ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศฯ 4 ฉบับ ปลดล็อกและจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้งานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ชูจุดเด่นเปิดเกณฑ์ควบคุมโดรนระยะนอกเหนือการมองเห็นด้วยสายตา (BVLOS) เพิ่มคลื่นเรดาร์กันชน และบังคับใช้ระบบ Remote ID เพื่อระบุตัวตนขณะบิน ยกระดับการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ เตรียมนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ในระยะต่อไป
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกสทช. และประธานอนุกรรมการด้านคลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิค เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ได้ให้ความเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับโดรน จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย
- ร่างประกาศฯ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน
- ร่างประกาศฯ มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมระบบเรดาร์ที่ใช้ติดตั้งบนโดรน
- ร่างประกาศฯ มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมสถานีภาคพื้นดินบนโดรน ในกิจการเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม
- ร่างประกาศฯ หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมที่อนุญาตให้ใช้งานเป็นการทั่วไป
ปลดล็อกขีดจำกัดเดิม สู่การบินพ้นระยะสายตา (BVLOS)
ที่ผ่านมา กสทช. อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แบบไม่ต้องขออนุญาต (Unlicensed band) โดยเน้นไปที่การควบคุมโดรนภายใต้ระยะที่มองเห็นด้วยสายตา (Line of Sight: LOS) เป็นหลัก และใช้เพียงระบบการจดแจ้งขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี 2563
การปรับปรุงร่างประกาศฯ ในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่การรองรับเทคโนโลยีโดรนในปัจจุบันที่ล้ำหน้าขึ้น โดยมีสาระสำคัญคือการอนุญาตให้ควบคุมโดรนในระยะนอกเหนือการมองเห็นด้วยสายตา (Beyond Visual Line of Sight: BVLOS) ผ่านการเพิ่มคลื่นความถี่ในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และดาวเทียม เพื่อประสิทธิภาพในการสื่อสารและควบคุมที่เสถียรยิ่งขึ้น
เพิ่มคลื่นความถี่ใหม่รองรับมือถือ–ดาวเทียม–เรดาร์
เพื่อรองรับการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้น กสทช. ได้กำหนดรายละเอียดการจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มเติม พร้อมกำหนดกำลังส่งสูงสุดและมาตรฐานทางเทคนิค ดังนี้
- คลื่นความถี่สาธารณะ (Unlicensed): กำหนดเพิ่มย่าน 72 – 72.475 MHz และ 920 – 925 MHz (จากเดิมที่อนุญาตเฉพาะย่าน 433.05 – 434.79 MHz, 2400 – 2500 MHz และ 5725 – 5850 MHz)
- คลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT): อนุญาตให้ใช้งานได้ในคลื่นที่จัดสรรแล้วทุกย่าน ยกเว้น ย่าน 2500 – 2690 MHz
- คลื่นความถี่ดาวเทียม (Satellite): อนุญาตเฉพาะย่าน 1518 – 1559 MHz และ 1610 – 1660.5 MHz (มีเงื่อนไข: ผู้ใช้งานต้องได้รับอนุญาตทำการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ก่อนใช้งาน)
- คลื่นความถี่สำหรับเรดาร์ (Radar): กำหนดเพิ่มย่าน 57 – 64 GHz และ 76 – 77 GHz เพื่อใช้สำหรับระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางป้องกันการชน (จากเดิมที่อนุญาตเฉพาะย่าน 24.05 – 24.25 GHz)
บังคับใช้ Remote ID ยกระดับการกำกับดูแล
นอกจากการเปิดกว้างด้านคลื่นความถี่แล้ว พล.อ.ท.ธนพันธุ์ เน้นย้ำว่ามาตรการกำกับดูแลเป็นหัวใจสำคัญของการปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้ โดยมีข้อบังคับใหม่ที่สำคัญ ได้แก่
- ติดตั้งระบบ Remote ID: โดรนจะต้องใช้คลื่นความถี่เพื่อส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลระบุตัวตนและตำแหน่งขณะบิน ซึ่งเปรียบเสมือนการมี “ป้ายทะเบียนดิจิทัล” ช่วยให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันที
- ใบอนุญาตครอบครองสำหรับโดรน BVLOS: โดรนทุกลำยังคงต้องจดแจ้งขึ้นทะเบียนตามปกติ แต่สำหรับโดรนที่มีศักยภาพระดับการบินพ้นสายตา (BVLOS) ผู้ใช้งานจะต้องดำเนินการ “ขออนุญาตครอบครอง” ก่อนนำไปใช้งานจริง
“ปัจจุบันโดรนแพร่หลายในหลายภาคส่วน กสทช. จึงได้ประสานงานกับ กพท. ที่ดูแลโดรนพลเรือน และกองทัพที่ดูแลด้านความมั่นคง เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในการทำ Public Hearing ที่ทางสำนักงาน กสทช. จะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้” พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
BAM ปั้นโมเดล ‘ทรัพย์แผ่นดิน’ ฟื้น ‘บ้านพระพิทักษ์’ ต้นแบบบริหารสินทรัพย์เพื่อความยั่งยืน
นวัตกรรมรักษ์โลก Ecolab พลิกธุรกิจบริการด้วย AI และสมาร์ทโซลูชัน



