Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

กรอ. อนุทิน หวังพลิกโฉมเศรษฐกิจ

กรอ. อนุทิน หวังพลิกโฉมเศรษฐกิจ

รัฐบาลประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) นัดแรกเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ได้สรุปหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนว่า จะนำไทยสู่ประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 12 ปี ยกอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้อยู่ในกลุ่มท็อป 20 ของโลก รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ วินัยการคลัง และรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ร้อยละ 3 ต่อปี

กรอ.อนุทิน ประชุมนัดแรกในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ เพราะประเทศไทยเพิ่งได้รับข่าวดีไล่เลี่ยกัน 2 ข่าว หนึ่ง IMD (International Institute for management) ประกาศปรับอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยขึ้น 4 อันดับ มาอยู่อันดับที่ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก และ สอง สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (S&P) ยักษ์ใหญ่วงการจัดอันดับความเสี่ยงของโลก ยืนอันดับความเชื่อมั่นของไทยไว้ที่ BBB+ หรือ ความเชื่อมั่นอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างดี ทั้ง 2 ข่าวช่วยสร้างมุมมองเชิงบวกและความคาดหวังต่อการมาของกรอ. ไม่น้อย

กรอ. ชุดนี้ถูกจัดตั้งขึ้นตามข้อเสนอของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยต่อรัฐบาล ที่อยากมีกลไกเชื่อมระหว่างรัฐกับเอกชนเพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจเช่นในอดีต

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ในฐานะรองประธานกรอ. ขยายความต่อว่า กรอ. ที่จัดตั้งขึ้นมานั้น จะมีบทบาทเช่นเดียวกับกรอ. ยุครัฐบาลเปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานองคมนตรี หรือ ‘ป๋าเปรม’ ของคนไทยที่ตั้งกรอ. ขึ้นมาเพื่อร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเอกชนนำรัฐบาลหนุนนัก

กรอ. ยุคป๋าเปรมที่กล่าวถึงนั้น ตั้งขึ้นในปี 2524  ปีนั้นเศรษฐกิจไทยเปรียบเหมือนคนป่วยโคม่าที่เจอหลายโรครุมเร้าจากสารพัดปัญหาที่พุ่งเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น หนี้ต่างประเทศสูง ขาดดุลการค้า ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ฯลฯ ตามเกณฑ์แล้วถือว่าเศรษฐกิจไทย ณ ตอนนั้นอยู่ในขั้นวิกฤติ รัฐบาลเปรมรับมือคลื่นเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาด้วยการลดค่าเงินบาทครั้งแรกในวันที่ 12 พฤษภาคม 2524

ต่อมารัฐบาลเปรมประกาศตั้งกรอ. (30 มิ.ย. 2524) ก่อนประกาศลดค่าเงินครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 กรกฎาคม ปีเดียวกัน และ กรอ. ที่ป๋าเปรม ตั้งขึ้นมานั้น ถือว่ามีบทบาทสำคัญ ในการช่วยคลี่คลาย และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก่อนที่เศรษฐกิจจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากวิกฤติ เข้าสู่ยุคโชติช่วงชัชวาลในห้วงเวลาต่อมา แต่หลังยุครัฐบาลเปรม (2523 -2531) บทบาทของกรอ. ค่อย ๆ หายไป เนื่องจากรัฐบาลชุดต่อ ๆ มา ส่วนใหญ่ตั้ง คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจขึ้นมาดูงานเศรษฐกิจแทน ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาใหม่ในรัฐบาลปัจจุบัน

นายกฯอนุทิน ในฐานะประธานกรอ. เปรียบกรอ. ที่ตั้งขึ้นมาว่า เหมือน ครม. เศรษฐกิจพลัส ที่มติจากที่ประชุมกรอ. สามารถเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เลยเพราะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ในกรรมการชุดนี้แล้ว โฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก แถลงหลังกรอ. ประชุมนัดแรก สรุปได้ประมาณว่า รัฐบาลจริงจังและหวังผลจากกรอ. ชุดนี้ ด้วยการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 4 ชุด เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อน ชุดแรก คณะอนุกรรมการ พัฒนาด้านการลงทุนใหม่ของประเทศ ชุดนี้มี เอกนิติ รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นประธาน ชุดที่สอง คณะอนุฯพัฒนาด้านการค้าการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ศุภจี รองนายกฯ และรมว. พาณิชย์ เป็นประธาน

ชุดที่สาม คณะอนุฯด้านการพัฒนามุนษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี มี ยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ( อว.) เป็นประธาน และชุดที่สี่ คณะอนุฯด้านพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ดูแล

คณะอนุฯทั้ง 4  ชุด มีหน้าที่ ขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และจัดลำดับความสำคัญการขับเคลื่อนทั้งระยะ สั้น กลาง และยาว ทำตัวชี้วัด และแผนการดำเนินงานโดยต้องรายงานต่อที่ประชุม กรอ. ทุก 2 เดือน ฯลฯ ทาง เอกนิติ รองนายกฯและรมว. คลัง คาดว่า การดำเนินงานโดยผ่านกรอ.ที่รัฐร่วมเอกชนร่วมเศรษฐกิจประเทศไทยจะมีพัฒนาการดีขึ้นใน 3-4 ปีข้างหน้า

การที่รัฐบาลชูกรอ. ขึ้นมาเป็นจุดเชื่อมระหว่างนโยบายรัฐกับเอกชน ตลอดจนการเคลื่อนไหวก่อนหน้า อาทิ เล็งปฏิรูปยุทธศาสตร์รองรับการลงทุนของบีโอไอ การเร่งขจัดอุปสรรคจากกฎหมายต่อภาคธุรกิจซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจ เบื้องต้น รองนายกฯปกรณ์ ที่ดูแล้วเรื่องนี้บอกกับสื่อเมื่อวันก่อนว่า กฎหมายไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่กฎกระทรวงที่มีมากกว่า 7,600 ฉบับต่างหากที่เป็นอุปสรรของธุรกิจ

ดูทิศทางขยับของรัฐบาลคงหวังถึงขั้นใช้กลไกกรอ. ร่วมพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยเลยทีเดียว แต่ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งความต่อเนื่องของนโยบาย ความสำเร็จในการจำกัดจุดออนเศรษฐกิจ ตลอดจนผลงานของนายกฯ อนุทิน ที่ประกาศแต่งตั้งตัวเองเป็น ‘เซลส์แมนขายประเทศไทย’ จะปิดการขายได้มาก-น้อยเพียงใด ยิ่งมากเศรษฐกิจก็ยิ่งพลัส

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

เมื่อคลังตามหา ‘คนที่จนที่สุด’

ระเบียบวีซ่าใหม่ สกัดนักท่องเที่ยว ‘เทา’ 

ถ้าแจกเงินแล้วเศรษฐกิจยังไม่มั่นคง ?

×

Share

ผู้เขียน

จิตติศักดิ์ นันทพานิช Avatar