที่เคยรับการสนับสนุนจากสำนักงานฯ มาก่อน
ประการที่สาม กลุ่มชุมชนต้องแจ้งแหล่งที่มาของการสมทบงบประมาณให้สำนักงานฯ ทราบ พร้อมแสดงความพร้อมในการร่วมสมทบงบประมาณสำหรับค่าครุภัณฑ์ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
พันธมิตร “Smart Agri Synergy” ผสานพลังขับเคลื่อนเกษตรไทย
ภายในพิธีแถลงข่าวเปิดโครงการ ยังได้มีพิธีประกาศความร่วมมือในชื่อ “Smart Agri Synergy: ผสานเทคโนโลยี ขับเคลื่อนวิถีเกษตรไทย” ระหว่างดีป้า และหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนโครงการ ประกอบด้วย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มูลนิธิเอสซีจี และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย
นอกจากนี้ โครงการ OTOD #3 ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ให้การสนับสนุน ได้แก่ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด
กิจกรรม Accelerate ใน 8 จังหวัด พร้อมเวที Pitching Day
โครงการ OTOD #3 กำหนดจัดกิจกรรมยกระดับทักษะเข้มข้น หรือ Accelerate Digital Agriculture และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ
ภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 1 เมษายน 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 2 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 23 เมษายน 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว
ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมพักพิรุณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า
ภาคใต้ตอนบน จังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 11 มิถุนายน 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคใต้ตอนบน ภาคใต้ตอนล่าง จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 24 มิถุนายน 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมนิวซีซั่น สแควร์ อำเภอหาดใหญ่
ภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดอุบลราชธานี จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ สุนีย์ แกรนด์ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ภาคอีสานตอนกลาง จังหวัดขอนแก่น จัดกิจกรรม Accelerate วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 และกิจกรรม Pitching วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ กรีนโฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ขอนแก่น
การอบรมครอบคลุม 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเสริมทักษะนักสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ และแนวคิดชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว
โครงการตั้งเป้าสร้างความตระหนักรู้เทคโนโลยีดิจิทัลภาคการเกษตรไม่น้อยกว่า 500,000 ราย ยกระดับทักษะเกษตรกรและช่างชุมชนอย่างเข้มข้น พร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจจำนวน 2,000 ราย บ่มเพาะศักยภาพเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน 640 ราย และจัดเวที Digital Agriculture Pitching Day ใน 8 พื้นที่ รองรับเกษตรกรและช่างชุมชน 464 ราย
2 ซีซันผ่านมา 900 ชุมชนต้นแบบ สู่กิจกรรมใหม่ d-Community Challenge
ความสำเร็จของโครงการใน 2 ซีซันที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลในการพลิกโฉมภาคการเกษตร OTOD #1 หรือโครงการชุมชนโดรนใจ ในปี 2567 สามารถผลักดันให้ 500 ชุมชนประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตร จัดตั้งศูนย์ซ่อมโดรน 50 แห่ง และจัดตั้งศูนย์พัฒนาทักษะการบินโดรน 5 แห่ง พร้อมพัฒนาทักษะดิจิทัลภาคการเกษตรให้เกษตรกรกว่า 1,200 คน และสร้างโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการดิจิทัลไทย 6 ราย
OTOD #2 ในปี 2568 ขยายผลสู่ 400 ชุมชน พร้อมจัดตั้งศูนย์ซ่อมโดรนอีก 50 แห่ง สร้างความตระหนักรู้ใน 10 พื้นที่ พัฒนาทักษะเกษตรกร 1,300 คน มีการเรียนออนไลน์กว่า 550,000 ครั้ง และสร้างโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยเพิ่มเป็น 11 ราย
สำหรับ OTOD #3 ได้เพิ่มกิจกรรมใหม่เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลในระดับชุมชน อาทิ กิจกรรม d-Community Challenge การเติมทักษะการผลิตคลิปสั้นผ่านการเรียนรู้และลงมือทำ ประกวดคลิปวิดีโอสั้น ภายใต้แนวคิด “Next Gen Farmer เปิดโลกเกษตรดิจิทัล” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 24,000 บาท และกิจกรรม Digital Agriculture Final Pitching Day เวทีตัดสินไอเดียการพัฒนาชุมชนที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฟ้นหาผู้ชนะจาก 500 ทีมทั่วประเทศ รางวัลมูลค่า 12,000 บาทต่อประเภทต่อพื้นที่ พร้อมเกษตรกรต้นแบบถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการสร้างรายได้ด้วยเกษตรอัจฉริยะ
เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ 8 พื้นที่ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 500 ล้านบาท
ผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องและเอกสารครบถ้วนตามที่สำนักงานกำหนด สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ช่องทางแบบฟอร์มออนไลน์ ภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ https://otod3.depa.or.th
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมตามภูมิภาคได้ดังนี้ ภาคเหนือตอนบน วิไลพร โทรศัพท์ 089-950-8737 และ 086-430-2278 ภาคเหนือตอนล่าง จิรากร โทรศัพท์ 083-579-4853 ภาคตะวันออก วราทิตย์ โทรศัพท์ 084-235-8852 ภาคกลาง จุฑาทิพ โทรศัพท์ 065-514-1581 ภาคใต้ตอนบน พิมพ์นารา โทรศัพท์ 095-426-1991 ภาคใต้ตอนล่าง อานนท์ โทรศัพท์ 062-816-3799 ภาคอีสานตอนล่าง รัฐพล โทรศัพท์ 087-357-9587 และภาคอีสานตอนกลาง ศิริประภา โทรศัพท์ 092-134-1330
ดร.ปรีสาร รักวาทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการ OTOD #3 คาดว่าจะส่งผลให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการทำการเกษตรของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต ลดการจ้างแรงงาน ลดระยะเวลาการทำงาน และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่กลุ่ม นอกจากนี้ ยังเพิ่มขีดความสามารถในการยกระดับธุรกิจเดิมสู่ธุรกิจใหม่ด้านการซ่อมบำรุงดูแลรักษาเทคโนโลยีการเกษตรให้แก่ช่างในชุมชน เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเกิดต้นแบบของชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตร
กลไกการส่งเสริมและสนับสนุนผ่านโครงการนี้จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง ซึ่งดีป้าคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อาคาร A เลขที่ 234/431 ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 10 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 อีเมล dcd@depa.or.th
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ถอดบทเรียน ‘สุริยาฟิวเนอรัล’: ยกระดับสัปเหร่อไทย สู่ครอบครัวชั่วคราว
‘พระคิลานธรรม’ สงฆ์ยามด่วน เยียวยาใจในห้องไอซียู
NIA ผนึกแพทย์-เอกชน เปิด SPEAR H ปั้นสตาร์ตอัป HealthTech ไทยสู่ตลาดโลก



