Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ทรูดัน Quantum สู่การใช้งานทดสอบ Digital Twin กับโครงข่ายโทรคมนาคม

ทรูดัน Quantum สู่การใช้งานทดสอบ Digital Twin กับโครงข่ายโทรคมนาคม

เทคโนโลยีควอนตัมอาจยังไม่ใช่สิ่งที่องค์กรไทยต้องนำมาใช้ในวันพรุ่งนี้ แต่การเตรียมตัวไม่สามารถรอจนถึงวันที่เทคโนโลยีพร้อมใช้งานในวงกว้างแล้วจึงค่อยเริ่ม เพราะสิ่งที่ต้องสร้างไม่ได้มีเพียงระบบประมวลผล แต่รวมถึงคนที่เข้าใจเทคโนโลยี การเข้าถึงแพลตฟอร์ม โจทย์จากภาคอุตสาหกรรม และกระบวนการทดลองที่พิสูจน์ได้ว่าควอนตัมสร้างประโยชน์กับงานจริง

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่คำถามว่าประเทศไทยจะใช้ควอนตัมเมื่อใด แต่คือประเทศมีความพร้อมแค่ไหน เมื่อเทคโนโลยีเดินมาถึงจุดที่สามารถนำมาใช้ได้ แนวคิดนี้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อน Quantum Club Thailand ซึ่งตั้งเป้าสร้างบุคลากร โจทย์การใช้งาน ความสามารถด้านการวิจัย และระบบนิเวศ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านควอนตัมให้กับประเทศไทย

แนวทางที่เลือกจึงไม่ได้เริ่มจากการซื้อเครื่องควอนตัมมาติดตั้ง แต่เริ่มจากทำให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว สร้างคนที่สามารถใช้งานได้ และหาโจทย์ที่เหมาะกับความสามารถของควอนตัมก่อนนำไปทดลองกับอุตสาหกรรม ขณะนี้หนึ่งในโจทย์ที่เดินมาถึงขั้นทดลองแล้วคือการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมของทรู โดยจะใช้ Digital Twin จำลองโครงข่ายและประมวลผลจากข้อมูลจริง ก่อนขยายการทดสอบไปสู่พื้นที่ใหญ่ขึ้นและโครงข่ายจริง

เริ่ม Quantum จากแพลตฟอร์มไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่อง

อุปสรรคสำคัญของการเข้าถึงควอนตัมในอดีตอยู่ที่ฮาร์ดแวร์ หากต้องซื้อเครื่องมาติดตั้งเอง เงินลงทุนเริ่มต้นอาจอยู่ที่หลายร้อยล้านบาท ยังมีเงื่อนไขด้านสถานที่ติดตั้งจากน้ำหนักและความอ่อนไหวของอุปกรณ์ ทำให้การเริ่มจากการซื้อฮาร์ดแวร์มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่รู้ว่าโจทย์ใดเหมาะกับการใช้ควอนตัม

ทางเลือกที่ทำให้การทดลองง่ายขึ้นคือการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ควอนตัมผ่านแพลตฟอร์ม โดยทรูได้ร่วมมือกับ qBraid สตาร์ทอัปผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เปิดให้ผู้ใช้สมัครและเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ควอนตัมผ่านคลาวด์ ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องเป็นของตัวเอง การคิดค่าบริการเป็นไปตามการใช้งานจริงในรูปแบบโทเคน คล้ายกับการใช้บริการประมวลผลบนคลาวด์

แพลตฟอร์มที่ใช้อยู่สามารถเลือกเทคโนโลยีควอนตัมจากผู้ให้บริการประมาณ 30 ราย ทั้งจากจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น แต่ละรายมีความเหมาะสมกับงานและค่าใช้จ่ายต่างกัน ผู้ใช้จึงเลือกกำลังประมวลผลให้ตรงกับโจทย์ที่ต้องการทดลองได้ โดยไม่ต้องผูกตัวเองไว้กับฮาร์ดแวร์เพียงแบบเดียว

การเข้าถึงเทคโนโลยีในรูปแบบนี้ เปลี่ยนจุดเริ่มต้นของการพัฒนาควอนตัม จากเดิมที่ต้องคิดว่าจะลงทุนซื้อเครื่องอะไร มาเป็นการตั้งคำถามก่อนว่ามีปัญหาอะไรที่เหมาะกับควอนตัม เพราะไม่ใช่ทุกปัญหาจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีนี้ หากโจทย์สามารถแก้ด้วยระบบประมวลผลแบบเดิมได้อยู่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะนำควอนตัมเข้าไปใช้เพียงเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่

แนวทางที่วางไว้จึงให้แพลตฟอร์มและการใช้งานเดินนำหน้าฮาร์ดแวร์ เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญและเห็นประโยชน์จากการใช้งานก่อน เมื่อรู้แล้วว่าโจทย์แบบใดเหมาะกับควอนตัม จึงค่อยพิจารณาว่าฮาร์ดแวร์แบบใดควรพัฒนาต่อและสามารถขยายผลได้ การเริ่มจากฮาร์ดแวร์ทันทีมีความเสี่ยง เพราะฮาร์ดแวร์แต่ละประเภทไม่ได้ตอบโจทย์ทุกปัญหาเหมือนกัน

เลือกโครงข่ายโทรคมนาคมเป็น Use Case แรก

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกเลือกมาทดลองคือโทรคมนาคม เพราะการบริหารโครงข่ายมีตัวแปรจำนวนมากที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่คลื่นความถี่ จำนวนและตำแหน่งของสถานีฐาน ความหนาแน่นของผู้ใช้งาน การเคลื่อนที่ของผู้คน ไปจนถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ความต้องการใช้เครือข่ายเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและสถานการณ์ภัยพิบัติ

ความซับซ้อนอยู่ที่ตัวแปรเหล่านี้ไม่ได้เกิดแยกจากกัน การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่หนึ่งอาจทำให้ต้องปรับการจัดสรรทรัพยากรของโครงข่ายตามไปด้วย ขณะที่ระบบต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง การทดลองเทคโนโลยีใหม่จึงไม่สามารถทำโดยยอมให้เกิดความเสี่ยงต่อโครงข่ายที่ใช้งานอยู่

ปัจจุบันการบริหารโครงข่ายมีทั้งระบบที่ทำงานตามกฎที่กำหนดไว้และ AI Management อยู่แล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้ยังคงใช้งานต่อไป ส่วนที่กำลังเพิ่มเข้ามาคือ Quantum-Inspired Optimization เพื่อทดสอบว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโจทย์ที่มีตัวแปรจำนวนมากได้อย่างไร และผลที่ได้แตกต่างจากวิธีประมวลผลที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพียงใด

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น
เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายยังเชื่อมโยงกับการใช้พลังงาน เพราะหากระบบสามารถจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะกับความต้องการใช้งาน ลดทรัพยากรส่วนเกิน และยังรักษาคุณภาพบริการไว้ได้ การใช้พลังงานก็สามารถลดลงตามไปด้วย Quantum Club Thailand จึงวาง Telco Network Optimization และ Energy Optimization เป็นโครงการนำร่องในฝั่งอุตสาหกรรม

ทดสอบ Digital Twin ก่อนขยับสู่โครงข่ายจริง

โจทย์สำคัญของการนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ระบบโทรคมนาคมคือ จะทดลองอย่างไรโดยไม่กระทบกับบริการที่ใช้งานอยู่ วิธีที่เลือกจึงเป็นการสร้าง Digital Twin หรือแบบจำลองของโครงข่ายขึ้นมาก่อน แล้วนำข้อมูลจริงมาประมวลผลในสภาพแวดล้อมจำลอง เพื่อเปรียบเทียบผลของการใช้เทคโนโลยีควอนตัมกับวิธีประมวลผลที่ใช้อยู่

ต้นแบบแรกมีกำหนดเริ่มทดสอบวันที่ 10 ธันวาคม โดยการทดสอบแบ่งเป็น 3 ระดับ ขั้นแรกจะกำหนดพื้นที่หนึ่งขึ้นมาสร้างเป็น Digital Twin เพื่อดูผลจากการประมวลผล หากผลที่ได้มีความแน่นอนและเสถียร จึงขยายขนาดพื้นที่เป็น Bigger Twin ก่อนเข้าสู่ระดับที่ 3 ซึ่งเป็นการทดลองกับไซต์จริง ส่วนระยะเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละระดับยังไม่ได้กำหนดไว้ เพราะต้องดูผลจากการทดลองครั้งแรกก่อน

จุดสำคัญคือ แม้การทดลองขั้นแรกยังไม่ได้เกิดขึ้นบนโครงข่ายจริง แต่ไม่ได้ใช้ข้อมูลสมมติทั้งหมด ระบบจะนำข้อมูลจริงมาทำงานบนแบบจำลอง ทำให้สามารถดูผลลัพธ์ภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้กับการทำงานของโครงข่าย โดยยังไม่สร้างความเสี่ยงต่อระบบที่ให้บริการลูกค้าอยู่

หากผลจากพื้นที่แรกมีความเสถียร การขยาย Digital Twin ไปยังพื้นที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้เห็นว่าแนวทางเดียวกันยังทำงานได้หรือไม่เมื่อจำนวนสถานีฐาน ตัวแปร และความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ก่อนตัดสินใจนำไปทดลองกับไซต์จริง กระบวนการนี้จึงไม่ได้ตั้งต้นจากสมมติฐานว่าควอนตัมต้องดีกว่าเทคโนโลยีเดิม แต่ต้องพิสูจน์ผลทีละขั้นก่อนขยายการใช้งาน

เป้าหมายของโครงการคือทำให้กรณีใช้งานด้านโทรคมนาคมเป็นโจทย์อุตสาหกรรมที่สามารถแสดงประโยชน์จากควอนตัมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีตัวอย่างจากต่างประเทศที่นำเทคโนโลยีลักษณะนี้มาใช้กับโทรคมนาคมแล้ว ขณะที่ฝั่งไทยกำลังเริ่มจากต้นแบบเพื่อพิสูจน์ผลก่อน

3 กลไกสร้างคนสร้าง Use Case เชื่อมงานวิจัย

การมีแพลตฟอร์มให้ทดลองควอนตัมจะเกิดประโยชน์ได้ต่อเมื่อมีคนที่เข้าใจว่าจะใช้เทคโนโลยีกับปัญหาอะไร Quantum Club Thailand จึงวางการทำงานไว้ 3 ส่วนที่เชื่อมต่อกัน ได้แก่ Quantum Academy สำหรับสร้างคน Quantum Industry สำหรับนำโจทย์จากอุตสาหกรรมมาพัฒนาและทดลอง และ Quantum Lab สำหรับเชื่อมคน ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ

Quantum Academy มี Quantum Ready Thailand Certification เป็นเส้นทางพัฒนาความรู้ 4 ระดับ ได้แก่ Foundation, Practitioner, Specialist และ Architect โดยไม่ได้ตั้งเป้าให้ผู้เรียนเพียงรู้หลักการของควอนตัม แต่ต้องสามารถใช้เครื่องมือและนำความรู้ไปเชื่อมกับโจทย์อุตสาหกรรม ระดับ Specialist จะลงลึกตามสาขา เช่น การเงินและสาธารณสุข ส่วนการเรียนรู้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้ระบบประมวลผลควอนตัมจริงผ่านแพลตฟอร์ม ไม่ได้เรียนเฉพาะทฤษฎี

ฝั่ง Quantum Industry เริ่มจากโจทย์ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการแก้จริง แล้วพัฒนาเป็น Use Case ก่อนทำ Proof of Concept และ Pilot จากนั้นจึงวัดผลเทียบกับวิธีประมวลผลแบบเดิมหรือแบบผสม หากผลลัพธ์พิสูจน์ได้ว่าสร้างคุณค่า จึงค่อยต่อยอดและขยายการใช้งาน

ส่วน Quantum Lab ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาทำงานร่วมกัน จาก Open Circle ซึ่งเปิดให้แต่ละฝ่ายนำเสนอปัญหา โอกาส และข้อเสนอ จะพัฒนาไปสู่ Focus Circle และ Build Lab เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่พูดคุยกันให้กลายเป็นโจทย์ที่ชัดขึ้นและพัฒนาเป็นโครงการร่วมกัน

ทั้งสามส่วนจึงไม่ได้แยกออกจากกัน การสร้างคนต้องเชื่อมกับโจทย์จริงจากอุตสาหกรรม การทดลองกับอุตสาหกรรมทำให้เห็นว่าต้องการความรู้และทักษะแบบใด ขณะที่พื้นที่ความร่วมมือช่วยนำงานวิจัย เทคโนโลยี และความต้องการของภาคธุรกิจมาเจอกัน วงจรนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่การสร้างคน ค้นหาโจทย์ ทดลองกับอุตสาหกรรม จนถึงนำบทเรียนกลับมาพัฒนาคนและนวัตกรรมรุ่นต่อไป

Quantum Security ต้องเตรียมก่อนความเสี่ยงมาถึง

การเตรียมความพร้อมไม่ได้จำกัดอยู่ที่การหาวิธีใช้ควอนตัมเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล Quantum Club Thailand กำหนดเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่ Quantum Optimization, Quantum Simulation, Quantum AI และ Quantum Security ซึ่งรวมถึง Post-Quantum Cryptography หรือ PQC และความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์

เหตุผลที่ความปลอดภัยต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ มาจากความเสี่ยงที่ความสามารถในการประมวลผลของควอนตัมในอนาคตอาจกระทบกับระบบเข้ารหัสที่ใช้งานอยู่ การเตรียมระบบให้รองรับการเข้ารหัสที่ปลอดภัยในยุคควอนตัมจึงไม่ใช่งานที่ควรรอจนคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีความสามารถเพียงพอแล้วค่อยเริ่ม

ทรูมีแผนเริ่มทดสอบ Quantum Safe กับลูกค้าองค์กรบางราย โดยนำระบบและสินทรัพย์ด้านการเข้ารหัสมาทดลองเป็นโครงการนำร่อง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยก่อนที่ความเสี่ยงจากควอนตัมจะขยายตัว การทำงานด้านนี้จึงเดินคู่ไปกับการทดลองใช้ควอนตัมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

YouTube ย้ำเบอร์ 1 วิดีโอสตรีมมิงไทย เดินหน้า Full Funnel เชื่อมช้อปปิ้งครบวงจร

เรืองโรจน์ พูนผล ชี้ AI-Native ต้องเลิกปั๊ม Use Case สร้างผลลัพธ์ธุรกิจจริง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar