OM SYSTEM เดินหน้าธุรกิจ Imaging ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ในตระกูล PEN ซึ่งนับเป็น PEN รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ OM SYSTEM หลังการรีแบรนด์ พร้อมประกาศทิศทางการตลาดที่ปรับจาก Traditional Product Launch สู่ Community First Growth โดยเลือกกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่จัดงาน Content Creator Summit และเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคผ่าน Creator Collaboration, Ambassador Program และการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริง
OM SYSTEM มองว่าแนวทางการตลาดของอุตสาหกรรมกล้องกำลังเปลี่ยนจากการสื่อสารที่เน้นคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้าง Authentic Storytelling และ Creator-led Content ที่ผู้บริโภคเชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงได้มากขึ้น ทิศทางการตลาดในระยะต่อไปจึงให้น้ำหนักกับ Real-world Product Experience, Community Engagement และ User-generated Content ควบคู่กับการลดการพึ่งพาการสื่อสารผ่าน Product Launch เพียงอย่างเดียว พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าการตลาดแบบ Social-first ควบคู่กับ Online Education เพื่อสร้าง Engagement กับผู้บริโภคโดยตรง และเพิ่มการทำงานร่วมกันระหว่างตลาดในเอเชียแปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนแคมเปญ Creator Partnership และกิจกรรมด้าน Community ให้นำแนวทางที่ใช้ได้ผลไปต่อยอดในแต่ละประเทศได้เร็วขึ้น
อีกยุทธศาสตร์ที่ OM SYSTEM ให้ความสำคัญคือการสร้าง Premium Brand Positioning ในตลาด Imaging โดยเฉพาะกลุ่ม Wildlife, Birding, Nature, Adventure, Travel และ Outdoor Photography ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่ต้องการให้ช่างภาพออกไปสร้างสรรค์ผลงานได้ในหลากหลายสถานการณ์จริง ทิศทางนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดกล้อง เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองกล้องเพียงในฐานะอุปกรณ์บันทึกภาพ แต่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการพกพา ประสบการณ์ใช้งาน และความสามารถในการนำภาพไปต่อยอดเป็นคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

วิวิก ฮันดู รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก OM SYSTEM Asia Pacific กล่าวว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายและโอกาสในการเติบโตสำหรับธุรกิจ Imaging สิ่งที่ OM SYSTEM ให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ที่รักการถ่ายภาพในแต่ละประเทศ พร้อมระบุว่าองค์กรกำลังพัฒนาบทบาทจากองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการขาย ไปสู่แบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับ Community ผ่านกิจกรรมถ่ายภาพ การร่วมงานกับครีเอเตอร์ Ambassador Program และประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ในสถานการณ์จริง
สำหรับการเลือกกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่จัด Content Creator Summit ครั้งนี้ เนื่องจากมีองค์ประกอบทั้ง Urban Landscape, Street Photography, Culture, Food, Architecture ตลอดจนพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสความหลากหลายของการถ่ายภาพผ่านกิจกรรม Hands-on และ Guided Content Creation ในสถานการณ์จริง
ย้อนรอยตระกูล PEN สู่กล้องรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ OM SYSTEM
นับตั้งแต่การเปิดตัวกล้องฟิล์ม PEN รุ่นแรกในปี 2502 กล้องตระกูล PEN ได้รับความนิยมจากผู้รักการถ่ายภาพอย่างต่อเนื่องด้วยการออกแบบที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และรองรับการถ่ายภาพได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การถ่ายภาพอย่างจริงจังไปจนถึงการบันทึกช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ต่อมาในปี 2505 มีการเปิดตัว Pen D ซึ่งเพิ่มระบบวัดแสง สปีดชัตเตอร์ที่เร็วขึ้น และการควบคุมที่ละเอียดขึ้น ตามด้วย Pen F ในปี 1963 ซึ่งเป็นกล้อง SLR แบบ Half-frame ตัวแรกของโลกที่เปลี่ยนเลนส์ได้ ก่อนที่ชื่อ PEN จะกลับมาอีกครั้งในยุคดิจิทัลด้วย Pen E-P1 บนระบบ Micro Four Thirds ในปี 2552 และ Pen F เวอร์ชันดิจิทัลในปี 2016 ปัจจุบันกล้องตระกูล PEN มียอดขายสะสมมากกว่า 8 ล้านตัว
OM SYSTEM PEN ยังคงสานต่อแนวคิดดังกล่าวในรูปแบบกล้องดิจิทัลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานระบบ Micro Four Thirds โดยผสานดีไซน์แบบกล้องเรนจ์ไฟน์เดอร์เข้ากับช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเพิ่มคุณสมบัติป้องกันฝุ่นและละอองน้ำระดับ IPX1 เป็นครั้งแรกในกล้องตระกูล PEN ตลอดจนฟังก์ชันสร้างสรรค์ภาพของ OM SYSTEM การเปิดตัว PEN รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ OM SYSTEM จึงเชื่อมโยงกับปรัชญาการพัฒนาระบบ Imaging ของแบรนด์ที่มุ่งลดข้อจำกัดระหว่างผู้ถ่ายภาพกับประสบการณ์ที่ต้องการบันทึก ผ่านผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความคล่องตัวในการใช้งานและการพกพา ควบคู่กับเทคโนโลยี Computational Photography และ AI-powered Imaging เพื่อรองรับผู้ใช้ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นถ่ายภาพไปจนถึงช่างภาพที่มีประสบการณ์
เจาะสเปก PEN รุ่นใหม่ กับ 3 จุดเน้นด้านดีไซน์และประสิทธิภาพ

OM SYSTEM PEN เป็นกล้องดิจิทัล PEN รุ่นที่ 2 ที่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ในตัว ช่วยให้จัดองค์ประกอบภาพกลางแจ้งได้ง่ายขึ้น ตัวกล้องมีน้ำหนักบอดี้ 337 กรัม และเมื่อรวมกับชุดเลนส์แล้วยังมีน้ำหนักไม่ถึง 500 กรัม โครงสร้างมีการเสริมวัสดุกันฝุ่นและละอองน้ำในจุดสำคัญตลอดตัวกล้อง ทำให้เป็นกล้องรุ่นแรกในตระกูล PEN ที่ได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX1
ด้านการควบคุมภาพ กล้องมีสวิตช์ Colour & Monochrome Profile Control อยู่ด้านหน้ากล้องเป็นครั้งแรกในซีรีส์ PEN สำหรับโหมดสีมีให้เลือก 4 โปรไฟล์ ได้แก่ Film Rich Colour, Film Vivid, Film Soft Tone และ Standard โดยสามารถปรับความอิ่มตัวของสีได้ 12 สี ในระดับความเข้ม 11 ระดับ ส่วนโหมดขาวดำมี 4 โปรไฟล์เช่นกัน ได้แก่ Film B&W, Film IR, Film Low Contrast และ Standard พร้อมปรับ Colour Filter Effect, Highlight & Shadow Control, Shading Effect, Film Grain Effect และ Tone Effect ได้ในตัวกล้อง โดยฟังก์ชันนี้ใช้งานร่วมกับการถ่ายวิดีโอได้เช่นกัน ยกเว้นโหมด S&Q
ด้านการถ่ายภาพคำนวณ กล้องมีปุ่ม CP (Computational Photography) เฉพาะสำหรับเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ด้วยการกดปุ่มค้างพร้อมหมุนแป้นควบคุม ได้แก่ Tripod High Res Shot, Handheld High Res Shot, Live ND ตั้งแต่ ND2 ถึง ND16, Focus Stacking, HDR1 และ HDR2 รวมถึง Multiple Exposure ส่วนด้านระบบโฟกัสมาพร้อม 121 จุดแบบ Cross-type บนเซนเซอร์ และเป็น PEN รุ่นแรกที่มีระบบ AI Subject Detection AF รองรับการตรวจจับคนและสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมว นอกจากนี้ยังมี Starry Sky AF ระบบกันสั่น 5 แกนที่ชดเชยได้สูงสุด 5.5 สต็อปที่กึ่งกลางเฟรมและ 4.5 สต็อปที่ขอบเฟรม เซนเซอร์ Live MOS ความละเอียด 20.37 ล้านพิกเซล ประมวลผลด้วยชิป TruePic IX
ในส่วนของวิดีโอ กล้องรองรับการถ่ายวิดีโอแนวตั้งที่ส่งไฟล์เข้าสมาร์ตโฟนได้ทันที มีสวิตช์สลับภาพนิ่งและวิดีโอ โหมด S&Q สำหรับถ่ายภาพช้าและเร็ว มีช่องเสียบไมโครโฟนขนาด 3.5mm และโปรไฟล์ภาพยนตร์ OM-Cinema1 กับ OM-Cinema2 สำหรับงานที่ต้องทำ Color Grading ต่อ พร้อมไฟบันทึกวิดีโอในตัว
แอรอน ฮาริเวล ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และการขาย OM Digital Solutions Corporation กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ OM SYSTEM คือการสร้างสมดุลระหว่าง Innovation และ Usability โดยรับฟังความคิดเห็นจากช่างภาพเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คล่องตัวและใช้งานได้จริงโดยไม่ละทิ้งคุณภาพของภาพ พร้อมระบุว่าเทคโนโลยีอย่าง Computational Photography และ AI กำลังเปิดความเป็นไปได้ใหม่ให้กับโลกของการถ่ายภาพ และจะมีบทบาทต่อการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้ในอนาคต
การใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน OI.Share เวอร์ชัน 1.5 ยังเพิ่มฟีเจอร์ Profile Library ที่อ่านค่าสี โทน และการตั้งค่าภาพจากรูปที่ถ่ายด้วย Colour/Monochrome Profile Control ซึ่งเก็บไว้ในสมาร์ตโฟน แล้วนำมาลงทะเบียนไว้ในช่องพรีเซ็ตของกล้องได้ โดยรองรับกับกล้อง OM SYSTEM PEN, OM-3 และ OM-3 ASTRO นอกจากนี้แอปยังใช้อัปเดตเฟิร์มแวร์และสำรอง-กู้คืนการตั้งค่ากล้องได้ โดยลงทะเบียนกล้อง OM SYSTEM ได้สูงสุด 10 ตัว
เลนส์คู่กายและราคาวางจำหน่ายในไทย
พร้อมกับตัวกล้อง OM SYSTEM ยังเปิดตัวเลนส์ซูมมาตรฐาน M.ZUIKO DIGITAL 14-42mm F3.5-5.6 III ซึ่งมีทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 28-84mm บนกล้องฟอร์แมต 35mm ประกอบด้วย 8 ชิ้นเลนส์ใน 7 กลุ่ม ให้อัตราขยายภาพสูงสุด 0.53 เท่า และโฟกัสใกล้สุดที่ 0.13 เมตรบริเวณมุมกว้าง ตัวเลนส์มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX1 และรองรับฟังก์ชัน Focus Stacking รวมถึงมีกลไกซูมแบบ Retractable ที่หดเก็บได้โดยไม่ต้องใช้สวิตช์แยก
สำหรับราคาและกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทย ตัวกล้อง OM SYSTEM PEN มีให้เลือก 2 สี คือ สีเงินและสีดำ ราคา 33,990 บาท ส่วนชุดคิตที่ประกอบด้วยตัวกล้องพร้อมเลนส์ M.ZUIKO DIGITAL 14-42mm F3.5-5.6 III สีดำ ราคา 38,990 บาท และเลนส์แยกจำหน่ายราคา 12,490 บาท โดยทั้งหมดมีกำหนดวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ก้าวต่อไปของ OM SYSTEM ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การเปิดตัว OM SYSTEM PEN ที่กรุงเทพฯ สะท้อนทิศทางของแบรนด์ในการเชื่อมโยง Product Innovation, Creator และ Community เข้าด้วยกัน โดยสำหรับ OM SYSTEM การเติบโตของ Creator Economy ทำให้บทบาทของแบรนด์ Imaging ต้องขยับจากการเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ของผู้บริโภค การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จึงถูกออกแบบควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ให้ครีเอเตอร์และช่างภาพได้ทดลองใช้งานจริง พร้อมสร้างผลงานจากสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่หลากหลาย
เมื่อกล้องตัวหนึ่งไม่ได้ถูกวัดคุณค่าแค่จากสเปกในกระดาษ แต่จากภาพที่มันช่วยให้ผู้ใช้บันทึกได้จริงในแต่ละวัน ทิศทางที่ OM SYSTEM วางไว้กับ PEN รุ่นนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องติดตามว่าจะขยายผลไปสู่ตลาดอื่นในภูมิภาคอย่างไรต่อไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
นีเวีย 100 ปีในไทย เดินหน้าขยาย 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ หลังกลุ่มความชุ่มชื้นโตสวนกระแสตลาด
เอกนัฏ เดินหน้า Energy Transition เปิดทางคนตัวเล็กเป็นเจ้าของพลังงาน



