เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงอยู่ในภาวะ “ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง” (Uneven Recovery) แม้จะมีปัจจัยหนุนจากภาคการส่งออก การลงทุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ผลบวกยังไม่กระจายสู่กลุ่มฐานรากและผู้ประกอบการรายย่อยอย่างทั่วถึง เนื่องจากต้องเผชิญแรงกดดันจากภาระหนี้สินระดับสูง รายได้ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
สุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Financing) เปิดเผยว่า โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังคือ “การบริหารสภาพคล่อง” (Liquidity Management) ของภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอน
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีลูกจ้างสูงถึง 13.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้มีงานทำทั้งหมด สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแรงงานไปสู่การทำอาชีพอิสระ ขายของออนไลน์ และธุรกิจขนาดเล็กมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้มักมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ทำให้การบริหารกระแสเงินสดและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมีความสำคัญสูงขึ้น
ผลประกอบการของอีซี่มันนี่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มียอดสินเชื่อที่มีหลักประกันที่จำนำใหม่รวมราว 2.39 หมื่นล้านบาท เติบโต 32.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเดือนมกราคมมียอดจำนำใหม่โตสูงสุดถึง 163% สำหรับทรัพย์สินยอดนิยม 5 อันดับแรกที่นำมาเป็นหลักประกัน ได้แก่ 1) ทองคำรูปพรรณ 96.5% 2) เพชร พลอย อัญมณี 3) ทองคำแท่ง 99.99% 4) พระเลี่ยม พระทองคำ วัตถุมงคล และ 5) ทองเจือ นาก เงิน
ในส่วนของอัตราทรัพย์หลุดจำนำในครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 0.75% โดยมูลค่าและปริมาณทรัพย์หลุดลดลง 34% และ 39% ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้ต้องการขายขาดสินทรัพย์ แต่ใช้สถาบันการเงินทางเลือกเป็นเครื่องมือสร้างสภาพคล่องระยะสั้น และพร้อมไถ่ถอนคืนเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ส่งผลให้ Asset-Backed Financing ปรับบทบาทจากแหล่งเงินฉุกเฉินไปสู่เครื่องมือบริหารกระแสเงินสดเชิงรุก
สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง ประเมินว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและกระตุ้นการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางการค้า และหนี้ครัวเรือนยังเป็นความท้าทาย ทำให้ภาคประชาชนและผู้ประกอบการจะเน้นการรักษาสภาพคล่องมากกว่าการขยายการลงทุนระยะสั้น
คุณสุธี กล่าวสรุปว่า นอกเหนือจากกำลังซื้อแล้ว สภาพคล่องเป็นสิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการให้ความสำคัญสูงสุดเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในภาวะที่รายได้ยังผันผวน ซึ่งการเติบโตของกลุ่มลูกค้าคนเมืองหลังเปิดตัวแคมเปญ ‘ทางออก’ ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมองมูลค่าสินทรัพย์ในมุมมองใหม่ โดยเปลี่ยนทรัพย์สินเพื่อการครอบครองมาเป็นเครื่องมือสร้างสภาพคล่องโดยยังคงความเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ Asset-Backed Financing จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นสภาพคล่องที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส และยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนผ่านพ้นความผันผวนทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ไทยพาณิชย์ ผนึก 3 ร้านทองใหญ่ เปิดตัว ‘SCB Gold Marketplace’ เทรดทองด้วย USD ไร้ค่าธรรมเนียมผ่านแอป
GC ปรับพอร์ต 70:30 ลุย Green & Specialty – Bio Refinery พร้อมรับเกมปิโตรเคมีใหม่



