กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT), สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (AEROTHAI) ร่วมกันเปิดตัว “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Drone)” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดตัว SkyBridge แพลตฟอร์มบริหารจัดการขนส่งทางอากาศอัตโนมัติเพื่อการสาธารณสุข ช่วยก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ในการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ในพื้นที่สูงช่วงวิกฤติ โดยเตรียมขยายผลไปยังพื้นที่ห่างไกลอีก 10 แห่ง เช่น โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน
พิธีเปิดโครงการจัดขึ้น ณ สนามกีฬาพญาผานอง อ.ปัว จ.น่าน โดย นรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจาก พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นประธานในพิธี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ร่วมกับผู้บริหารจาก ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้แก่ เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม และ จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์
นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม ได้แก่ ณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1, นพ.ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน พญ.อัญชลี วงศ์ใน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พล.ต. บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 และ พิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช.

โครงการนี้นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในการนำเทคโนโลยียานบินไร้คนขับระยะไกลทางการแพทย์ และแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติ “True SkyBridge” ที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น มาบูรณาการเข้ากับระบบบริการสาธารณสุข แพลตฟอร์มนี้ทำงานบนเครือข่ายของทรู รองรับโดรนได้หลากหลายแบรนด์ และใช้ระบบ AI ในการบริหารจัดการข้อมูลการบินและความปลอดภัย โดยเริ่มใช้งานจริงครั้งแรกที่จังหวัดน่านภายใต้ “ปัวโมเดล” เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชันและมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจตัดขาดการเดินทางทางบก เพื่อให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที
หัวใจของปฏิบัติการนี้ คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและแม่นยำ ผ่านแพลตฟอร์มต้นแบบ True SkyBridge ที่เชื่อมโยงโรงพยาบาล หน่วยบริการทางการแพทย์ และบุคลากรสาธารณสุขเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาของทรูที่มุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประโยชน์แก่สังคม
นรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและแนวชายแดนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม โดยการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ สำหรับโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ในพื้นที่ป่าเขาที่มักถูกดินโคลนถล่มหรือน้ำป่าตัดขาด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทดสอบบินในพื้นที่ชายฝั่งทะเลมาแล้วและพบว่าช่วยลดข้อจำกัดได้ดี การใช้โดรนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน
กระทรวงสาธารณสุขขอขอบคุณ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น สำหรับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีโดรน ระบบการสื่อสาร และการถ่ายทอดความรู้ รวมถึงหน่วยงานภาคีอย่าง กสทช., CAAT, AEROTHAI และหน่วยงานในท้องถิ่น โดยหลังจากนี้จะขยายผลการใช้งานไปยังพื้นที่ห่างไกลอื่นอีก 10 แห่ง เช่น อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อผลักดันให้เป็นระบบบริการมาตรฐานต่อไป

ด้าน เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แพลตฟอร์ม True SkyBridge ถูกออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการการขนส่งทางการแพทย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนเส้นทาง การตรวจสอบคุณภาพสิ่งของที่จัดส่ง การติดตามสถานะการบินแบบเรียลไทม์ ควบคุมความปลอดภัยของระบบ ไปจนถึงการบันทึกข้อมูลพิกัดและเวลาโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การขนส่งยารวมถึงตัวอย่างทางการแพทย์เป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
สำหรับปฏิบัติการสาธิตที่อำเภอปัวในวันนี้ แบ่งออกเป็น 2 เส้นทางหลัก ได้แก่:
- โมเดลความต่อเนื่องฐานเดิม (NCD’s Continuity Model) ส่งยาสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยังลานชุมชนบ้านร้องแง และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทางไป–กลับ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3.5 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ใช้เวลา 7 นาที สร้างผลลัพธ์ความเร็วและช่วยประหยัดเวลาได้ 50%
- โมเดลภัยพิบัติขั้นวิกฤติ (Disaster Response Model): ขนส่งยาไปยังพื้นที่ห่างไกลที่เส้นทางถูกตัดขาด จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยังโรงเรียนบ้านน้ำปัว และรับตัวอย่างทางการแพทย์กลับมา ระยะทางไป-กลับรวม 46 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 35 นาที (เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง หรือประหยัดเวลาได้ถึง 70%)
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ยุทธศาสตร์ทรู คอร์ปอเรชั่น: เมื่อ AI คือรากฐานความอยู่รอดประเทศและแรงงานไทย
โรงเรือนสั่งตัด ‘ปลูกสั่งได้ สารสำคัญสูง’ ไบโอเทค สวทช. ดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดแสนล้าน



