Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ไทย-จีน จากวาระอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ถึง ‘เถียนมีมี่’

ไทย-จีน จากวาระอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ถึง 'เถียนมีมี่'

ภาระกิจเยือนจีนของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรัฐมนตรีมหาดไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว. ต่างประเทศ ออกมาสรุปว่า ประสบความสำเร็จมาก โดยอ้างถึงคณะของฝ่ายไทย ได้หารือทั้งประธานาธิบดี สิ จิ้นผิง และ นายกฯหลี่ เฉียงของจีน โดยทั้งไทย – จีน ฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างกันว่าเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน.. ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์ระดับสูงสุด

ครับ… ในมุมพิธีการถือว่าประสบความสำเร็จเบื้องต้นแล้ว เพราะรัฐบาลบรรลุเป้าหมายหลาย ๆ ด้าน นับจากหยั่งท่าจีนต่อกรณีจีนขนรถถังชุดใหญ่ให้กัมพูชา ซึ่งทางฝ่ายจีนยืนยันว่า เป็นคำสั่งซื้อเก่า และที่ผ่านมาทางจีนได้ชะลอส่งมอบหลังเกิดปะทะของ 2 ฝ่าย เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ทำข้อตกลง หรือ MoU ชุดใหญ่กับจีนรวม 15  ฉบับ ครอบคลุมตั้งแต่ ร่วมปราบแก๊งฟอกเงิน การศึกษาเศรษฐกิจ AI สำรวจอวกาศ ส่งออกสัตว์น้ำ รวมถึง ฯลฯ   

นอกจากนี้ นายกฯอนุทินยังได้สัญญาใจจากกลุ่มธุรกิจแถวหน้าของจีน อย่างบริษัท ฉางอาน ออโตโมบิล ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าของโลก บริษัท อินโนไลท์ เทคโน ผู้ผลิตอุปกรณ์ส่งข้อมูลทางแสง (อุปกรณ์ทำหน้าแปลงสัญญาณข้อมูลไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณแสง) รวมทั้ง บริษัท อีออป ตอลิงก์ เทคโนโลยี ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะลงทุนเพิ่มในไทยรวมกันราว ๆ 70,000 ล้านบาท    

การขยับของคลื่นทุนจีนซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตครั้งนี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง มองอย่างสดใส โดยเปรียบว่า ไม่ต่างจากยุคทศวรรษ 1980 ที่กลุ่มทุนญี่ปุ่นขยายการลงทุนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในอีสเทิร์นซีบอร์ด (โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเริ่มในปี 2525 ) ก่อนเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ยุคโชติช่วงชัชวาล (ยุครัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) ต่างกันตรงที่ว่า คลื่นการลงทุนรอบนี้จะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งต่างจากยุคก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

ประเด็นนี้ แม้อุตสาหกรรรมแห่งอนาคตจะเป็น New S-Curve ที่สามารถเพิ่มแรงส่งทางเศรษฐกิจได้ แต่อีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมเก่าไปใหม่ ยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่ควรระวัง เพราะจุดต่างระหว่างอุตสาหกรรม 2 ยุค คือ อุตสาหกรรมเดิมใช้แรงงานนำ แต่วันนี้อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ชูเทคโนโลยีเป็นหลัก พึ่งพามนุษย์น้อยลง ซึ่งอาจจะมีผลต่อการจ้างงานได้

อีกประเด็นคือ การขยายตัวของคลื่นทุนจากจีน จะมีผลต่อทุนญี่ปุ่นที่ปักหลักลงทุนในไทยมานานนับทศวรรษหรือไม่ และรัฐบาลมีแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านนี้แล้วหรือยัง?    

โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ณ ตอนนี้ คือจะทำอย่างไรให้การเปลี่ยนผ่านในภาคอุตสาหกรรม เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ

อีกประเด็นที่คนไทยคอยลุ้นระหว่างนายกฯอนุทินนำคณะเยือนจีน ว่าจะพูดกันเรื่องจีนเทาหรือไม่?

การบ้านข้อนี้รองนายกฯ สีหศักดิ์ รับจบให้ ด้วยการหยิบยกประเด็นธุรกิจสีเทาขึ้นมาหารือกับฝ่ายจีน ตามข่าวรายงานว่า รองนายกฯสีหศักดิ์ ได้บอกว่า รัฐบาลไทยมุ่งมั่นส่งเสริมฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืนและนักลงทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด

รองนายกฯสีหศักดิ์ ยังได้กล่าวด้วยว่า แม้ธุรกิจสีเทาเป็นเพียงส่วนน้อยของการลงทนุของจีนในไทย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดกฎหมายขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และจิตใจของประชาชนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุที่กล่าวมา ทางฝ่ายไทยจึงขอให้ทางการจีนให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว  

แม้ไม่มีรายงานข่าวว่าจีนตอบรับประเด็นนี้อย่างไร แต่เชื่อว่าทางจีนเองก็คงตระหนักถึงผลเสีย หากปล่อยให้ธุรกิจสีเทาไปสร้างเรื่องฉาวในประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน

ณ ขณะนี้ บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ชื่นมื่นเอามาก ๆ เหมือนที่ อู่ จื้ออู่ อุปฑูตรักษาการแทนเอกอัครราชฑูตจีน ประจำประเทศไทย ไปกล่าวในงาน Thailand – Chaina Cooperative Expo 2026 ว่า  มิตรภาพไทย-จีน ช่างหวาน เหมือนเพลง เถียนมีมี่ ที่ขับร้องโดยเติ้ง ลี่จวิน นักร้องในตำนานผู้ล่วงลับ

ข้อความดังกล่าว นัยหนึ่งเหมือนอุปฑูตฯ อู่ ต้องการสื่อสารอีกแรงว่า ร้องเพลงนี้แล้วไม่เชยเลย จีนแบนเพลงนี้เอาที่ไหนมาพูด..

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

ไทย: จากคนป่วย เป็น ‘ดาวรุ่ง’ ได้อย่างไร        

กรอ. อนุทิน หวังพลิกโฉมเศรษฐกิจ       

เมื่อคลังตามหา ‘คนที่จนที่สุด’                                       

×

Share

ผู้เขียน

จิตติศักดิ์ นันทพานิช Avatar