Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

The Eleventh Hour: A Quintet of Stories ช่วงเวลาสุดท้ายที่ต้องฉกฉวย [Book Review] 

The Eleventh Hour: A Quintet of Stories ช่วงเวลาสุดท้ายที่ต้องฉกฉวย [Book Review] 

ในช่วงห้าสิบปีที่ผ่านมา Salman Rushdie เขียนนวนิยายและเรื่องสั้นออกมาแล้วมากมายหลายเรื่อง ชุดรวมเรื่องสั้น The Eleventh Hour: A Quintet of Stories คือผลงานชิ้นที่ 23 ของเขา ที่ตีพิมพ์ในปี 2025 สามปีหลังจากที่เขาโดนมือมีดลอบทำร้ายบนเวทีจนสูญเสียตาไปหนึ่งข้าง และเกือบจะเสียชีวิต

The Eleventh Hour มีความหมายถึงชั่วโมงสุดท้ายที่จะทำอะไรได้ก่อนที่เวลาในวันนั้นจะหมดไป  เหมือนความหมายนั้น Salman Rushdie ปล่อยของใหญ่ออกมาในหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ เขาเต็มที่กับมันเสมือนว่าอาจจะไม่มีเวลาเขียนเล่มใหม่อีก

เขาเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามถึงความแก่และความตายในเรื่องสั้นเรื่องแรก In the South ในสไตล์ที่ทำให้ผู้อ่านอมยิ้มไปพร้อมๆกับคิดตามเรื่องความเจ็บความตายอยู่ในหัว ในเรื่องมีตัวละครหลัก 2 คนชื่อซีเนียร์และจูเนียร์ (Senior/Junior) ที่อาศัยอยู่ห้องติดกัน Senior มักจะพูดว่าตัวเองเหมือนไม้ไกล้ฝั่ง ตายได้ทุกวัน แต่กลับอายุยืน ส่วน Junior ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะตายเร็วแต่กลับตายด้วยอุบัติเหตุ แม้จะทะเลาะกันตลอด แต่ทั้งคู่ก็ชอบที่จะได้พบกัน จิกกัดกันทุกวัน หลังจาก Junior ตายไป Senior ก็ใช้ชีวิตแบบเหงาหงอย เฝ้ามองระเบียงห้องข้างๆ  สำหรับผู้เขียน ความเป็นและความตายอยู่ใกล้กันนิดเดียว เปรียบเสมือนระเบียงของห้องติดกัน

เรื่องที่สอง The Musician of Kahani ผู้เขียนร้อยเหตุการณ์ร่วมสมัยเข้ากับวัฒนธรรมสมัยนิยมได้อย่างน่าติดตาม เรื่องราวของ จันนี (Chandni) นักเปียโนและซิตาร์ (Sitar – เครื่องดนตรีของอินเดีย) ผู้สามารถสะกดใจคนได้ด้วยเสียงดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก เธอพบรักกับลูกชายตระกูลเศรษฐีพันล้านและหลุดเข้าไปในโลกของเศรษฐีที่เห็นแก่หน้าตาและชื่อเสียงมากกว่าชีวิตของลูกสะใภ้ จนท้ายสุด จันนีหลุดรอดมาได้ด้วยการช่วยเหลือของพ่อที่ทิ้งครอบครัวไปเข้าลัทธิตั้งแต่เธอยังเด็ก และใช้เสียงดนตรีทำลายล้างอาณาจักรทางธุรกิจของครอบครัวอดีตสามี

ในเรื่องนี้ผู้เขียนจิกกัดชีวิตเศรษฐีอินเดียที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อหน้าตาและศรัทธาในลัทธิต่างๆที่มีแต่จะสร้างความร่ำรวยให้ผู้นำลัทธิ 

เรื่องที่สาม Late ว่าด้วย S.M. Arthur ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยที่ตื่นมาพบว่าตัวเองได้ตายไปแล้วแบบไม่มีสัญญาณบอกเหตุ มีแค่นักศึกษาแลกเปลี่ยนชื่อโรซ่า (Rosa) มองเห็นเขา ช่วงเวลาที่เขาตระหนักว่าตายไปแล้วนั้นเขาได้พิเคราะห์สภาพจิตใจ  สภาวะของวิญญาณ ชีวิตที่ผ่านมา ความตาย และชีวิตหลังความตาย เหมือนผู้เขียนเล่าถึงสิ่งที่เขาคิดหลังการถูกทำร้าย 

ก่อนที่ศาสตราจารย์จะหายจากโลกนี้ไปตลอดกาล เขาตั้งเป้าทำลายล้างหัวหน้าที่ทำโทษเขาฐานเป็นรักร่วมเพศด้วยวิธีที่ผิดมนุษย์ โดยมีโรซ่าเป็นผู้ช่วย 

เรื่องที่สี่ Oklahoma ว่าด้วยนักเขียนหนุ่มกับนักเขียนอาวุโสที่เขาบูชา ภาพเบลอๆของความเป็นนักเขียนของแท้ การลอกเลียน และความฉ้อฉลในวงการนักเขียน

เรื่องสุดท้ายคือ The Old Man in the Piazza จิกกัดเรื่องเสรีภาพในการสื่อสาร ภาษากลายเป็นตัวละครที่เจอกับจุดจบเมื่อไม่มีคนฟังเธอ คนที่เคยฟังเธอ เคยใช้ภาษาเพื่อต่อสู้เพื่ออุดมการณ์กลับยอมเงียบเสียงเมื่อมีชายชราคนหนึ่งเข้ามานั่งกาแฟอยู่ที่ลานกลางเมืองแห่งนี้ ชายชราคนนั้นทำตัวเหมือนคนกลางที่ยุติการโต้เถียงของคน และช่วยคนที่กำลังสับสนตัดสินใจไม่ถูก คนทั้งลานเข้าแถวเพื่อจะได้พูดคุยกับชายชรา

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนบนโลกยอมที่จะหยุดคิด หยุดออกความเห็น และฟังการตัดสินใจของคนๆเดียว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกไม่มีใครหลงเหลือมาเล่าเรื่องให้คนรุ่นหลังฟัง 

เรื่องสั้นแต่ละเรื่องมีความน่าสนใจไปคนละแบบ โดยที่เรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายมีตัวเอกเป็นคนชรา ไม้ใกล้ฝั่ง 

ทุกเรื่อง (เว้นเรื่องที่ 4) สามารถขยายเป็นเรื่องยาวได้ แต่ Salman Rushdie ขมวดเป็นเรื่องสั้นแต่งอรรถรสที่แฝงข้อคิดได้อย่างไม่ตกหล่น 

ในการให้สัมภาษณ์กับ CBS News ในปี 2025 เมื่อถูกถามว่าทำไมตั้งชื่อหนังสือว่า The Elevent Hour เขาตอบว่า “อย่างแรกเลยคือผมอายุ 78 แล้ว อีกอย่างคือผมเข้าใกล้ความตายมากๆ แม้ผมจะรอดชีวิตมาได้ แต่มันทำให้คุณได้คิด สิ่งที่ผมคิดอยู่ในหัวคือเวลาที่กำลังจะหมดไป”

(Well, for a start, I’m 78. For another thing, I had a fairly intimate encounter with death, you know, and got away with it. But it makes you think, you know? So, I thought this idea of running out of time was something I had on the brain.)

แน่นอน ทั้งเขาและทุกคนบนโลกต้องต่อสู้กับความตายกันต่อไป และควรสำนึกว่าความตายมาเยือนเราได้ทุกเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกคนควรจะรู้ว่าไม่มีคำว่าสายเกินไป เรายังมีช่วงเวลาสุดท้ายให้ทำสิ่งที่เราทำได้เสมอ

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

Power and Progress – อำนาจของเทคโนโลยีต่อมนุษยชาติ [Book Review]

The Wedding People – งานแต่งสุดป่วน [Book Review]

เคียวไคชิ ผู้กล้าแห่งแดนประหาร [Book Review] 

×

Share

ผู้เขียน

Achara Deboonme Avatar