Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

วิกฤติพลังงานปะทุ เฟดจ่อตรึงดอกเบี้ย รัฐบาลใหม่เร่งรับมือ

วิกฤติพลังงานปะทุ เฟดจ่อตรึงดอกเบี้ย รัฐบาลใหม่เร่งรับมือ

รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์จากวิจัยกรุงศรี เผยให้เห็นภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยที่กำลังยืนอยู่บนความท้าทายครั้งใหญ่ ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจพลิกโฉมนโยบายการเงินโลก ไปจนถึงบททดสอบแรกของรัฐบาลชุดใหม่ของไทยในการออกมาตรการรองรับผลกระทบ

โลกและสหรัฐฯ: วิกฤติพลังงานปะทุ สั่นคลอนทิศทางดอกเบี้ยเฟด

สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงที่สูงขึ้น หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน นำไปสู่การตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศทั่วตะวันออกกลาง

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ขู่ทำลายโรงไฟฟ้าอิหร่านหากไม่มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมีรายงานการส่งกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ เพื่อเตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดิน ปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อวิกฤติพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แรงกระเพื่อมนี้ส่งผลตรงถึงนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยในการประชุมวันที่ 17-18 มีนาคม ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% แม้ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตลาดแรงงานจะชะลอตัวลงอย่างชัดเจนมากขึ้นแล้วก็ตาม

ทว่าหากสงครามยืดเยื้อจนเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น การปรับตัวเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% จะล่าช้ากว่าคาด ซึ่งในกรณีนี้เฟดอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยระดับนี้ไปตลอดทั้งปี 2569 อย่างไรก็ดี หากการสู้รบอยู่ในวงจำกัดหรือไม่ยืดเยื้อ และราคาพลังงานลดระดับลง เฟดก็อาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี

จีน: เครื่องยนต์เศรษฐกิจสะดุด ฝากความหวังที่ “ยาแรง” จากรัฐ

ข้ามมาที่เศรษฐกิจพี่ใหญ่ของเอเชียอย่างจีน มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจในเวลานี้ แม้ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศได้บ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้วยังถือว่าอ่อนแอ บาดแผลสำคัญเป็นผลมาจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น โดยพบว่าราคาบ้านหดตัวต่อเนื่องมายาวนานถึง 4 ปี

ในระยะข้างหน้า ความหวังในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจจึงเทน้ำหนักไปที่นโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น:

  • การให้เงินอุดหนุนการแลกซื้อสินค้าใหม่
  • การสร้างหลักประกันทางรายได้และสังคม
  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการขยายตัวถึง 11.4% ในช่วงสองเดือนแรก

ไทย: เสถียรภาพการเมืองลงตัว ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและการค้า

ไทย: เสถียรภาพการเมืองลงตัว ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและการค้า

สำหรับประเทศไทย ถือว่าได้เห็นภาพความชัดเจนทางการเมืองครั้งสำคัญ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. สภาผู้แทนราษฎรมีมติ 293 ต่อ 498 เสียง เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สอดคล้องกับการลงมติก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 มี.ค. ที่สภาฯ เลือกนายโสภณ ซารัมย์ จากพรรคเดียวกัน เป็นประธานสภาฯ ด้วยคะแนนเสียง 289 ต่อ 497 เสียง

สถานการณ์ที่ประธานฝ่ายนิติบัญญัติและผู้นำฝ่ายบริหารมาจากพรรคการเมืองเดียวกันเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 15 ปีนี้ น่าจะช่วยเอื้อต่อความมีเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงช่วยให้การดำเนินนโยบาย การอนุมัติกฎหมาย และกระบวนการงบประมาณราบรื่นขึ้น

ทว่า รัฐบาลใหม่ก็ต้องเร่งทำงานทันทีเพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงานจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดได้เตรียม 4 มาตรการสำคัญเพื่อรองรับผลกระทบ ได้แก่:

  1. ดึงงบสำรอง: เตรียมงบประมาณในส่วนของ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 วงเงิน 50,000 ล้านบาท
  2. อัดฉีดเม็ดเงิน: เร่งเบิกจ่าย รวมทั้งผลักดันเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
  3. กางร่มกองทุนน้ำมัน: เตรียมออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท
  4. หั่นภาษี: มีแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหากมีความจำเป็น

นอกจากศึกพลังงานแล้ว รัฐบาลยังต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยต้องยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ภายในวันที่ 15 เม.ย. และยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาสาธารณะในวันที่ 5 พ.ค. ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนจะเปิดโอกาสให้สามารถยื่นความเห็นโต้แย้งเพิ่มเติมได้ภายใน 7 วันหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กสิกรเตือน วิกฤติตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ฯ ฉุดจีดีพีไทยเสี่ยงหลุด 1.9%

สุกี้ตี๋น้อย อัด 1.5 พันล้าน ลุยตี๋น้อยพลัส 60 สาขา ดันเป้าปี 69 แตะ 1.3 หมื่นล้าน

การีนาทุ่ม 30 ล้าน ปั้นครีเอเตอร์ไทย ปักหมุด กทม. จัดศึกอีสปอร์ตชิงแชมป์โลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar