Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Chery Group ปักหมุดระยอง เปิดฐานผลิต NEV ฮับอาเซียน

Chery Group ปักหมุดระยอง เปิดฐานผลิต NEV ฮับอาเซียน

หลังเลื่อนกำหนดการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของ Chery Group ในประเทศไทยจนเป็นที่ฮือฮากันไปทั่ว ล่าสุด โรงงานที่จังหวัดระยองแห่งนี้ได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” โดยมีตัวแทนภาครัฐ และเอกชน ทั้งฝั่งไทย และจีนเข้าร่วมพิธีคับคั่ง

การปรับเปลี่ยนกำหนดเปิดโรงงาน ไม่มีใครให้สาเหตุที่แน่ชัด ผู้บริหารฝั่งจีนระบุว่า เป็น Agenda Change จากสำนักงานใหญ่ ของ Chery Group ในประเทศจีน แต่เหตุผลเบื้องหลังเบื้องลึกต่างไม่ทราบ

ทั้งนี้ แม้จะเลื่อนวันเปิดงานอย่างเป็นทางการออกไป แต่ยืนยันว่า โรงงานได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ทั้งในส่วนของการวางแผน การติดตั้งเครื่องจักร และการทดสอบระบบต่าง ๆ จนพร้อมสำหรับการผลิตจำนวนมาก (Mass Production)

ฤกษ์ดี 20 เม.ย. เปิดโรงงาน

โรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของ Chery Group ในประเทศไทย ดำเนินการภายใต้ชื่อ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง บนพื้นที่รวม 104 ไร่ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (NEV) แบบครบวงจร รวมถึงการประกอบแบตเตอรี่ เพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงตลาดโลก

การผลิตรถยนต์ของโรงงานแห่งนี้ครอบคลุมการผลิต 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA, JAECOO, CHERY และ LEPAS โดยรุ่นแรกที่เริ่มผลิตคือ JAECOO 5 EV ตามด้วย JAECOO 6 EV, OMODA C5 EV และ CHERY V23 ส่วนแบรนด์น้องใหม่อย่าง LEPAS มีแผนผลิตรุ่น L6 และ L4 ในช่วงปลายปีนี้ และรุ่น L8 ในอนาคตอันใกล้

มาตรฐานระดับโลก-เป็นกลางทางคาร์บอน

เฉิน ชุนชิง (Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International ระบุว่า ความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทต้องการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลก การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการมีส่วนร่วมต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก

“ Chery Group ยังคงเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่ง พันธมิตรซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 ราย และเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก”

เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และมียอดส่งออกเกิน 100,000 คันต่อเดือนต่อเนื่อง 11 เดือน ขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เติบโต 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน

มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจระยะยาว

ด้าน เซดริก ซุย (Cedric Cui) ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) ย้ำว่า สิ่งที่ต้องการสื่อสารในประเทศไทย คือ ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาว ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกมิติ ตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพการบริการ การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทย

Chery Group ปักหมุดระยอง เปิดฐานผลิต NEV ฮับอาเซียน

แผนการดำเนินงานในประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่านพอร์ตโฟลิโอของทั้ง 3 แบรนด์ โดย CHERY เน้นกลุ่มครอบครัวผ่านผลิตภัณฑ์ BEV และ PHEV ขณะที่ OMODA และ JAECOO สร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่โดดเด่นในด้านนวัตกรรมครอสโอเวอร์และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ ส่วน LEPAS จะนำเสนอแนวคิด “Elegant Mobility Life” เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการเดินทางที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการผลิต Chery Group ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการหลังการขายภายใต้แนวคิด “Here to Care” โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการเป็น 210 โชว์รูมภายในปีนี้ พร้อมพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคให้ผ่านการรับรอง 100% และตั้งเป้าประสิทธิภาพด้านอะไหล่และบริการในระดับสูง

5 ปี กำลังผลิต 80,000 คัน

ปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 20 คันต่อชั่วโมง (หรือประมาณ 160 คันต่อวันจากการทำงาน 8 ชั่วโมง) และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตรายปีเป็น 80,000 คัน ภายในแผน 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) โดยปัจจุบันยังทำงานเพียง 1 กะ และยังไม่ได้ใช้กำลังการผลิตเต็มศักยภาพสูงสุด

กระบวนการผลิตและการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ โรงงานประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ สายการผลิตตัวถัง (Body), การพ่นสี (Paint) และการประกอบทั่วไป (General Assembly – GA)

จุดเด่นที่สำคัญคือการใช้ หุ่นยนต์ (Robot Sealer) ในขั้นตอนการยิงกาวกระจกแบบอัตโนมัติ 100% เพื่อความแม่นยำในการป้องกันน้ำรั่วซึม และมีเทคโนโลยีการเชื่อมตัวถังอะลูมิเนียมขั้นสูง

พนักงานไทย-ร่วมมือภาคการศึกษา

ขณะที่พนักงาน (แรงงานคน) จะรับผิดชอบในส่วนการประกอบภายในรถ (Interior) ระบบแสงไฟ และอุปกรณ์ใต้พรม โดยมีอุปกรณ์ช่วยยก (Assist White/Device) เพื่อทุ่นแรงในจุดที่มีน้ำหนักสูง เช่น การติดตั้งคอนโซลหน้า (IP) หลังคาซันรูฟ และการยกแบตเตอรี่เข้าใต้ท้องรถ

การจ้างงานและการพัฒนาบุคลากร ปัจจุบันโรงงานมีการจ้างงานพนักงานประจำซึ่งเป็นคนไทย 100% ประมาณ 600-700 คน (ไม่ใช้ระบบซับคอนแทรค) โดยไม่มีการกำหนดวุฒิการศึกษาที่ตายตัว มีพนักงานในทีมช่างที่จบระดับ ม.3 รวมอยู่ด้วย

ทั้งนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือระยะยาวกับภาครัฐและสถาบันการศึกษา เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน วิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เพื่อพัฒนาหลักสูตร xEV การมอบทุนการศึกษา การฝึกงาน และโครงการสร้างอาชีพสำหรับนิสิตนักศึกษาและคนรุ่นใหม่

เฟส 2 ขยายคลังสินค้า

ด้านการลงทุนแบ่งเป็น 2 เฟส โดยขณะนี้อยู่ในเฟสแรก ใช้พื้นที่ไปประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ส่วนแผนการขยายการลงทุนและคลังสินค้านั้น บริษัทมีแผนการขยายโรงงานในเฟสที่ 2 บนพื้นที่ส่วนที่เหลือ และเตรียมขยายคลังสินค้า (Warehouse) ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บอะไหล่สำหรับทั้ง 3 แบรนด์ ให้เพียงพอต่อความต้องการและลดปัญหาการค้างส่งอะไหล่

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 210 แห่ง ทั่วประเทศภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) เช่น กระจกที่ใช้ในรถทุกรุ่นผลิตในไทย และแบตเตอรี่บางรุ่น (เช่น OMODA C5) ได้จัดซื้อจากผู้ผลิตภายในประเทศไทย

ความร่วมมือไทย-จีนที่สำคัญ

ส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ มิสจาง เซียวเซียว (Zhang Xiaoxiao) อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ที่เข้าร่วมพิธีเปิดโรงงาน ยังระบุบนเวทีว่า โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือด้าน NEV ระหว่างไทยและจีน

มิสจางยังเสนอแนวคิด 3 ประการ คือ 1. ยึดแนวคิด “In Thailand, For Thailand” โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบไทย 2. สร้างชื่อเสียงด้วยจริยธรรมธุรกิจ และ 3. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียวร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องที่โรงงานแห่งนี้มุ่งหวังต่อการช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ผ่านการผลิตยานยนต์พลังงานสะอาดเพื่อทดแทนการใช้พลังงานฟอสซิล

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ฝุ่นเชียงใหม่ใหญ่กว่า ‘ห้องปลอดฝุ่น’: ดร.พันธุ์อาจ จี้ อว. งัด Deep Tech แก้ปมคน-ป่า

JAXA เลือก 2 ไอเดียเด็กไทยทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS

×

Share

ผู้เขียน

มรกต รอดพึ่งครุฑ Avatar