การบริหารเมืองด้านสิ่งแวดล้อมไม่สามารถอาศัยนโยบายเดียวเพื่อแก้ทุกปัญหา โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครที่ต้องรับมือพร้อมกันทั้งฝุ่น PM 2.5 น้ำเสีย ขยะ และการเข้าถึงพื้นที่สีเขียว ขณะที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่มขึ้น ทั้งฝนที่ตกหนักขึ้น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และความร้อนในเมือง
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิบายว่า กรุงเทพมหานครนำวิทยาศาสตร์และข้อมูลมาใช้ในการทำงาน โดยเริ่มจากการระบุปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล และหาวิธีแก้ให้ตรงกับโจทย์ แนวทางนี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่การวิเคราะห์แหล่งกำเนิด PM 2.5 ไปจนถึงการค้นหาพื้นที่ที่ประชาชนยังไม่สามารถเดินถึงสวนสาธารณะได้ภายใน 15 นาที
สำหรับรองผู้ว่าฯ กทม. เมืองที่ยั่งยืนคือเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่ใช้ทรัพยากรของคนรุ่นถัดไป หากคนในวันนี้มีชีวิตสะดวกสบาย แต่ดึงทรัพยากรป่าไม้มาใช้หรือปล่อยมลพิษทิ้งไว้ให้คนในอนาคต ก็ไม่ถือเป็นเมืองที่ยั่งยืน การดูแลเมืองจึงต้องมองทั้งปัจจุบันและอนาคตไปพร้อมกัน
ใช้ Data หาแหล่งกำเนิด PM 2.5 แก้ฝุ่นให้ตรงจุด
PM 2.5 เป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญของกรุงเทพฯ และไม่มีนโยบายเดียวที่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เพราะแหล่งกำเนิดฝุ่นมีทั้งรถยนต์ โรงงาน และการเผาชีวมวล การจัดการจึงต้องใช้วิทยาศาสตร์วิเคราะห์ก่อนว่าฝุ่นมาจากแหล่งใด แล้วจึงเข้าไปแก้ที่แหล่งกำเนิดนั้น
กรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์กรนานาชาติจัดทำ Super Station เพื่อวิเคราะห์แหล่งที่มาของฝุ่นแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถดูได้ว่าในช่วงเวลานั้นฝุ่นมาจากรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ หรือมาจากการเผาชีวมวลกี่เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลดังกล่าวยังช่วยให้เห็นว่า ในช่วงฤดูกาลและสภาพอากาศที่แตกต่างกัน แหล่งกำเนิดฝุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้สามารถเลือกวิธีแก้ปัญหาได้ตรงจุด
หากวันใดค่าฝุ่นสูงและเกี่ยวข้องกับการเผาชีวมวลที่พัดเข้าสู่กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานครสามารถติดตามกลับไปดูได้ว่ามีการเผาเกิดขึ้นในจังหวัด อำเภอ หรือตำบลใด จากนั้นจึงประสานขอความร่วมมือกับพื้นที่ต้นทางเพื่อลดการเผา ขณะเดียวกันยังใช้แบบจำลองเพื่อดูว่า หากเกิดการเผาในตำบลหนึ่ง ฝุ่นจะใช้เวลากี่วันจึงเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบก่อน
การประสานงานกับจังหวัดรอบกรุงเทพฯ จึงต้องเริ่มจากการทำข้อมูลให้ชัดเจนว่า ปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน ไม่ใช่กล่าวว่าทั้งจังหวัดเป็นต้นเหตุของการเผา รวมถึงใช้หลักวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริงประกอบการพูดคุย เมื่อขอความร่วมมือแล้ว กรุงเทพมหานครยังพยายามสนับสนุนพื้นที่ต้นทางด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น การประสานเครือข่ายภาคเอกชนเข้าไปช่วย หรือในกรณีที่เกิดการเผาและไม่สามารถดับไฟได้ ก็สามารถดำเนินการเพื่อสนับสนุนรถดับเพลิงจากกรุงเทพฯ ได้
สวน 15 นาที ใช้ข้อมูลหาพื้นที่ที่คนยังเข้าไม่ถึง
นอกจากการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว รองผู้ว่าฯ กทม.มองว่า เมืองต้องเพิ่มพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียวให้เพียงพอ และต้องเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกวัย แม้กรุงเทพฯ จะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินี สวนเบญจกิติ และสวนรถไฟ แต่การมีสวนขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกพื้นที่จะสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
คนที่อาศัยอยู่ในเมืองอาจเดินทางไปสวนเหล่านี้ได้สะดวก แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชานเมือง การเดินทางเข้ามาใช้สวนต้องใช้เวลา และยังเพิ่มการเดินทางบนท้องถนน กรุงเทพมหานครจึงพัฒนาแนวคิดสวน 15 นาที โดยต้องการให้ประชาชนไม่ว่าจะอาศัยอยู่บริเวณใดของกรุงเทพฯ สามารถเดินถึงสวนได้ภายใน 15 นาที หรือประมาณ 800 เมตร ไม่ว่าจะเป็นสวนขนาดเล็ก สวนหย่อมหน้าหมู่บ้าน หรือสวนขนาดใหญ่
การหาพื้นที่สำหรับเพิ่มสวนเริ่มจากข้อมูล กรุงเทพมหานครนำสวนที่มีอยู่มาวางตำแหน่งและกำหนดรัศมี 800 เมตรรอบสวนแต่ละแห่ง เพื่อดูว่าประชาชนบริเวณใดสามารถเดินถึงสวนภายใน 15 นาทีแล้ว และบริเวณใดยังอยู่นอกรัศมี เมื่อพบพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง จึงเข้าไปพิจารณาว่ามีพื้นที่ใดสามารถเพิ่มสวนได้ เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน พื้นที่ในวัด หรือพื้นที่ในชุมชน
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครเพิ่มสวนมากกว่า 500 แห่ง ทำให้พื้นที่อย่างบางกะปิ คลองสามวา และดอนเมืองมีสวนใกล้บ้านเพิ่มขึ้น แม้การเข้าถึงสวนภายใน 15 นาทีจะยังไม่ครอบคลุมประชาชนทั้งหมด แต่รองผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า สัดส่วนการเข้าถึงสวนของประชาชนเพิ่มขึ้นแล้ว
BKK Food Bank ลด Food Waste ช่วยกลุ่มเปราะบาง
ปัญหาสิ่งแวดล้อมกระทบประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีฐานะหรือกลุ่มเปราะบาง เพราะทุกคนต้องสูดอากาศเดียวกัน ขณะที่พื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะก็เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้โดยไม่มีค่าเข้า กรุงเทพมหานครจึงพยายามนำประเด็นสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางด้วย
หนึ่งในตัวอย่างคือ BKK Food Bank ซึ่งรวบรวมอาหารจากร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารที่จำหน่ายไม่หมดในแต่ละวัน เช่น เบเกอรี่และผัก อาหารเหล่านี้ยังสามารถรับประทานได้ แต่ร้านค้าอาจไม่สามารถจำหน่ายต่อได้ตามมาตรฐานของตน เช่น สินค้าที่เหลือเวลาอีกสามวันก่อนหมดอายุ กรุงเทพมหานครจึงเข้าไปรับและนำไปส่งต่อให้ชุมชนและกลุ่มเปราะบาง
แนวทางนี้ช่วยลด Food Waste ขณะเดียวกันผู้ที่ได้รับอาหารก็สามารถลดค่าใช้จ่ายในแต่ละมื้อได้ รองผู้ว่าฯ กทม.อธิบายว่า BKK Food Bank เป็นความพยายามสร้างสมดุลระหว่างการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมกับการช่วยเหลือคนและสังคม
–LINE MAN หนุนโครงการ BKK Food Bank จัดส่งอาหารสู่กลุ่มเปราะบางทั่วกรุงเทพฯ 50 เขต มูลค่า 1 ล้านบาท
อากาศน้ำขยะพื้นที่สีเขียวต้องจัดการไปพร้อมกัน
การดูแลสิ่งแวดล้อมของเมืองไม่ได้มีเฉพาะเรื่องฝุ่น เมื่อประชาชนออกจากบ้านและมีอากาศสะอาดแล้ว น้ำในคลองก็ควรสะอาด สามารถใช้สัญจรหรือออกกำลังกายริมคลองได้โดยไม่มีกลิ่นน้ำเสีย ขณะเดียวกัน เมืองต้องไม่มีขยะตกค้างและต้องส่งเสริมการคัดแยกขยะ เพราะปัญหาขยะเชื่อมโยงกับความสกปรกและปัญหาหนูในท่อระบายน้ำ
รองผู้ว่าฯ กทม.แบ่งการจัดการออกเป็นทั้งการลดปัญหาหรือด้านลบ และการเพิ่มด้านบวกของเมือง ด้านหนึ่งจึงต้องลดฝุ่น น้ำเสีย ขยะและความสกปรก ขณะที่อีกด้านต้องเพิ่มพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว ทั้งสวนสาธารณะ ต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม เพื่อทำให้เมืองมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ประชาชนมีพื้นที่ใช้งานและออกกำลังกาย รวมถึงช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอน
กรุงเทพฯเตรียมรับ Climate Change ซ้อนปัญหาเดิม
แม้กรุงเทพฯ ยังต้องแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมพื้นฐานอย่างขยะ น้ำเสีย และฝุ่น แต่รองผู้ว่าฯ กทม.มองว่า ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นควบคู่กับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนแล้ว
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงคือฝนที่ตกหนักและตกอยู่กับที่ ในอดีตกรุงเทพฯ อาจเผชิญฝนประมาณ 30-50 มิลลิเมตร แต่ปัจจุบันฝนระดับ 60 มิลลิเมตรจนถึง 100 มิลลิเมตรเริ่มเกิดขึ้นเป็นปกติมากขึ้น ขณะที่ระบบระบายน้ำและโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพฯ ไม่ได้รองรับฝนในระดับดังกล่าว
ปัญหาน้ำยังมีระดับน้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้น หากเกิดพร้อมกับฝนตกหนักและน้ำเหนือที่ไหลลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจัยเหล่านี้จะมาบรรจบกันและเพิ่มปัญหาน้ำท่วมให้กับเมือง
อีกเรื่องที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญคือ Urban Heat เพราะอุณหภูมิกำลังสูงขึ้น และความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับความร้อนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความชื้น หากอากาศทั้งร้อนและชื้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อ Heatstroke โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แม้คนไทยอาจคุ้นเคยกับความคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศร้อนอยู่แล้ว แต่รองผู้ว่าฯ กทม.มองว่าความร้อนเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากขึ้นสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน
กรุงเทพฯ ในอีก 5-10 ปีจึงต้องเผชิญทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นขยะ น้ำเสีย และฝุ่น พร้อมกับปัญหาที่เกิดจาก Climate Change กรุงเทพมหานครจึงต้องเตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับปัญหาทั้งสองส่วนไปพร้อมกัน
ธุรกิจ–ประชาชน ต้องร่วมขับเคลื่อนเมืองยั่งยืน
ในภาคธุรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม.มองว่า ESG เป็นการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม แม้แนวทางดังกล่าวจะแตกต่างจากการทำธุรกิจที่เคยมุ่งเรื่องกำไรเป็นหลักและไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทิศทางของโลกกำลังเปลี่ยน และเริ่มเห็นผู้บริโภคสีเขียว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เลือกบริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
หากฐานผู้บริโภคกลุ่มนี้ขยายตัว บริษัทที่เริ่มปรับตัวและดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมก่อนก็มีโอกาสได้เปรียบในอนาคต ภาคเอกชนจึงมีบทบาททั้งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนควบคู่กับภาครัฐ
ขณะเดียวกัน เมื่อกลับจากบทบาทในภาคธุรกิจ ทุกคนก็กลับมาอยู่ในฐานะประชาชน และหลายเรื่องสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเอง ตั้งแต่การแยกขยะที่บ้าน ซึ่งรองผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า หากทุกคนแยกขยะ ปริมาณขยะที่จะต้องส่งให้กรุงเทพมหานครจัดการจะลดลงเกือบครึ่ง ไปจนถึงการลดใช้รถยนต์ส่วนตัวและหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ หรือหากไม่สามารถลดการใช้รถได้ ก็ควรบำรุงรักษารถให้บ่อยขึ้นเพื่อลดมลพิษ
การดูแลกรุงเทพฯ จึงครอบคลุมตั้งแต่การใช้วิทยาศาสตร์และข้อมูลค้นหาต้นเหตุของปัญหา การทำงานร่วมกับพื้นที่อื่น การกระจายพื้นที่สีเขียว การลด Food Waste และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการเตรียมรับมือผลกระทบจาก Climate Change ในอนาคต ขณะที่ประชาชนเองก็สามารถมีส่วนร่วมผ่านสิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน เพราะเมื่อกรุงเทพฯ มีประชากรราวสิบล้านคน การลงมือทำเรื่องเล็ก ๆ พร้อมกันก็สามารถช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมของเมืองได้
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
แม็คโคร ผนึก กรมอุทยานแห่งชาติฯ ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังทานได้ (Food Waste) ต่อชีวิตสัตว์ป่า
จากเงินซื้อความโง่ สู่ธุรกิจรีไซเคิลร้อยล้านของ ‘พูนทองไฟเบอร์’



