Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

‘โยคะ’ ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการฝึกชีวิต

'โยคะ' ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการฝึกชีวิต

หากถามคนทั่วไปว่าโยคะคืออะไร หลายคนอาจนึกถึงการยืดเหยียดร่างกาย การทำท่ายาก การหกคะเมนตีลังกา หรือภาพของผู้ฝึกที่สามารถเอาหัวปักดินและยกขาชี้ฟ้าได้อย่างน่าทึ่ง

แต่ในมุมมองของศาสตร์โยคะดั้งเดิม ความเข้าใจเช่นนั้นอาจเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกผิด เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของโยคะไม่ได้อยู่ที่ท่าทาง หากอยู่ที่การพัฒนามนุษย์อย่างเป็นองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และบุคลิกภาพ จนนำไปสู่ความสงบภายใน หรือสิ่งที่เรียกว่า “โมกษะ”

นี่คือประเด็นสำคัญที่คณะวิทยากรจาก Yoga Namaste THAILAND ชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ชวน Stretch ลด Stress ด้วยเก้าอี้โยคะ” ภายในงาน มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ‘ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม’ กลับมาทบทวนความเข้าใจเรื่องโยคะใหม่อีกครั้ง โดยมี ครูอ่าง- ณพารี กาญจนแสง และคณะผู้เชี่ยวชาญที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันไกวัลยธรรม (Kaivalyadhama Yoga Institute) ประเทศอินเดีย ถ่ายทอดศาสตร์โยคะดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานกว่า 5,000–6,000 ปี และเป็นศาสตร์โบราณที่สถาบันฯ ได้นำมาวิเคราะห์ วิจัย และพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริงตามหลักวิทยาศาสตร์

ถอดเสื้อเพื่อกลับมาติดกระดุมเม็ดแรกใหม่

ก่อนจะพาผู้เข้าร่วมฝึกโยคะ คณะวิทยากรเริ่มต้นด้วยการชวนทุกคน “ถอดเสื้อ” ซึ่งไม่ได้หมายถึงการถอดเสื้อจริง ๆ แต่เป็นการวางความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับโยคะลงก่อน แล้วกลับมาติดกระดุมเม็ดแรกใหม่ให้ถูกต้อง

วิทยากรเปรียบเทียบว่า หากติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก เสื้อทั้งตัวก็จะผิดไปตลอด เช่นเดียวกับความเข้าใจเรื่องโยคะ หากเริ่มต้นจากความเข้าใจว่าโยคะคือการเล่นท่า ทำท่ายาก หรือแข่งขันกับคนอื่น ก็อาจทำให้พลาดสาระสำคัญของโยคะไปตั้งแต่ต้น

การ “ถอดเสื้อ” จึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้กลับมามองโยคะใหม่ ตั้งแต่ความหมาย เป้าหมาย ไปจนถึงวิธีฝึกที่ถูกต้อง เพราะเมื่อเข้าใจตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก การฝึกโยคะก็จะไม่หยุดอยู่แค่การขยับร่างกาย หรือการทำท่าตามภาพที่เห็นจากสื่อต่าง ๆ

ความสุขไม่ใช่ความสนุก

หนึ่งในประเด็นที่วิทยากรย้ำคือ การแยกความสุข ออกจากความสนุก เพราะความสนุกคือความตื่นเต้นภายนอก ขณะที่ความสุขคือความสงบสุขภายใน

โยคะจึงไม่ได้มุ่งสร้างความตื่นเต้นจากภายนอก แต่เน้นการดูแลด้านในของมนุษย์มากกว่า การฝึกโยคะอย่างถูกต้องจึงไม่ใช่การทำท่าให้ดูยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เป็นการกลับมาดูแลกาย จิต อารมณ์ และบุคลิกภาพของตนเองอย่างมีสติ

ตามศาสตร์โยคะดั้งเดิมของท่านปาตันชลี ได้จารึกไว้ในตำราว่า “โยคะจิตตวฤตตนิโรธะ” หรือโยคะเป็นไปเพื่อการดับการปรุงแต่งของจิต การฝึกโยคะจึงเป็นกระบวนการลดการปรุงแต่งของจิต และนำมนุษย์กลับมาสู่ความสงบภายใน

โยคะไม่ใช่การเล่นแต่ คือการฝึก

อีกความเข้าใจที่ต้องติดกระดุมใหม่คือ คำว่า “เล่นโยคะ” เพราะในมุมของศาสตร์โยคะดั้งเดิม โยคะไม่ใช่กิจกรรมเพื่อความบันเทิงหรือการทำท่าทางเพียงชั่วคราว แต่คือการ “ฝึกโยคะ”

การฝึกโยคะต้องอาศัยความเพียร ความตระหนักรู้ทางร่างกาย และการฝึกจิตใจควบคู่กัน เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำอาสนะให้ยากขึ้น แต่คือ “สมาธิ” หรือ “โมกษะ” ในภาษาสันสกฤต ซึ่งหมายถึงความหลุดพ้นจากสิ่งร้อยรัดทั้งปวงในระหว่างที่ยังมีลมหายใจอยู่ ไปจนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

เมื่อมองจากมุมนี้ โยคะจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมออกกำลังกาย แต่เป็นวิถีชีวิตหรือทางเดินของการฝึกตนที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่การดูแลความคิด การกระทำ การหายใจ ไปจนถึงการพัฒนาจิตใจ

อาสนะเป็นเพียง 1 ใน 8 บันไดของโยคะ

เหตุผลที่โยคะเป็นมากกว่าการทำท่า เพราะอาสนะเป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของ “มรรค 8” หรือบันได 8 ขั้นของการฝึกตนเท่านั้น

มรรค 8 เป็นเส้นทางของผู้ฝึกโยคะ ตั้งแต่การดูแลตนเอง การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การฝึกกาย การกำหนดลมหายใจ ไปจนถึงการพัฒนาจิตสู่สมาธิ ประกอบด้วย ยะมะ นิยะมะ อาสนะ ปราณยามะ ปรัชญาหาระ ทารณะ ทะยานะ และสมาธิ

  1. ยะมะ (Yama) คือการดูแลตนเองให้อยู่ในศีลธรรม มีลักษณะคล้ายกับการถือศีล 5 เช่น การไม่เบียดเบียนกัน ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย ไม่โกหก และการรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนหาได้โดยไม่สะสมกิเลส
  2. นิยะมะ (Niyama) คือวินัยในการดำเนินชีวิตเพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่น สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีคุณภาพ ได้แก่ การหมั่นชำระล้างร่างกายและจิตใจให้สะอาด การมีความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่ต้องเผชิญในปัจจุบันขณะ การปล่อยวาง การหมั่นศึกษาศาสตร์โยคะ การพิจารณาตนเอง รวมถึงการฝึกตนให้เป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนจากใจจริง
  3. อาสนะ (Asana) คือการฝึกท่าทาง ซึ่งเป็นข้อที่มักทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าโยคะคือการทำท่าเท่านั้น แต่ในศาสตร์โยคะดั้งเดิม อาสนะเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมกายและจิตให้เป็นหนึ่งเดียว ผู้ฝึกต้องทำตามสภาวะร่างกายของตนเอง ไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น ไม่ฝืนจนบาดเจ็บ และไม่หย่อนยานจนไม่ได้ประโยชน์ โดยยึดหลัก “นิ่งสบาย ใช้แรงแต่น้อย มีสติตามรู้”
  4. ปราณยามะ (Pranayama) คือการควบคุมและกำหนดลมหายใจ เพื่อควบคุมอารมณ์ และเป็นการขยับจากการดูแลร่างกายภายนอกเข้าไปสู่ระบบภายใน วิทยากรอธิบายว่า โยคะให้ความสำคัญกับการดูแลอวัยวะภายในช่องท้อง เพราะเป็นส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิต
  5. ปรัชญาหาระ (Pratyahara) คือการระมัดระวังสิ่งต่าง ๆ ที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย ไม่ให้กระเทือนหรือกระแทกมาถึงจิตใจ เป็นการกลับมาดูแลและป้องกันจิตของตนเองจากสิ่งที่มากระทบในชีวิตประจำวัน
  6. ทารณะ (Dharana) คือการเริ่มนำจิตเข้าสู่ปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ รู้ว่ากำลังปฏิบัติอะไรอยู่ และมีสติรู้เนื้อรู้ตัวทั่วพร้อม
  7. ทะยานะ (Dhyana) คือการนำพาจิตไปสู่ความสงบขั้นลึก จนเข้าสู่ระดับที่คล้ายกับการทำสมาธิและเข้าสู่ขั้นฌาน
  8. สมาธิ (Samadhi) คือจุดหมายปลายทางของการฝึกโยคะ เป็นความสงบสุขและการบรรลุสู่ความหลุดพ้น หรือโมกษะ

มรรค 8 ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า โยคะไม่ใช่การทำท่าทางเพียงอย่างเดียว แต่เป็นบันไดของการฝึกตนที่สามารถปฏิบัติได้ตลอดเวลา และไม่จำกัดอยู่เฉพาะช่วงเวลาที่อยู่บนเสื่อโยคะเท่านั้น

โยคะเริ่มต้นได้จากร่างกายของแต่ละคน

แม้เป้าหมายของโยคะดั้งเดิมจะลึกซึ้งถึงระดับการพัฒนาจิตใจ แต่การเริ่มต้นฝึกไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว วิทยากรเน้นย้ำว่า โยคะเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ ก็สามารถฝึกโยคะได้ทั้งหมด

การฝึกโยคะจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากท่ายากหรืออุปกรณ์มากมาย เพียงมีเก้าอี้หนึ่งตัวก็สามารถใช้ยืดเหยียด คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวด และฝึกหายใจเพื่อกลับมาดูแลกายและใจได้

ฝึกอาสนะอย่างไรให้ถูกต้อง

สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกอาสนะอย่างถูกต้อง วิทยากรแนะนำว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะเป็นช่วงที่จิตใจยังคงสงบ และสามารถตามรู้ภายในได้ดี สถานที่ฝึกควรเป็นสถานที่ที่สะอาด สบาย และมีความสงบ

ส่วนการเตรียมร่างกาย ควรฝึกในขณะที่ท้องว่าง หากรับประทานอาหารมื้อหนักควรเว้นระยะ 4 ชั่วโมง ส่วนอาหารว่างควรเว้น 2 ชั่วโมง ขณะที่การดื่มน้ำควรดื่มก่อนการฝึกครึ่งชั่วโมง และไม่ควรนำน้ำมาจิบระหว่างการฝึกอาสนะ

ท้ายที่สุด การทำความเข้าใจโยคะอาจต้องเริ่มจากการ “ถอดเสื้อ” แล้วกลับมาติดกระดุมเม็ดแรกใหม่ เพราะโยคะไม่ใช่การออกกำลังกาย ไม่ใช่การเล่นท่ายาก และไม่ใช่ความตื่นเต้นภายนอก

หากแต่เป็นศาสตร์ของการฝึกตนเพื่อดูแลกาย จิต อารมณ์ และบุคลิกภาพอย่างเป็นองค์รวม โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ความสงบสุขภายในและความหลุดพ้น

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

MTL Click รุก Health Ecosystem ปักธง ‘บ้านหลังหลัก’ ดูแลลูกค้า 24 ชม.

เคทีซีรุก Wellness ecosystem ยอดรูดสุขภาพ-ความงามพุ่ง 27,000 ล้าน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar