ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญและหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจอย่างแยกไม่ออก ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลในภูมิภาคได้อย่างไร?
คำตอบและมุมมองเชิงกลยุทธ์ทั้งหมดถูกรวบรวมไว้บนเวทีเสวนา “ความสำคัญของระบบนิเวศของอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ในประเทศไทย” ซึ่งจัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยเป็นการระดมสมองและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์จาก 5 ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองขับเคลื่อนระบบนิเวศ (Ecosystem) ดิจิทัลของประเทศ เพื่อสะท้อนภาพรวม บทบาทสำคัญ แนวทางการปรับตัว และอุปสรรคท้าทายที่ประเทศไทยต้องเร่งก้าวผ่านให้สำเร็จ
Microsoft: AI คือเครื่องมือเพิ่มศักยภาพ และหัวใจคือ AI Transformation
วสุพล ธารกกาญจน์ Chief Operating Officer, Microsoft (Thailand) วางตำแหน่งบริษัทเป็น Platform Provider ที่เน้นความสำคัญในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และโมเดล AI ที่หลากหลาย (เช่น GPT, Claude) โดยมองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือที่คล้ายกับ Excel ซึ่งความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “ทักษะ” (Skill) และ “การนำไปใช้งาน” (Adoption) ของผู้ใช้
Microsoft ได้นำเสนอแนวคิด “AI Transformation” ใน 4 มิติหลักเพื่อสร้างผลกระทบต่อธุรกิจ คือ
- Employee Experience: การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและ Productivity ของพนักงาน
- Customer Experience: การใช้ AI ยกระดับการบริการลูกค้า เช่น คอลเซ็นเตอร์ที่พูดได้หลายภาษาและทำงานได้ 24 ชั่วโมง
- Business Process Improvement: การสร้าง AI Agent เพื่อเข้ามาปรับปรุงกระบวนการทำงานเฉพาะด้าน เช่น การตลาด หรือการขาย
- Innovation and R&D: การลดต้นทุนและเวลาในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ
คุณวสุพลเน้นย้ำว่า AI จะไม่มาแทนที่คน แต่จะช่วยให้คนทำงานที่ตนเอง “ไม่ชอบ” หรือ “ไม่ถนัด” ได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น
Alibaba Cloud: ไทยคือยุทธศาสตร์ Data Center และข้อเสนอ ‘National AI Marketplace’
เอกราช กลิ่นบุบผา Channel Director ของ Alibaba Cloud ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็น AI Data Center Hub อย่างเต็มตัว เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาค CLMV และมีโครงข่ายเชื่อมต่อทั้งสองมหาสมุทร อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือประเทศไทยยังขาดความแข็งแกร่งในด้าน Application Layer หรือการสร้างซอฟต์แวร์และบริการ
ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจคือการสร้าง “National AI Marketplace” หรือ App Store แห่งชาติสำหรับ AI เพื่อเป็นแหล่งรวมโซลูชัน AI ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (คล้ายเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้และเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาชาวไทยมีที่ยืนในตลาด นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ใช้ Open Weight Model ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นการพัฒนา เพื่อลดต้นทุนและเร่งการเติบโตของนวัตกรรมไทย
Jaymart Group: สร้าง ‘AI Maturity’ โดยเริ่มจาก ‘คน’ ทุกเจนเนอเรชัน
ในฐานะ AI User รายใหญ่ที่มีฐานข้อมูลลูกค้ากว่า 7-8 ล้านราย ปัญญา ชุติสิริวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเป็นอันดับแรก เจมาร์ทได้จัดตั้ง AI Transformation Office และแต่งตั้ง AI Transformation Officer (AITO) ในบริษัทลูกกว่า 20 แห่งเพื่อวางรากฐานนโยบายและแนวทางการใช้ AI ทั่วทั้งเครือ
คุณปัญญามองว่า ต้องลดช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) และสร้าง “AI Caliber” ให้พนักงานทุกคนมีความสามารถเท่าเทียมกัน และได้ยกตัวอย่างพนักงานสายการตลาด (Gen X) ที่ไม่ใช่สายเทคนิค สามารถใช้ AI ช่วยเขียน JSON Code เพื่อสร้างฐานข้อมูลและแอปพลิเคชันได้เองหลังจากได้รับการอบรม ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง AI Maturity ในองค์กรเพื่อความอยู่รอดในอนาคต
ธนาคารยูโอบี: การเป็น Growth Partner และการใช้ AI ในภาคการเงินที่ปลอดภัย
บัลลังก์ ว่องธวัชชัย Head of Digital Engagement and FinTech Innovation ธนาคารยูโอบี อธิบายบทบาทของ UOB FinLab ในการเป็น Growth Partner ที่ช่วยให้ Startup และ SME เข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดต่างประเทศผ่านเครือข่ายธนาคารในสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม
ในด้านการใช้งานภายใน ธนาคารได้นำ Microsoft Copilot มาใช้เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล (Security) และช่วยให้ผู้จัดการสาขาวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละสาขาจากข้อมูล Confidential ได้อย่างรวดเร็ว
คุณบัลลังก์ยังฝากข้อคิดถึงภาคเอกชนว่า “อย่ากังวลเรื่องการเลียนแบบ (Copy and Adapt)” ให้กล้าที่จะทดลองใช้ AI ก่อนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเสนอให้รัฐบาลมีกองทุนสนับสนุน (Funding) ที่ชัดเจนเหมือนประเทศสิงคโปร์เพื่อจูงใจให้ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มต้นใช้งาน
NIA: หนุน Local Data และมาตรการภาษีเพื่อขับเคลื่อนสตาร์ตอัป
ปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มองว่า AI คือ New Engine of Growth โดยไทยควรเน้นการใช้ Local Data เพื่อสร้างความได้เปรียบในการพัฒนา AI เฉพาะด้าน เช่น การแพทย์หรือการเกษตร ซึ่ง AI ระดับโลกอาจไม่มีความแม่นยำเท่าข้อมูลในท้องถิ่น
NIA กำลังผลักดันนโยบายสำคัญเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศ ได้แก่
- มาตรการลดหย่อนภาษี 200% สำหรับการทำ AI Transformation ในองค์กร
- Incentive และเงินทุนสนับสนุน สำหรับ SME และ Startup,
- โมเดล “เหาฉลาม” ที่เชื่อมโยง Startup กับบริษัทรายใหญ่เพื่อให้เติบโตไปด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหญ่คือการขาดแคลนบุคลากร โดยปัจจุบันไทยผลิต AI Engineer ได้เพียง 300 คนต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ไทยยืนหนึ่ง ‘เมกกะแห่งเวลเนสโลก’ เจ้าภาพจัด GWS 2026 ปักหมุดภูเก็ต โกยสะพัด 300 ล้าน
ไปรษณีย์ไทย x ทิพยประกันภัย ลุยขายประกัน-ต่อภาษีรถ ผ่านที่ทำการทั่วไทย



