Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เมื่อคลังตามหา ‘คนที่จนที่สุด’

เมื่อคลังตามหา 'คนที่จนที่สุด'

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกันคุ้นปากว่า ‘บัตรคนจน‘ เป็นกระแสต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ อายุจะครบ 9 ปี ในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บัตรสวัสดิการฯ ที่มีเป้าหมายเริ่มต้นเพื่อดูแลคนจนถูกตั้งคำถามมเสมอมาว่า ผู้ได้สิทธิราว 11 ล้านคนต่อปีโดยเฉลี่ยต่อปีนั้น มีคนจนไม่จริงรวมอยู่ด้วย

ทางกระทรวงการคลังในฐานะผู้จัดการระบบและจัดสรรงบประมาณ คงตระหนักถึงจุดอ่อนของโครงการ   ผนวกกับการคลังที่ตึงตัวมากขึ้น ทาง เอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง เลยถือโฮกาสทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติที่ผู้จะเข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิกาฯ ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2565 ใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่า รัฐบาลได้มอบสิทธิสวัสดิการกับคนที่จนที่สุดจริง ๆ

เกณฑ์ในการทบทวนผู้สิทธิเข้าถึงบัตรสวัสดิการฯใหม่ที่กระทรวงการคลังประกาศใช้ ยึดหลักรายได้บุคคลแทนครอบครัว เพิ่มนักเรียน นักศึกษา กรรมการบริษัท ผู้มีบัญชีหุ้น ฯลฯ เข้าไปในบัญชีกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสิทธิ

วางเกณฑ์รายได้ใหม่ จากเดิมยึดรายได้ของครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี มาเป็นรายได้หรือจ่ายเงินให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และเปลี่ยนเกณฑ์หนี้สินใหม่เช่นกัน จากมาเดิมกำหนดไว้ว่า ให้มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1.5 ล้านบาทหนี้สินเชือรถยนต์ไม่เกิน 1 ล้านบาทมาเป็นวงเงินกู้ทุกบัญชีต้องไม่เกิน 100,000 บาท

แต่เกณฑ์ใหม่ที่ทำให้สังคมอื้ออึงคือ พ่อ แม่ ที่ลูกนำชื่อไปขอลดหย่อนภาษีจะถูกตัดสิทธิเพราะถือว่ามีผู้ดูแลอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตามระเบียบของกรมสรรพากรกำหนดเอาไว้ว่า ผู้เสียภาษีสามารถขอลดหย่อนภาษีจาก อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ได้คนละ 30,000 บาท

ประเด็นนี้เป็นกระแสจน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้คุยกับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ก่อนเดินทางเยือนเวียดนามเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ให้ฟังความเห็นของสังคม ซึ่งในท้ายที่สุด คลังตีธงถอนยกเลิกเกณฑ์ตัดสิทธ์ พ่อ แม่ ที่ลูกใช้ชื่อนำไปลดหย่อนภาษี ไม่ให้เข้าถึงสิทธิ บัตรสวัสดิการฯไป

ความจริง คลังคงคาดหวังที่จะใช้เกณฑ์ดังกล่าวช่วยคัดกรองหาคนจนที่สุดไว้มาก ตามข้อมูลที่ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงกับสื่อเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยสรุปว่า จะใช้ฐานข้อมูลจากจำนวนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาราว 11 ล้านรายสแกนหาว่ามีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนจำนวนเท่าไหร่ แม้ปลัดคลังประเมินว่าจะมีผู้หลุดจากโครง บัตรสวัสดิการฯ ไม่มาก แต่ประเด็นนี้ไม่ได้ไปต่อด้วยเหตุที่กล่าวข้างต้น

อีกประเด็นที่ต้องจับตาต่อคือ เกณฑ์หนี้สิน ที่ปลัดคลังระบุเองว่าจะเป็นเกณฑ์ที่ทำให้ให้คนหลุดจากสิทธิบัตรคนจนมากที่สุด ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าปีนี้ คลังปรับเกณฑ์หนี้สินที่ใช้พิจารณาการเข้าถึงสิทธิ บัตรสวัสดิการฯ จากเดิมคิดจากหนี้สินรวมของครอบครัวมาเป็นหนี้สินบุคคล โดยเกณฑ์ใหม่กำหนดว่า ผู้ขอต้องมีหนี้สินรวมไม่เกิน 100,000 บาท

เกณฑ์นี้คลังมีหลักคิดว่า ผู้มีหนี้สินรวมเกินกว่าหนึ่งแสนบาทสะท้อนว่า บุคคลนั้น ๆ มีทรัพย์สินพอเข้าถึงสินเชื่อสถาบันการเงินจึงไม่เข้าข่ายได้สิทธิ บัตรสวัสดิการฯ เพราะถือว่ายังไม่จนที่สุด แน่นอนว่าจะมีเสียงค้านในประเด็นนี้อีกว่า หนี้เพิ่มจากเพราะดอกเบี้ยทบไปทบมาจนยอดหนี้ทะลุแสน หากตัดสิทธิเข้าถึงบัตรคนจนเท่ากับซ้ำเติมอะไรประมาณนี้

เชื่อว่าก่อนที่คลังจะเสนอเกณฑ์การพิจาณาผู้มีคุณสมบัติเข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการฯ เข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) และประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม นี้ จะมีเสียงค้าน เกณฑ์คุณสมบัติการเข้าถึงสิทธิบัตรคนจนออกมาเป็นระยะ เพราะงานนี้มีผู้มีส่วนได้เสียนับล้านล้านตน ข้อมูลจากคลัง ณ วันนี้ ผู้ถือบัตรเดิม ยืนยันสิทธิแล้ว 11.28 ล้านคน จาก 13.20 ล้านคน เกณฑ์หนี้สิน

ที่สำคัญ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ ประชานิยม ที่ยืนยาวมาเกือบทศวรรษการเปลี่ยนแปลงใดๆที่จะกระทบสิทธิที่เคยได้ ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแม้จะอิงหลักการ ที่จะมีผลต่อความนิยมทางการเมือง ไม่ใช่สิ่งที่ ฝายการเมืองปราถนาแน่นอน .

—————————–

เกณฑ์คัดกรองการเข้าถึงบัตรคนจนโดยอิงกับข้อมูลการขอหักลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูพ่อแม่ ออกไป ตามที่กล่าวถึงข้างต้น

คลังประกาศยกเลิกแผน ตัดสิทธิการเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือ บัตรคนจน กรณีพ่อหรือแม่ถูกลูกนำชื่อไปใช้ในการลดหย่อนภาษีแล้ว หลังที่ประชุมคณะกรรกมารประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีมติเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติยกเลิกเกณฑ์ตัดสิทธิบัตรสวัสดการแห่งรัฐ กรณีพ่อแม่ถึงนำชื่อมายื่นขอลดหย่อนภาษี

เรื่องเป็นประเด็นขึ้นมา หลังกระทรวงการคลังจะทบทวนเกณฑ์การเข้าถึงสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้วยเหตุผลว่า ไม่ได้ทำมาแล้ว 4 -5 ปี ที่ผ่านมาผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการฯบางรายมีพฤติกรรมน่าสงสัยว่า ไม่จนจริง เช่นมีบํญชีเล่นหุ้น ขี่มอเตอร์ไซด์คละหลายแสน โดยรองนายกฯ เอกนิติย้ำเสมอว่า ต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อนและไม่มีสิทธิใด ไม่มีใครดูแล

เหตุที่คลังพุ่งเป้าเอากับกลุ่มที่ลูก ๆ นำชื่อพ่อแม่ไปแจ้งขอลดหย่อนภาษี เพราะถือว่าพ่อ-แม่รายนั้นมีผู้ดูแล ถือว่าไม่เข้าเกณฑ์ ‘เดือดร้อน’ เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วยการอ้างชื่อพ่อแม่ 11 ล้านราย ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ผู้เสียภาษีสามารถขอลดหย่อนภาษีจากอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ได้คนละ 30,000 บาท

ไอเดียคัดกรองหาคนจนจริง ๆ ของคลัง มีกระแสค้านจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกทำแบบนี้ สวนทางกับการช่วยเหลือพุ่งเป้า เขามองว่าการไปไล่บี้คนที่ถือบัตรคนจน เพียงเพราะลูกหลานเอาเงินมาช่วยจุนเจือครอบครัวจากการนำชื่อไปลดหย่อนภาษี แล้วบังคับให้เลือกว่าจะเอา ลดหย่อนภาษีหรือถือบัตรคนจนนั้นไม่โอเค

ก่อนที่กระแสจะขยายวงที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้คุยกับ เอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง ก่อนเดินทางเยือนเวียดนามว่า ให้ฟังความเห็นของสังคม ก่อนเดินทางเยือนเวียดนามสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่คลังจะยกธงถอน ยกเกณฑ์คัดกรองการเข้าถึงบัตรคนจนโดยอิงกับข้อมูลการขอหักลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูพ่อแม่ ออกไป ตามที่กล่าวถึงข้างต้น

อีกประเด็นที่ต้องจับตาต่อคือ เกณฑ์หนี้สิน ที่ปลัดคลังระบุเองว่าจะเป็นเกณฑ์ที่ทำให้ให้คนหลุดจากสิทธิบัตรคนจนมากที่สุด ตามระเบียบของกระทรงการคลังผู้มีสิทธิยื่นขอบัตรคนจน คุณสมบัติข้อหนึ่งระบุว่า ต้องมีหนี้สินรวมไม่เกิน 100,000 บาท

เกณฑ์นี้ คลังมีหลักคิดว่า ผู้มีหนี้สินรวมเกินกว่าหนึ่งแสนบาทสะท้อนว่ามีทรัพย์สินพอเข้าถึงสินเชื่อสถาบันการเงินจึงไม่เข้าข่ายได้สิทธิบัตรคนจน เพราะถือว่า ‘จนไม่จริง‘ เชื่อว่าจะมีเสียงค้านอีกว่า หนี้เพิ่มจากเพราะดอกเบี้ยทบไปทบมาจนยอดหนี้ทะลุแสน หากตัดสิทธิเข้าถึงบัตรคนจนเท่ากับซ้ำเติมอะไรประมาณนี้

เชื่อว่าก่อนที่คลังจะเสนอเกณฑ์การพิจาณาผู้มีคุณสมบัติเข้าถึงสิทธิบัตรคนจนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 17 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิจะมีเสียงค้านเกณฑ์คุณสมบัติการเข้าถึงสิทธิบัตรคนจนออกมาเป็นระยะ เพราะงานนี้มีผู้มีส่วนได้เสียเยอะ ข้อมูลจากคลัง ณ วันนี้ ผู้ถือบัตรเดิม ยืนยันสิทธิแล้ว 11.28  ล้านคน จาก 13.20 ล้านคน เกณฑ์หนี้สิน

หวังว่ารอบนี้ นายกฯอนุทินจะไม่กระซิบข้างหูรองนายกฯเอกนิติ ให้ฟังความเห็นสังคมอีก และปล่อยให้คลังได้ยึดหลักการคลังในการค้นหาคนที่จนจริง ๆ ที่สมควรได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

ระเบียบวีซ่าใหม่ สกัดนักท่องเที่ยว ‘เทา’

ถ้าแจกเงินแล้วเศรษฐกิจยังไม่มั่นคง ?

                                          …………………………….

×

Share

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้เขียน

จิตติศักดิ์ นันทพานิช Avatar