Share on
×

Share

AI การแพทย์ต้องไม่คิดเอง เมื่อทุกคำตอบ ต้องตรวจสอบได้

AI การแพทย์ต้องไม่คิดเอง เมื่อทุกคำตอบต้องตรวจสอบได้

เมื่อ Generative AI เข้ามาอยู่ในวงการแพทย์มากขึ้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า AI สามารถตอบคำถามได้เร็วหรือเก่งเพียงใด แต่อยู่ที่แพทย์รู้หรือไม่ว่าคำตอบนั้นมาจากไหน ข้อมูลที่ใช้ผ่านการตรวจสอบหรือไม่ และมีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะนำไปประกอบการตัดสินใจทางคลินิกหรือไม่

โจทย์นี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษในวงการแพทย์ เพราะคำตอบที่ฟังดูสมเหตุสมผลแต่ไม่มีหลักฐานรองรับ หรือการสร้างข้อมูลและแหล่งอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง อาจกระทบต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาคนไข้โดยตรง

Wolters Kluwer Health พัฒนา UpToDate Expert AI ด้วยแนวทางที่ไม่ปล่อยให้ Large Language Model (LLM) ใช้ความรู้ภายในตัวโมเดลสร้างคำตอบขึ้นมาเอง แต่ให้โมเดลทำหน้าที่ค้นหา สังเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลจากฐานความรู้ทางการแพทย์ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว แนวคิดนี้กำลังถูกนำมาใช้ในช่วงที่ประเทศไทยมีการเปิดรับเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกค่อนข้างเร็ว ปัจจุบันมีโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ในไทยมากกว่า 200 แห่งใช้งาน UpToDate และบริษัทได้เปิดให้โรงเรียนแพทย์มากกว่า 25 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลบางแห่ง เข้าถึง UpToDate Expert AI

UpToDate Expert AI ไม่ใช้ความรู้ใน LLM ตอบคำถาม

เชียล่า บอนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์คอนเทนต์ทางคลินิก ส่วนงานประสิทธิผลทางคลินิก บริษัทโวลเทอร์ส คลูเวอร์ เฮลท์ท
เชียล่า บอนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์คอนเทนต์ทางคลินิก ส่วนงานประสิทธิผลทางคลินิก บริษัทโวลเทอร์ส คลูเวอร์ เฮลท์ท

เชียล่า บอนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์คอนเทนต์ทางคลินิก ส่วนงานประสิทธิผลทางคลินิก บริษัทโวลเทอร์ส คลูเวอร์ เฮลท์ท กล่าวว่า บริษัทไม่ได้สร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ขึ้นมาเอง แต่สร้างระบบที่นำโมเดลมาใช้เพื่อค้นหาและสังเคราะห์ข้อมูล แล้วเรียบเรียงให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้ใช้เข้าใจได้

ระบบไม่ได้ใช้ความรู้ที่อยู่ภายใน LLM เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับตอบคำถาม ความรู้ที่นำมาใช้มาจาก UpToDate เป็นหลัก เท่ากับว่า LLM ทำหน้าที่จัดการและนำเสนอความรู้ มากกว่าจะเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ขึ้นมาเอง วิธีนี้ช่วยจำกัดความเสี่ยงจาก Hallucination ซึ่งเป็นปัญหาของ Generative AI และเปิดให้บริษัทสามารถเปลี่ยนโมเดลที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง หรือ Swap Models ได้เมื่อมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมกว่า โดยไม่ต้องผูกฐานความรู้ทางการแพทย์ไว้กับโมเดลใดโมเดลหนึ่ง

ความน่าเชื่อถือยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการย้อนกลับไปตรวจสอบที่มาของคำตอบ เชียล่า กล่าวว่า ผู้ใช้งานในสถาบันการแพทย์เริ่มสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่าง UpToDate Expert AI กับเครื่องมือ AI ทั่วไป โดยเฉพาะการมีแหล่งอ้างอิงที่มีอยู่จริง หรือ True Citations เพราะ AI บางระบบสามารถสร้างแหล่งอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาได้

“สำหรับแพทย์ การรู้ว่าคำตอบมาจากแหล่งใดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินข้อมูลก่อนนำไปใช้ ไม่ใช่เพียงคุณสมบัติประกอบของระบบ AI” คุณเชียล่า กล่าว

ไทยเปิดรับ AI การแพทย์เร็วเริ่มใช้ในโรงเรียนแพทย์

ประเทศไทยมีโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์มากกว่า 200 แห่งใช้งาน UpToDate อยู่แล้ว คริสเตียน เซลล่า รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคระหว่างประเทศ บริษัทโวลเทอร์ส คลูเวอร์ เฮลท์ กล่าวว่า บริษัทได้เปิดให้โรงเรียนแพทย์มากกว่า 25 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลบางแห่ง เข้าถึง UpToDate Expert AI และการใช้งานในช่วงแรกเป็นไปในทิศทางที่บริษัทประเมินว่าน่าพอใจ

เมื่อมองในระดับภูมิภาค คุณคริสเตียนกล่าวว่า หากไม่นับสิงคโปร์ ไทยเป็นประเทศในอาเซียนที่มีประวัติการเปิดรับเครื่องมือ Clinical Decision Support ค่อนข้างเร็ว ส่วนภาพรวมของเอเชีย บุคลากรทางการแพทย์มีความเข้าใจ AI สูงขึ้น คำถามที่เกิดขึ้นจึงเริ่มขยับจากการทำความรู้จักเทคโนโลยีไปสู่การนำ AI เข้าไปอยู่ใน Workflow ทางการแพทย์อย่างเหมาะสม

Wolters Kluwer Health เลือกเริ่มต้น UpToDate Expert AI ในโรงเรียนแพทย์ก่อนขยายการใช้งานในโรงพยาบาล เพราะทั้งสองพื้นที่มีเงื่อนไขด้านการกำกับดูแลต่างกัน คริสเตียน กล่าวว่า โรงพยาบาลมีกฎและคณะกรรมการ Governance ที่เข้มงวดกว่า เนื่องจากเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนไข้ที่กำลังได้รับการรักษา ส่วนโรงเรียนแพทย์เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ จึงเปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานและเก็บข้อมูลป้อนกลับได้มากกว่า

พื้นที่การศึกษายังตอบโจทย์การทำให้นักศึกษาแพทย์เรียนรู้การใช้ AI โดยไม่ลดทอนทักษะ Clinical Reasoning เป้าหมายของเครื่องมือจึงไม่ใช่ทำให้ผู้เรียนได้คำตอบง่ายขึ้น แต่ต้องช่วยให้รู้ว่าจะเลือกเครื่องมืออย่างไร ใช้ข้อมูลแบบใด และนำข้อมูลเหล่านั้นกลับเข้าสู่กระบวนการคิดทางคลินิกอย่างไร

AI ช่วยค้นข้อมูลแต่ไม่แทน Clinical Reasoning ของแพทย์

การเปลี่ยนแปลงวิธีค้นข้อมูลทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เมื่อ AI สามารถอ่าน ค้นหา และสังเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว แพทย์รุ่นใหม่จะยังต้องอ่านวารสารและแนวทางการรักษาในรูปแบบเดิมมากน้อยเพียงใด

คุณเชียล่า กล่าวถึงการทำงาน ณ จุดดูแลรักษา หรือ Point of Care ว่า แพทย์ทำงานภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาอยู่แล้ว ข้อมูลที่นำมาใช้จึงต้องผ่านการประมวลผลให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงและทำความเข้าใจได้ทันเวลา AI สามารถเข้ามาช่วยตรงนี้ แต่การเปลี่ยนวิธีเข้าถึงข้อมูลไม่ได้หมายความว่ากระบวนการเรียนรู้ของแพทย์จะหายไป

จากประสบการณ์ของเธอที่ Harvard Medical School แพทย์รุ่นใหม่อาจไม่ได้มีทักษะทุกอย่างเหมือนคนรุ่นก่อน แต่จะเกิดความสามารถใหม่จากการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี สิ่งที่ต้องรักษาไว้คือความรู้ ความมีวินัย และกระบวนการคิดที่เป็นพื้นฐานของการแพทย์

คุณคริสเตียน กล่าวถึงความเป็นจริงอีกข้อว่า นักศึกษาแพทย์ใช้ AI กันอยู่แล้ว และหลายคนอาจกำลังใช้เครื่องมือ AI ทั่วไป การพยายามกัน AI ออกจากการเรียนจึงไม่ใช่คำตอบ ภารกิจของวงการแพทย์ นักการศึกษา ห้องสมุดการแพทย์ และผู้ให้บริการข้อมูล คือช่วยให้ผู้เรียนรู้จักเลือกเครื่องมือที่เชื่อถือได้และใช้ AI โดยไม่ปล่อยให้ความสามารถในการคิดของตัวเองลดลง

AI การแพทย์กับโจทย์ลดความแตกต่างในการรักษา

เหตุผลที่การเข้าถึงข้อมูล มีความหมายมากกว่าความสะดวกในการค้นหา ย้อนกลับไปถึงเป้าหมายเดิมของ UpToDate ในการลด Variability of Care หรือความแตกต่างของการดูแลรักษาที่คนไข้ได้รับ

คุณคริสเตียน ยกคำว่า Postcode Lottery ที่ใช้ในสหราชอาณาจักรมาอธิบายภาวะที่ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ที่คนไข้อาศัยอยู่ สถานการณ์ของคนไข้ หรือแพทย์ที่มีโอกาสได้พบ เมื่อแพทย์ในแต่ละพื้นที่เข้าถึงองค์ความรู้ไม่เท่ากัน ความแตกต่างของข้อมูลก็สามารถกลายเป็นความแตกต่างของการดูแลรักษาได้

โจทย์จึงอยู่ที่การทำให้องค์ความรู้ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน เข้าถึงแพทย์ได้กว้างขึ้น ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือพื้นที่ห่างไกล สำหรับประเทศนอกสหรัฐอเมริกา ยังมีอุปสรรคจากภาษาและปริมาณเนื้อหาภาษาอังกฤษที่แพทย์ต้องอ่านและประมวลผล หาก AI สามารถช่วยนำเสนอข้อมูลในภาษาไทยหรือภาษาอื่นได้อย่างถูกต้อง การเข้าถึงองค์ความรู้ก็มีโอกาสทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

การนำข้อมูลมาใช้กับบริบทของประเทศไทย ยังมีรายละเอียดที่ต้องพัฒนาต่อ คุณเชียล่า กล่าวว่า Wolters Kluwer Health มีความเชี่ยวชาญในการประเมินข้อมูลสำหรับการใช้งาน ณ Point of Care แต่บริษัทไม่ได้รู้รายละเอียดทั้งหมดของทุกประเทศ จึงมองถึงการทำงานร่วมกับศูนย์การแพทย์และสถาบันวิชาการในแต่ละพื้นที่ เพื่อคัดเลือกข้อมูลและแนวทางเฉพาะของประเทศเข้ามาอยู่ในระบบอย่างเหมาะสม

Expert AI ยังอยู่ช่วงเริ่มต้นผลต่อการรักษาต้องพิสูจน์ต่อ

UpToDate Expert AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่ คุณเชียล่าเรียกว่า Pre-clinical era จึงเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า AI สามารถยกระดับผลลัพธ์การรักษาได้มากน้อยเพียงใดในภาพรวม ฐานข้อมูลของ UpToDate มีงานศึกษาที่ประเมินผลต่อการดูแลคนไข้มาแล้ว แต่สำหรับ Expert AI โดยเฉพาะ การประเมินผลยังอยู่ในระยะต้น

บริษัทเริ่มได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้ใช้งานแล้ว คุณเชียล่าเล่าว่า ผู้ใช้งานจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาแจ้งว่า UpToDate Expert AI ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็ว จนนำไปสู่การช่วยชีวิตคนไข้สองราย กรณีนี้เป็นข้อมูลจากผู้ใช้งาน ไม่ใช่ผลการศึกษาที่พิสูจน์ประสิทธิผลของ Expert AI ในวงกว้าง จึงยังไม่ควรถูกใช้เป็นข้อสรุปว่า AI สามารถสร้างผลลัพธ์เช่นเดียวกันได้ในทุกสถานการณ์

สิ่งที่เกิดขึ้นในกรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นบทบาทของความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล เมื่อแพทย์ต้องตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา AI ช่วยนำข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจได้เร็วขึ้น ส่วนการประเมินข้อมูลและตัดสินใจรักษายังคงเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์

ก้าวต่อไปเชื่อม AI กับ EHR เพื่อเข้าใจบริบทคนไข้

จากการค้นและสังเคราะห์องค์ความรู้ ทิศทางถัดไปคือการทำให้ AI เข้าใกล้ Workflow ของการรักษามากขึ้น ผ่านการเชื่อมกับ Patient Chart และ Electronic Health Record (EHR)

คุณคริสเตียน กล่าวว่า ความคาดหวังที่บริษัทได้ยินจากหลายประเทศคือการใช้ AI ช่วยดึงบริบทของคนไข้ในภาพที่กว้างขึ้น เมื่อแพทย์ตั้งคำถาม ระบบจะสามารถนำข้อมูลของคนไข้มาประกอบกับฐานความรู้ทางการแพทย์ เพื่อให้ข้อมูลสนับสนุนที่สอดคล้องกับบริบทของคนไข้แต่ละรายมากขึ้น ณ Point of Care

การพัฒนาไปถึงจุดนั้นทำให้โจทย์เรื่องความน่าเชื่อถือมีน้ำหนักมากกว่าเดิม เพราะ AI ไม่ได้ทำงานกับองค์ความรู้ทั่วไปเท่านั้น แต่กำลังเข้าใกล้ข้อมูลของคนไข้และกระบวนการรักษา ความถูกต้องของข้อมูล การกำกับดูแล และความปลอดภัยจึงต้องเดินไปพร้อมกับความสามารถของเทคโนโลยี

Wolters Kluwer Health จัดทีมมากกว่า 100 คน ทั้งวิศวกร บุคลากรด้านคลินิก และทีมผลิตภัณฑ์ เพื่อทำงานด้าน AI โดยเฉพาะ พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เช่น Microsoft และ Abridge รวมถึงเทคโนโลยี Ambient ที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกและประมวลผลข้อมูลจากการตรวจรักษา

คุณเชียล่า อธิบายบทบาทของ Wolters Kluwer ในระบบนิเวศนี้ในฐานะส่วนที่ดูแลองค์ความรู้ ใช้ความเชี่ยวชาญที่บริษัทมีอยู่กำกับว่าความรู้ใดควรถูกนำมาใช้ ส่วนการสร้างระบบ AI ทางการแพทย์ต้องอาศัยเทคโนโลยีและพันธมิตรหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน

ยิ่ง AI เข้าใกล้กระบวนการรักษามากเท่าไร การแข่งขันของ AI ทางการแพทย์ก็ยิ่งไม่ได้อยู่ที่ว่าโมเดลใดตอบเร็วหรือดูฉลาดที่สุดเพียงอย่างเดียว แพทย์ต้องรู้ว่าคำตอบมาจากไหน สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบหลักฐานได้ และเข้าใจว่าข้อมูลที่ได้รับควรถูกนำมาใช้กับคนไข้ตรงหน้าอย่างไร

เพราะปลายทางของ AI ทางการแพทย์ไม่ใช่การสร้างระบบที่คิดแทนแพทย์ แต่คือการทำให้ข้อมูลที่ถูกต้องไปถึงแพทย์ในเวลาที่ต้องใช้ โดยแพทย์ยังเป็นคนตั้งคำถาม ตรวจสอบ และตัดสินใจ

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

HMA 2026 ครบรอบ 25 ปี ชู AI ยกระดับสาธารณสุข แต่หัวใจยังอยู่ที่ ‘คน’

AI กับ Healthspan Economy สมการใหม่รับสังคมสูงวัย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar