Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

3 เทรนด์พลิกโฉมธุรกิจไทย: AI, คาร์บอน และภูมิรัฐศาสตร์

3 เทรนด์พลิกโฉมธุรกิจไทย: AI, คาร์บอนและภูมิรัฐศาสตร์

ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งความไม่แน่นอนจากราคาทองคำและราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ภาคเศรษฐกิจไทยกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ความสำเร็จเดิม ๆ อาจไม่ใช่หลักประกันสำหรับอนาคตอีกต่อไป

ปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนและชี้ทางสว่างถึง 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะพลิกโฉมหน้าธุรกิจและนวัตกรรมไทยไปตลอดกาล

AI จากเครื่องมือการตลาดสู่แกนหลักองค์กร

NIA ชี้ให้เห็นว่า AI สามารถนำไปฝังในฮาร์ดแวร์เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ เช่น การวิเคราะห์เส้นทางการเดินในร้านค้าปลีกเพื่อนำเสนอโฆษณาที่ตรงใจ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงระบบกล้อง AI สำหรับวิเคราะห์ภาพ ระบบบริหารจัดการ E-commerce และระบบ CRM ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล

ความก้าวหน้าของนวัตกรรมเหล่านี้ยังแผ่ขยายไปในอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างชัดเจน คุณปริวรรตระบุว่าในทางการแพทย์ มีการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ฟิล์มเอกซเรย์เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งหรือโรคปอด และในอนาคตจะก้าวล่วงไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลช่องท้อง ขณะที่ภาคการเกษตรได้มีการนำ AI ไปทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์อย่างโดรนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในไร่นาอย่างแม่นยำ

“AI ไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบ Generative AI อย่าง ChatGPT หรือ Copilot ที่ใช้ช่วยเขียนงาน ทำกราฟิก หรือทำวิดีโอเท่านั้น แต่ควรมองให้ลึกซึ้งถึงการนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อต่อยอดหากลุ่มลูกค้าใหม่ สินค้าใหม่ และช่องทางเข้าสู่ตลาดใหม่”

กฎหมายคาร์บอน: บททดสอบใหม่ของ SME ไทย

กระแสด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นกฎหมายที่บังคับใช้จริง โดยเฉพาะกฎหมายคาร์บอนจากยุโรปที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงผู้ประกอบการ SME ในห่วงโซ่อุปทานไทย

คุณปริวรรตกล่าวว่าในอนาคตจะมีการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ทำให้ทุกภาคส่วนตั้งแต่โรงงาน ห้างร้าน ไปจนถึงบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ จำเป็นต้องตรวจวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนของตนเอง การวางกลยุทธ์การตลาดจะเน้นเพียงราคาไม่ได้ แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดนี้ยังเป็นโอกาสของสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือ Niche Market ที่กำลังเติบโต เช่น การผลิตอาหารทางเลือกสำหรับผู้เป็นภูมิแพ้ ทั้งกลุ่มที่แพ้ถั่ว แพ้นม หรือแพ้โปรตีนบางชนิด ซึ่งนักการตลาดจำเป็นต้องปรับการสื่อสารให้เจาะจงและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มากขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดโลก

ภูมิรัฐศาสตร์ใหม่: สินค้าต้อง ‘Made in Thailand’ จริง

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เปลี่ยนกฎเกณฑ์การส่งออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องการรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่กำหนดให้สินค้าต้องมีสัดส่วนการผลิตในประเทศไทยอย่างแท้จริงจึงจะได้รับการยอมรับในตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง หรือจีน

“ในอดีตอาจมีการนำสินค้าจากจีนส่งผ่านประเทศไทยเพื่อส่งต่อไปยังตลาดยุโรปได้ แต่ปัจจุบันทำไม่ได้แล้ว สินค้าเหล่านั้นจำเป็นต้องมีสัดส่วนการผลิตในไทยในระดับที่กำหนด จึงจะได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยอย่างแท้จริง”

ด้วยเหตุนี้ NIA จึงได้วางแผนเชิงรุกในการพาผู้ประกอบการบุกตลาดต่างประเทศอย่างเฉพาะเจาะจง โดยมีกลุ่มเป้าหมายในอาเซียนอย่าง สิงคโปร์ ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ตลาดเอเชียอย่าง ฮ่องกง และญี่ปุ่น ตลาดตะวันออกกลางที่ทรงพลังอย่าง ซาอุดีอาระเบีย ดูไบ ยูเออี และกาตาร์ ไปจนถึงประเทศในยุโรปและออสตราเลเซียอย่าง สวีเดน ออสเตรีย และออสเตรเลีย

NIA ติดอาวุธทุน 5 ล้านและหลักสูตร IBE พลิกธุรกิจ

เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยืนหยัดได้ NIA ได้เตรียมกลไกสนับสนุนที่ครบวงจร เริ่มจากการให้ทุนเปล่าตั้งแต่ 1.5 ล้านบาท จนถึงสูงสุด 5 ล้านบาท สำหรับโครงการนวัตกรรมที่มีความแตกต่างจากท้องตลาด พร้อมทั้งเปิดหลักสูตร Innovation Base Enterprise (IBE) รุ่นที่ 7 ร่วมกับธนาคาร SCB เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารในการนำเทคโนโลยี AI และการจัดการสิ่งแวดล้อมมาพลิกโฉมองค์กร ซึ่งผู้เข้าร่วมยังสามารถหารือกับ SCB เพื่อรับการสนับสนุนด้านสินเชื่อในการขยายธุรกิจได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโครงการ “นิลมังกร” ที่นำเสนอในรูปแบบรายการเรียลลิตี้เพื่อช่วย SME ระดับภูมิภาค พร้อมแพลตฟอร์มสนับสนุนอื่น ๆ เช่น NIA Academy, BBCL และการนำสินค้าขึ้นบน Innovation Mall เพื่อพาออกสู่ตลาดสากล โดย NIA ภายใต้การนำของคุณปริวรรต ยังให้การสนับสนุนในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น ทั้งการให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา และความช่วยเหลือเรื่องการขอวีซ่าสำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมธุรกิจอย่างรอบด้าน

สมรภูมินวัตกรรมไทยในวันนี้คือการประสานเทคโนโลยี AI การจัดการคาร์บอน และความเข้าใจในภูมิรัฐศาสตร์เข้าด้วยกัน หากผู้ประกอบการพร้อมที่จะเริ่มต้นหรือต้องการหาโซลูชันใหม่ๆ คุณปริวรรตขอเชิญชวนให้เข้าร่วมงาน Startup Innovation Thailand Expo ในวันที่ 25-27 มิถุนายน เพื่อชมนิทรรศการและสัมมนาที่จะช่วยจุดประกายการเติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

พลิกเกมโลกรวนด้วย ‘พลังคน’ ขับเคลื่อน ESG สู่ความยั่งยืน

Chula x Founder Institute: ดันสตาร์ตอัปไทย ลุยสนามจริงสู่เวทีโลก

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar