Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ส่อง 5 เมกะเทรนด์ พลิกโฉมเมืองสู่ Network City มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน

ส่อง 5 เมกะเทรนด์ พลิกโฉมเมืองสู่ Network City มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน

การเปลี่ยนแปลงของเมืองในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงการขยายตัวของอาคาร ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตและแนวคิดการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ในงาน “กรุงเทพจตุรทิศ : จตุรมหานคร Beyond the City” จัดโดย prop2morrow ได้นำเสนอ 5 เมกะเทรนด์ใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของเมือง ประกอบด้วย:

  1. TOD กำลังกลายเป็น “ศูนย์กลางเมือง” เมื่อระบบขนส่งมวลชนขยายตัว Transit-Oriented Development หรือ TOD ไม่ได้แค่ทำให้คนเดินทางเร็วขึ้น แต่กำลังเปลี่ยน “ทิศทางการเติบโตของเมือง” โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานีมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางใหม่ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย สำนักงาน ร้านค้า บริการ และพื้นที่สาธารณะ ทำให้ภาพรวมจากเมืองที่เคยมีศูนย์กลาง เริ่มขยายตัวสู่ “เมืองเครือข่าย” (Network City) ที่มีศูนย์กลางเศรษฐกิจและพื้นที่เติบโตใหม่หลายจุดด้วยโครงข่าย
  2. 15 Minute City “เมืองแห่งการเข้าถึง” ที่ผ่านมา เมืองจำนวนมากถูกออกแบบโดยมี “การเดินทาง” เป็นศูนย์กลาง ส่วนของการอยู่อาศัย โรงเรียน ที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อน ถูกจัดวางไว้แยกออกจากกัน ทำให้ผู้คนในเมืองเสียเวลาเป็นจำนวนมากไปกับการเดินทางระหว่างจุดต่าง ๆ แนวคิด 15-Minute City จะทำให้การใช้เวลาของผู้คนในเมืองสั้นลง แต่เพิ่มคุณภาพชีวิตที่มากขึ้น ด้วยการออกแบบให้ร้านค้า โรงเรียน พื้นที่ทำงาน พื้นที่สีเขียว บริการสุขภาพ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันอยู่ใกล้กัน เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางให้ลดลง
  3. Healthy City “เมืองอยู่แล้วดี” แนวคิด Healthy City กำลังมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อเมืองที่น่าอยู่ในอนาคตอาจไม่ใช่เมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด แต่คือเมืองที่ ทำให้การมีสุขภาพดีเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุดในชีวิตประจำวัน เช่น การมีสวนสาธารณะ ทางเดินเท้า พื้นที่สีเขียว คุณภาพอากาศ ความปลอดภัย บริการพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่กิจกรรมทางสังคม
  4. Climate Resilience & ESG จุดเปลี่ยนสู่เมืองที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงที่กำลังหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือสภาพภูมิอากาศ เมื่อเมืองต้องเผชิญกับความร้อน น้ำท่วม เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง การออกแบบเมืองจึงไม่สามารถมองเฉพาะ “วันนี้” ได้อีกต่อไป Climate Resilience จึงเป็นความยืดหยุ่นของเมืองที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่แค่ป้องกันความเสี่ยง แต่สามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า พร้อมเตรียมแผนรับมือ และปรับตัวเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
  5. Hybrid Work เมื่อ “ที่ทำงาน” ไม่ได้อยู่ที่เดียวอีกต่อไป หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนของเมืองยุคใหม่ คือการเปลี่ยนความหมายของคำว่า “ที่ทำงาน” เมื่อเทคโนโลยีทำให้ผู้คนสามารถทำงานได้จากหลากหลายสถานที่ ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง บ้าน ที่ทำงาน และ เมือง แทบจะแยกกันไม่ออก สำหรับหลายๆ คน บ้านอาจเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ทำงาน คาเฟ่กลายเป็นพื้นที่ทำงานชั่วคราว และ Co-working Space ที่เป็นพื้นที่สำนักงานรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบไม่ใช่เฉพาะกับตลาดสำนักงานเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดที่อยู่อาศัยที่ต้องรับตัวให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนไป ดังนั้น เมืองในอนาคต ต้องรองรับชีวิตของผู้คนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ด้านเวลา พื้นที่ และรูปแบบการใช้ชีวิต

พลิกมุมมองรับการเปลี่ยนแปลงของเมือง

สิทธิพล กุสุมอรัญญา รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร
สิทธิพล กุสุมอรัญญา รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนำไปสู่วิธีคิดใหม่ของทุกภาคส่วน โดย สิทธิพล กุสุมอรัญญา รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ระบุว่า การจัดผังเมืองใหม่จะพิจารณามากกว่าสีของที่ดิน โดยนำปัจจัยเรื่อง FAR OSR ระบบคมนาคม พื้นที่โล่ง สาธารณูปโภค และผังน้ำ มาร่วมกำหนดศักยภาพที่ดิน

ด้าน ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ชี้ว่า เมืองกำลังเติบโตเป็น Network City โดยมีศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่หลายจุด เช่น พระราม 9–รัชดา (New CBD), บางนา–สุวรรณภูมิ (Eastern Business District) รวมถึงพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าและชานเมือง

ขณะที่ อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการลงทุน โครงการ วัน แบงค็อก มองว่า การพัฒนาเมืองแบบ Beyond the City ต้องปรับจากการสร้างเพื่อขายไปสู่การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่รองรับกิจกรรมและการใช้ชีวิต โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้บริโภค

พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค

การขยายตัวของเมืองส่งผลให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนปัจจัยการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย โดยไม่ได้พิจารณาเฉพาะขนาดพื้นที่ แต่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบอื่น เช่น รูปแบบ Pet Friendly รวมถึงทางเลือกด้านนวัตกรรมทางการเงิน (Flexible Ownership) ทั้งการเช่าระยะยาว (Leasehold) และ Rent to Own

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังใช้เวลารวบรวมข้อมูลผ่าน Virtual Tour และโซเชียลมีเดียอย่างละเอียดล่วงหน้า ให้ความสำคัญกับค่าส่วนกลางระยะยาวและความคุ้มค่า (Yield) มากกว่าโปรโมชันระยะสั้น ตลอดจนต้องการพื้นที่ที่รองรับ Work from Anywhere และ Smart Living เพื่อการใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่นและเติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Water Heroes ถอดบทเรียน 4 ชุมชน จัดการน้ำจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

Water Smart Community เปลี่ยนจากรับมือน้ำท่วม สู่ป้องกันก่อนเกิดภัย

กรุงเทพฯ บริหารเมืองด้วย Data จาก PM 2.5 ถึง Climate Change

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar