Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

สวทช. เปิด 3 บริการใหม่ ต่อยอด FoodSERP หลังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 8,900 ล้านบาทในรอบ 2 ปี

สวทช. เปิด 3 บริการใหม่ ต่อยอด FoodSERP หลังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 8,900 ล้านบาทในรอบ 2 ปี

ตัวเลข 8,900 ล้านบาท คือมูลค่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจที่แพลตฟอร์ม FoodSERP ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สร้างขึ้นตลอดสองปีที่ผ่านมา ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยมากกว่า 1,000 ราย และส่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไปถึงมือผู้บริโภคกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ ตัวเลขนี้เองเป็นจุดตั้งต้นของการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ซึ่ง สวทช. ใช้เป็นหมุดหมายในการประกาศขยายบริการอีก 3 กลุ่มใหม่ ได้แก่ PxSERP ด้านโภชนาการแม่นยำและเมแทบอโลมิกส์ FlavorSERP ด้านนวัตกรรมกลิ่นรส และ PetSERP ด้านผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงมาตรฐานสูง ภายใต้แนวคิด “Wellness for All: Better Living for People and Pets”

เครื่องยนต์วิจัยที่พิสูจน์ตัวเองแล้ว

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะกรรมการบริหาร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า งานวิจัยคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ FoodSERP ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็น “เครื่องยนต์วิจัย” ที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนกระดาษ

“การผลักดันระบบนิเวศนวัตกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้ประกอบการว่าภาครัฐพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เพื่อการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องแล็บสู่ภาคธุรกิจ” ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร กล่าว

เบื้องหลังตัวเลขความสำเร็จนี้คือทรัพยากรบุคคลของไบโอเทค ซึ่งมีนักวิจัยระดับปริญญาเอกอยู่ราว 200 คน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตรอธิบายว่าจากจำนวน SME ทั่วประเทศประมาณ 200,000 ราย เกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ภายใต้นโยบายภาครัฐที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม หรือ Innovation-Driven Economy ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ขั้นสูงมายกระดับประเทศ อุตสาหกรรมอาหารจึงถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้เร็วที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะมีฐานผู้ประกอบการรองรับอยู่แล้วในทุกพื้นที่

ตลาดมูลค่า 1.6 ล้านล้านบาทที่รอการเจาะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ให้ภาพรวมของโอกาสทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่านั้น เธอกล่าวว่าเศรษฐกิจเวลเนสของไทยในปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าแตะระดับ 1 แสนล้านบาท รวมกันแล้วคือตลาดขนาดใหญ่ที่ผู้ประกอบการไทยยังเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้ไม่เต็มที่ นี่คือช่องว่างที่ FoodSERP เข้าไปทำหน้าที่เชื่อมต่อ

“การที่ FoodSERP เข้ามาทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับภาคธุรกิจ ถือเป็นการเดินมาถูกทางในการลดช่องว่างระหว่างนักวิจัยกับผู้ประกอบการ ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับ Frontier Research เพื่อชิงความได้เปรียบในตลาดที่มีมูลค่าสูงนี้ได้” ผศ. ดร.เชาวรีย์ กล่าว

3 บริการใหม่ ตอบโจทย์คนและสัตว์เลี้ยง

บริการแรกใน 3 บริการใหม่คือ PxSERP ซึ่งเน้นเรื่องโภชนาการแม่นยำและเมแทบอโลมิกส์ แนวคิดเบื้องหลังคือความเข้าใจว่าแต่ละคนมีความต้องการทางโภชนาการที่แตกต่างกัน จึงต้องพัฒนาอาหารเฉพาะบุคคลและอาหารเฉพาะโรค รวมถึงการศึกษาจุลินทรีย์ในลำไส้และผิวหนัง หรือไมโครไบโอม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการปรับสมดุลของร่างกาย บริการนี้ถูกออกแบบมารองรับสังคมสูงวัยที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ และในขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเชิงลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ

บริการที่ 2 คือ FlavorSERP ซึ่งโฟกัสที่นวัตกรรมกลิ่นรส จุดแข็งของไบโอเทคในด้านนี้คือความสามารถในการวิเคราะห์โปรไฟล์กลิ่นธรรมชาติได้ในระดับละเอียดมาก มากพอที่จะแยกแยะสายพันธุ์และระดับความสุกของมะม่วงได้จากกลิ่นเพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอาหารได้มากกว่าการแข่งขันด้วยราคา

บริการที่ 3 คือ PetSERP ซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงมาตรฐานสูง บริการนี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับแนวโน้มที่คนเมืองจำนวนมากเลี้ยงสุนัขและแมวเสมือนสมาชิกในครอบครัว หรือที่เรียกกันว่า Pet Humanization และยินดีจ่ายเงินดูแลสัตว์เลี้ยงในสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตรชี้ว่า หากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารสัตว์และอุปกรณ์จากต่างประเทศทั้งหมด จะส่งผลกระทบต่อดุลเศรษฐกิจ การดึงนักวิจัยเข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงมาตรฐานสูงภายในประเทศจึงเป็นทิศทางที่ควรผลักดัน

ตรงจุดนี้เองที่ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตรเล่าเรื่องส่วนตัวแทรกเข้ามาในการแถลงข่าว ที่บ้านของท่านเลี้ยงสุนัขหนึ่งตัวและแมวห้าตัว และมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์และเพิ่งเกษียณอายุ เดิมทีเพื่อนคนนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เลี้ยงแมวในบ้านใหม่ แต่ปัจจุบันกลับรับเลี้ยงแมวมาแล้วถึงสิบตัว เรื่องเล่านี้ถูกยกขึ้นมาเพื่อสะท้อนว่าแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในสังคมไทยไม่ใช่ปรากฏการณ์ไกลตัว แต่เกิดขึ้นแม้กระทั่งในครอบครัวของผู้บริหารระดับสูงในวงการวิทยาศาสตร์เอง

จากไอเดียของผู้ประกอบการ สู่ผลิตภัณฑ์บนชั้นวาง

คำถามที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการรายเล็กจะเข้าถึงงานวิจัยระดับสูงเหล่านี้ได้อย่างไร ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มบริการผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชัน หรือ FoodSERP สวทช. และรองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. อธิบายว่าหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ผ่านการสานพลังระหว่างงานวิจัย เทคโนโลยีนวัตกรรม และภาคธุรกิจ ให้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

ในทางปฏิบัติ FoodSERP ทำหน้าที่เป็น One-Stop Service ผู้ประกอบการที่มีไอเดียหรือโจทย์ปัญหาสามารถเข้ามาพูดคุยกับทีมวิจัยได้โดยตรง โดยไม่ต้องลงทุนวิจัยเองในระดับสูงหรือแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพัง ตั้งแต่ขั้นตอนการร่วมพัฒนาสูตร การวิเคราะห์ทดสอบ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้พร้อมออกสู่ตลาด ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือการพัฒนาสายพันธุ์โพรไบโอติกของไทยเอง ซึ่งปัจจุบันไทยยังต้องนำเข้าโพรไบโอติกจากต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน เป็นจำนวนมาก หากมีงานวิจัยรองรับสายพันธุ์ไทยและสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศได้ ก็จะช่วยลดการนำเข้าและเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารไทยได้อีกทางหนึ่ง

อีกตัวอย่างหนึ่งอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ซึ่งนำแนวคิดเศรษฐกิจ BCG มาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อย่างชานอ้อยและซังข้าวโพด มาวิจัยและพัฒนาเป็นทรายแมวที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ใช้ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ แนวทางนี้ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียนไปพร้อมกัน

ผลลัพธ์ของกลไกสนับสนุนเหล่านี้ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมในงานแถลงข่าว ซึ่งมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ SME กับ FoodSERP สวทช. โดยตรง เริ่มจาก MA-BEEDEE หรือ มา-บีดี นวัตกรรมอาหารทางการแพทย์ที่มีสารอาหารครบถ้วนทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ เหมาะสำหรับใช้เสริมหรือทดแทนมื้ออาหารในทุกช่วงวัย ถัดมาคือ PRO BILAC หรือ โพร บิ แลค ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกที่ใช้เทคโนโลยีขยายขนาดการผลิตเซลล์โพรไบโอติกจาก FoodSERP เพื่อช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมี Dr.Agei ซึ่งผสานสารสกัดชีวภาพ Green Rice Biome ที่เคยได้รับรางวัลจากมูลนิธิข้าวไทยฯ ร่วมกับ Zinc Bisglycinate ช่วยลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูสมดุลผิว และยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคผิวหนัง และปิดท้ายด้วย Bio Mousse และ Dentalwell Fresh Mouthwash ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นและน้ำยาบ้วนปาก ซึ่งเคยได้รับรางวัลเหรียญทองจากงาน IPITEx 2026 โดยใช้สารสกัดโพสต์ไบโอติก LactoCare-EX ช่วยลดการอักเสบและยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคผิวหนังและโรคในช่องปาก

ผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 รายการนี้คือคำตอบของคำถามที่ว่า งานวิจัยจากห้องแล็บจะกลายเป็นสินค้าที่จับต้องได้จริงหรือไม่ และเมื่อมองย้อนกลับไปที่ตัวเลขแปดพันเก้าร้อยล้านบาทในช่วงต้นเรื่อง คำตอบก็ปรากฏชัดอยู่แล้วบนชั้นวางสินค้าในงานแถลงข่าววันนั้น

สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือ เมื่อ FoodSERP ขยายขอบเขตบริการจากอาหารคนไปสู่อาหารและผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ผู้ประกอบการไทยจะสามารถแปลงโอกาสจากตลาดมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านล้านบาทนี้ ให้กลายเป็นสินค้าที่ยืนอยู่ได้ทั้งในประเทศและเวทีต่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด

ผู้สนใจแพลตฟอร์ม FoodSERP สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0 2564 6900 ต่อ 72732 อีเมล foodSERP@nstda.or.th เว็บไซต์ www.nstda.or.th/foodserp/ และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/FoodSERP

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

AIS Academy ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ เปิดงาน AIS ACADEMY For THAIs ปั้นคนไทยให้ ‘ใช้ AI เป็น’

กลุ่มสามารถ ปรับทัพรับอนาคต ดัน AI–พลังงานสะอาด สร้างรายได้ใหม่ ส่งต่อผู้นำรุ่นใหม่

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar