Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

IHG เร่งขยายพอร์ตโรงแรมไทย รับดีมานด์พรีเมียมโตแซงซัพพลาย

IHG เร่งขยายพอร์ตโรงแรมไทย รับดีมานด์พรีเมียมโตแซงซัพพลาย

IHG Hotels & Resorts กำลังเร่งขยายธุรกิจในไทยผ่านตลาดโรงแรมกลุ่มพรีเมียม หลังมองเห็นช่องว่างสำคัญของตลาดที่ความต้องการเข้าพักเติบโตเร็วกว่าซัพพลายใหม่ ขณะที่อัตราการเข้าพักของโรงแรมกลุ่มนี้สูงกว่าทั้งกลุ่มลักซ์ชัวรีและกลุ่มกระแสหลัก ทำให้ Premium Segment กลายเป็นตลาดที่ IHG มองว่ามีความยืดหยุ่นและน่าลงทุน

บริษัทเตรียมเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในไทยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการแล้ว 42 แห่ง และมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัวอีก 39 แห่ง พร้อมอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อนำ 2 แบรนด์ใหม่ Ruby และ Noted Collection เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย เพื่อรองรับดีมานด์ของนักเดินทางยุคใหม่ และดึงโรงแรมอิสระเข้ามาอยู่ภายใต้เครือข่าย IHG มากขึ้น

Premium Segment โตแรงกว่าตลาดหนุนโอกาสลงทุน

วิเวก บัลลา กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG กล่าวว่า โรงแรมกลุ่มพรีเมียม หรือ Premium Segment ซึ่งอยู่ระหว่างโรงแรมกระแสหลักกับโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี กำลังเป็นกลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดในตลาดไทย โดยข้อมูลของอุตสาหกรรมโดยรวมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โรงแรมกลุ่มพรีเมียมมีอัตราการเข้าพัก 69.6% สูงกว่ากลุ่มลักซ์ชัวรีและไลฟ์สไตล์ที่อยู่ที่ 66.8% และกลุ่มกระแสหลักที่อยู่ที่ 64.4%

หากดูตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อัตราการเข้าพักของโรงแรมกลุ่มพรีเมียมเพิ่มขึ้นเป็น 78.7% ขณะเดียวกัน ความต้องการเข้าพักปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% สูงกว่าอัตราการเติบโตของจำนวนห้องพักเปิดใหม่ที่มีเพียง 0.8% สะท้อนว่าตลาดนี้ยังมีช่องว่างระหว่างดีมานด์กับซัพพลาย และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ IHG มองว่า Premium Segment เป็นกลุ่มที่มีความยืดหยุ่นและน่าลงทุน

ปัจจัยสำคัญที่หนุนความต้องการในตลาดนี้มาจากการขยายตัวของชนชั้นกลางทั่วโลก โดยคาดว่าภายในปี 2578 จะมีครัวเรือนชนชั้นกลางทั่วโลกประมาณ 670 ล้านครัวเรือน นำโดยคนจีน

“เราเล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทั้งในส่วนของจุดประสงค์และรูปแบบการเดินทางของนักเดินทางในปัจจุบัน กลุ่มนักเดินทางเหล่านี้มองหาที่พักที่คุ้มค่าเงิน และยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าแค่สิ่งอำนวยความสะดวก ควบคู่ไปกับความเป็นเอกลักษณ์ การเข้าถึงเสน่ห์ของท้องถิ่น และประสบการณ์การเข้าพักที่ได้รับการออกแบบอย่างเฉพาะตัว” คุณวิเวกกล่าว

ในประเทศไทย โรงแรมกลุ่มพรีเมียมประมาณ 50% ยังเป็นโรงแรมที่บริหารแบบอิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้เครือโรงแรมใด ทำให้ IHG มองเห็นโอกาสในการดึงโรงแรมเหล่านี้เข้ามาอยู่ภายใต้เครือข่ายผ่านโมเดล Conversion โดยยังรักษาเอกลักษณ์ของโรงแรมเดิมไว้ ขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากระบบบริหารจัดการ โปรแกรมสมาชิก และเครือข่ายระดับโลกของ IHG

สำหรับราคาห้องพักของกลุ่มโรงแรมพรีเมียมจะอยู่ที่คืนละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป

voco และ Crowne Plaza นำทัพขยายแบรนด์พรีเมียม

หนึ่งในแบรนด์ที่ IHG ใช้ขยายตลาดพรีเมียมในไทยคือ voco Hotels ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยผ่าน voco Bangkok Surawong เมื่อปีที่ผ่านมา โดยโรงแรมแห่งนี้รีแบรนด์มาจากโรงแรมอิสระเดิม คือตะวันนา และผ่านการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ voco

IHG ระบุว่า voco เป็นแบรนด์พรีเมียมที่เติบโตเร็วที่สุดของกลุ่ม ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการ Conversion จากโรงแรมเดิมและการพัฒนาโครงการใหม่ โดยผสานประสิทธิภาพในการดำเนินงานเข้ากับประสบการณ์ที่แตกต่างสำหรับผู้เข้าพัก

ในประเทศไทย IHG ได้ลงนามขยาย voco Hotels เพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ voco Phuket Patong, voco Phuket Bangtao และ voco Bangkok Siam โดยทั้งหมดมีกำหนดเปิดภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่ในระดับโลก IHG ตั้งเป้าให้ voco มีโรงแรมครบ 200 แห่งภายใน 10 ปี นับจากการเปิดตัวแบรนด์ในปี 2561

อีกแบรนด์สำคัญคือ Crowne Plaza ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ Upscale ขนาดใหญ่ของโลก และตอบโจทย์กลุ่มนักเดินทางที่ผสมผสานการทำงานกับการพักผ่อน หรือ Blended Travel ปัจจุบัน Crowne Plaza มีมากกว่า 400 แห่งในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

IHG เตรียมเปิด Crowne Plaza เพิ่มอีก 2 แห่งในกรุงเทพฯ ได้แก่ Crowne Plaza Bangkok Grand Sukhumvit ซึ่งจะมีขนาดมากกว่า 500 ห้อง และ Crowne Plaza Bangkok Rama 9 โดยทั้งสองแห่งมีกำหนดเปิดภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า

Ruby และ Noted Collection เติมพอร์ตแบรนด์ใหม่ในไทย

นอกจากการขยายแบรนด์เดิม IHG ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อนำ 2 แบรนด์ใหม่เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ได้แก่ Ruby และ Noted Collection โดยทั้งสองแบรนด์อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพูดคุย และได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการโรงแรม

Ruby เป็นแบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ในเมืองที่ IHG เข้าซื้อกิจการในปี 2568 ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสไตล์ ทำเลเมือง และประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์ ในราคาที่เข้าถึงได้

จุดเด่นของ Ruby คือแนวคิดโรงแรมพรีเมียมที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุน เหมาะกับตลาดเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และมีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสูง ภายในโรงแรมเน้นประสบการณ์ที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพ เช่น เตียงขนาดใหญ่ ฝักบัวแบบ Rainfall Shower และเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเข้าพักสะดวกขึ้น เช่น ตู้เช็กอินแบบ Self-service

ปัจจุบัน Ruby มีโรงแรมที่เปิดให้บริการและอยู่ใน Pipeline รวม 40 แห่งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และ IHG ตั้งเป้ามี Ruby มากกว่า 120 แห่งในช่วง 10 ปีข้างหน้า สำหรับประเทศไทย IHG มองโอกาสในกรุงเทพฯ ตัวเมืองภูเก็ต และพัทยา

อีกแบรนด์คือ Noted Collection ซึ่งเป็น Collection Brand แรกของ IHG ในกลุ่มพรีเมียม เปิดตัวในปีนี้ และเน้นโมเดล Conversion เป็นหลัก โดยออกแบบมาเพื่อยกระดับโรงแรมอิสระที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้สามารถเข้าถึงระบบบริหารจัดการ โปรแกรมสมาชิก และเครือข่ายระดับโลกของ IHG โดยยังคงตัวตนของโรงแรมเดิมไว้

ด้วยความเป็น Collection Brand โรงแรมภายใต้ Noted Collection จึงไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบที่เหมือนกันทั้งหมด แต่จะเน้นความแตกต่างและเอกลักษณ์ของแต่ละโรงแรม ภายใต้การวางตำแหน่งในกลุ่มพรีเมียม ซึ่งอยู่ระหว่างโรงแรมกระแสหลักและโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี

IHG มองโอกาสในการขยาย Noted Collection ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย กระบี่ พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับโรงแรมอิสระที่ต้องการเข้าร่วมเครือข่ายระดับโลกโดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ของตนเอง

ท่องเที่ยวฟื้นตัว เสริมความเชื่อมั่นต่อไทยในระยะยาว

คุณวิเวก กล่าวว่า แม้ทั่วโลกยังเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แต่ภาคการท่องเที่ยวยังมีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากผู้คนยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อธุรกิจ การพักผ่อน และการเชื่อมโยงกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

ความยืดหยุ่นดังกล่าวสะท้อนผ่านผลประกอบการของ IHG ในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก หรือ RevPAR ของ IHG ทั่วโลกเติบโต 4.4% และบริษัทยังเห็นแรงส่งเชิงบวกต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาส 2

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลอุตสาหกรรมโรงแรมจาก Smith Travel Research ระบุว่า RevPAR ของตลาดโรงแรมไทยเติบโต 2.9% โดยได้แรงหนุนจากยอดเข้าพักของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น 23% เมื่อวัดจากจำนวนคืนเข้าพัก ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น 2% และตลาดนักท่องเที่ยวหลัก 10 อันดับแรกยังค่อนข้างมีเสถียรภาพ

แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อบางตลาด โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางจากภูมิภาคดังกล่าว แต่ในภาพรวม IHG ยังมองว่าตลาดไทยมีดีมานด์ที่แข็งแรงและหลากหลาย พร้อมย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในระยะกลางและระยะยาว

ในภาพรวม IHG มองว่าแบรนด์พรีเมียมมีบทบาทสำคัญต่อยุทธศาสตร์การเติบโตของบริษัท โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดสำคัญของ IHG ขณะที่ช่องว่างระหว่างดีมานด์และซัพพลายในตลาดโรงแรมพรีเมียมยังเปิดโอกาสให้บริษัทนำแบรนด์ที่เหมาะสมเข้าสู่ทำเลที่เหมาะสม เพื่อสร้างคุณค่าให้ทั้งเจ้าของโรงแรมและผู้เข้าพัก

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Slow Collapse ของทีวีไทย เมื่อความชัดเจนยังมาไม่ถึง

InsureX ชูแผนประกันองค์รวม ดันเบี้ยแตะหมื่นล้านในปี 2573

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar