Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

MICE ไทยขายมากกว่าสถานที่ เมื่อ Creator ช่วยสร้างเหตุผลให้คนเดินทางมา

MICE ไทยขายมากกว่าสถานที่ เมื่อ Creator ช่วยสร้างเหตุผลให้คนเดินทางมา

การดึงงานประชุม นิทรรศการ และอีเวนต์ระดับนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศไทย ไม่ได้มีเพียงเรื่องสถานที่จัดงาน เพราะผู้เดินทางกลุ่ม MICE ในวันนี้ไม่ได้ต้องการใช้เวลาอยู่เพียงในห้องประชุม แต่ยังมองหาประสบการณ์จากการเดินทาง ขณะที่การประชุมออนไลน์และ Hybrid Event กลายเป็นทางเลือก การทำให้คนตัดสินใจเดินทางมาร่วมงานด้วยตัวเองจึงต้องมีเหตุผลมากกว่าการมาประชุมเพียงอย่างเดียว

ตรงนี้ทำให้การเล่าเรื่องเข้ามามีบทบาท ตั้งแต่การทำให้คนเห็นประสบการณ์ที่จะได้รับจากการเดินทาง ไปจนถึงศักยภาพของเมือง บุคลากร และการบริหารจัดการงาน Content Creator จึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการนำเรื่องราวเหล่านี้ไปสู่ผู้คน และช่วยให้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบงานมากกว่าสิ่งที่อยู่ภายในสถานที่จัดงาน

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB มองว่า MICE ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะ Content Creator และ Influencer ต่างมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานเปิดตัว งานแสดงสินค้า งานประชุม หรือสถานที่จัดงานอยู่แล้ว จึงสามารถนำความถนัดในแต่ละด้านเข้ามาเชื่อมกับอุตสาหกรรม MICE และมองเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้

MICE ต้องสร้างเหตุผลให้คนเดินทางมาไทย

ดร.ศุภวรรณ อธิบายว่า กลุ่ม MICE มีการใช้จ่ายต่อการเดินทางค่อนข้างสูง จากสถิติที่กล่าวถึงบนเวที ผู้เดินทางจากยุโรปมีการใช้จ่ายประมาณ 150,000 บาท ไปจนถึง 200,000-300,000 บาทต่อคนต่อทริป ส่วนเอเชียและอาเซียน หากเป็นกลุ่ม MICE อยู่ที่ประมาณ 80,000 กว่าบาทถึง 150,000 บาทต่อคนต่อทริป

สำหรับผู้เดินทางกลุ่มนี้ เวลาเป็นเรื่องสำคัญ โจทย์จึงอยู่ที่เจ้าของงาน สถานที่จัดงาน และเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางว่าจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เดินทางได้อย่างไร และจะใช้ข้อมูลกับการเล่าเรื่องทำให้คนเห็นคุณค่าของประสบการณ์ที่จะได้รับจากการเดินทางมาร่วมงานในประเทศไทยได้อย่างไร

Content MICE ขายประสบการณ์ ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง

จักรพันธ์ วงศ์คณิต หรือ บอส Content Creator เจ้าของช่อง Sneak Out หนีเที่ยว ผู้เริ่มต้นจากการทำคอนเทนต์ท่องเที่ยว ก่อนขยายไปสู่ไลฟ์สไตล์และอีเวนต์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มองว่า คอนเทนต์ท่องเที่ยวกับ MICE มีจุดร่วมตรงที่ต้องทำให้คนอยากออกเดินทาง แต่ต่างกันตรงสิ่งที่นำเสนอ คอนเทนต์ท่องเที่ยวอาจขาย Destination ว่าสถานที่นั้นสวย อาหารอร่อย และน่าไป ขณะที่คอนเทนต์ MICE ต้องขายประสบการณ์ (Experience) และเหตุผลว่าทำไมคนจึงควรไปอยู่ในสถานที่นั้น ณ ช่วงเวลานั้น เพราะอีเวนต์มีเวลาจำกัดและไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา

ตัวอย่างที่จักรพันธ์ยกขึ้นมา คือ งานมหาสงกรานต์ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีรายละเอียดและกิจกรรมจำนวนมาก โจทย์ของครีเอเตอร์คือจะเลือกอะไรมาเล่าเพื่อดึงความสนใจของผู้ชมในเวลาเพียง 15 วินาที เขาเลือกใช้ภาพโดรนที่ทำให้เห็นเวที ผู้คน พระบรมมหาราชวัง และการแสดงโดรน 1,200 ลำเหนือท้องสนามหลวง เพื่อให้เห็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวันและเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมางานนี้

การเล่าเรื่อง MICE ยังสามารถพาไปไกลกว่าภาพของงาน โดยลงไปถึงเบื้องหลังการจัดงาน ตั้งแต่การเตรียมโดรน 1,200 ลำ การจัดวางและชาร์จแบตเตอรี่ การควบคุมสัญญาณก่อนการแสดง ไปจนถึงร้านอาหารจากชุมชน งานหัตถกรรมจากภูมิภาคต่าง ๆ รวมถึงการจัดการสิ่งแวดล้อม ทั้งการแยกพลาสติกและกระป๋องเพื่อนำไปรีไซเคิล การนำเศษอาหารไปทำปุ๋ย การวัด Carbon Footprint และการซื้อ Carbon Credit เพื่อทำให้งานเป็น Carbon Neutral

รายละเอียดเหล่านี้ทำให้การเล่าเรื่องไม่ได้หยุดอยู่ที่ความน่าสนใจของอีเวนต์ แต่สามารถทำให้ผู้ชมต่างชาติเห็นความสามารถของบุคลากรไทย การบริหารจัดการ และศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับการจัดงาน MICE ในประเทศไทย

MICE ต้องสร้างผลต่อหลังงานจบ

มิติของ MICE จึงไม่ได้วัดเพียงว่างานจัดสำเร็จหรือมีคนเข้าร่วมมากน้อยเพียงใด ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันทั้งงานนานาชาติและงานในประเทศให้ความสำคัญกับ Impact และ Legacy มากขึ้น โดยมองต่อไปว่างานหนึ่งงานสร้างผลอะไรหลังจากผู้คนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันมารวมตัวกัน

ตัวอย่างคือ Gastech ซึ่งนำผู้บริหารระดับ CEO ด้านพลังงานและรัฐมนตรีจาก 15 ประเทศมาร่วมงาน พร้อมการพูดคุยเรื่อง Bangkok Dialogue และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาค ขณะที่งานด้านบรรณารักษ์ระดับโลก ผู้เข้าร่วมงานนำหนังสือติดตัวมาเพื่อมอบให้ห้องสมุดและโรงเรียนต่าง ๆ ตัวอย่างเหล่านี้ทำให้เห็นว่าเรื่องราวของ MICE ไม่ได้มีเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในงาน แต่ยังรวมถึงผลที่เกิดขึ้นจากการจัดงานด้วย

สำหรับประเทศไทย ดร.ศุภวรรณมองว่า การนำเสนอ Destination ต้องทำให้เห็นทั้งความสะดวกในการเดินทางและการเข้าถึง สถานที่พัก ประสบการณ์ที่มีความหมาย ตลอดจน Impact ที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ขยะ และพื้นที่จัดงาน โดย TCEB มีโครงการอวดเมือง ที่เปิดให้ Content Creator เข้าไปค้นหาและนำเสนอเมืองที่มีความพร้อมเป็นเจ้าภาพ ทั้งสถานที่จัดงาน สิ่งอำนวยความสะดวก และประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว

เรื่องที่สามารถนำมาเล่าไม่ได้มีเพียงเมืองและสถานที่ แต่ยังรวมถึงคนและความเป็นมืออาชีพของบุคลากรไทย ตลอดจนการค้า การลงทุน การสร้างเครือข่าย และองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากงาน ซึ่งเป็นมิติที่ทำให้ MICE แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป และเปิดพื้นที่ให้ Content Creator นำไปสร้างเนื้อหาได้หลากหลายขึ้น

หลัก 3U เล่าเรื่องไทยให้ต่างชาติอยากมา

เมื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ จักรพันธ์เสนอหลัก 3U ได้แก่ Universal, Unique และ Useful โดยต้องดูก่อนว่ากำลังสื่อสารกับใคร เพราะผู้รับสารอาจเป็นนักท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมงาน หรือองค์กรที่กำลังพิจารณาพาพนักงานเดินทางมาประเทศไทย

  • Universal คือเรื่องที่เล่านั้นเกี่ยวข้องกับผู้ชมอย่างไร หากเป็นงานประชุม การบอกเพียงว่าหอประชุมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกดีอย่างไรอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องทำให้เห็น Human Experience หรือประสบการณ์อื่นที่ผู้เดินทางจะได้รับนอกเหนือจากการประชุม
  • Unique คือเหตุผลว่า “ทำไมต้องประเทศไทย” จักรพันธ์ยกตัวอย่างการเดินทางมาประชุมที่ภูเก็ต ซึ่งสามารถเชื่อมต่อจากห้องประชุมไปสู่การดูพระอาทิตย์ตก เดินย่านเมืองเก่า ก่อนเดินทางต่อไปพังงาเพื่อพายเรือคายัค เรียนรู้วิถีชุมชน ระบบนิเวศและความยั่งยืน ทำให้การเดินทางเพื่อธุรกิจเชื่อมต่อกับประสบการณ์ของพื้นที่ได้มากขึ้น
  • Useful คือสิ่งที่ผู้เดินทางจะได้รับกลับไป นอกจากโอกาสทางธุรกิจ การพบพันธมิตรหรือการปิดดีล ยังมีความทรงจำและ Well-being จากการเดินทาง ส่วนในมุมขององค์กร ตัวอย่างเส้นทางเหล่านี้ยังทำให้เห็นว่าการเดินทางมาประเทศไทยสามารถออกแบบให้เชื่อมการประชุมเข้ากับชุมชน ความยั่งยืน กีฬา ธรรมชาติ และ Wellness ได้อย่างไร

Cloud 11 สร้างระบบนิเวศให้ Creator เติบโต

ในมุมของพื้นที่ พอล สิริสันต์ Chief Executive Officer, Cloud 11 มองว่า การสร้างระบบนิเวศสำหรับ Creator ต้องเชื่อมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การมีเครื่องมือและพื้นที่สำหรับผลิตคอนเทนต์ ไปจนถึงพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมและเชื่อมต่อกับ Community ซึ่งจะช่วยให้ Creator พัฒนาคุณภาพงานและต่อยอดสิ่งที่ทำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจได้

Cloud 11 ถูกสร้างขึ้นเพื่อ Creator และ Creative Economy บนพื้นที่ประมาณ 250,000 ตารางเมตร โดยพอลอธิบายแนวคิดของโครงการว่าเป็นการมองในลักษณะของการสร้างเมือง ทำให้พื้นที่ต่าง ๆ มีแรงบันดาลใจ มีจุดน่าสนใจ และมีกิจกรรมที่ตอบความสนใจของคนหลายกลุ่ม เพื่อให้คนเหล่านี้เข้ามาอยู่ร่วมกัน

แม้โลกออนไลน์จะช่วยให้ Creator เข้าถึงฐานผู้ติดตาม แต่พอลมองว่า หากไม่มีการเชื่อมต่อกันในพื้นที่จริงหรือ Physical Connection และ Human Connectivity ก็ยากที่จะเกิด Ecosystem และ Economy สำหรับ Creator แนวทางของ Cloud 11 จึงเป็นการทำงานร่วมกับ Creator ที่มีไอเดียและมี Community เพื่อสนับสนุนให้เกิดกิจกรรม การรวมตัวของแฟน และเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจาก Community เหล่านั้น

ในส่วนของต้นน้ำ พอลมองว่าการเป็น Creator วันนี้ต้องใช้ทักษะมากกว่าการเปิดกล้องและพูด ตั้งแต่การตัดต่อ การใช้เสียง การใช้ AI Tools ไปจนถึงการกระจายคอนเทนต์ จึงต้องมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ ขณะที่กลางน้ำคือด้าน Production ซึ่งต้องมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ช่วยยกระดับคุณภาพของคอนเทนต์ โดย Cloud 11 มีพื้นที่ถ่ายทำมากกว่า 10,000 ตารางเมตร รองรับตั้งแต่ Live Commerce ไปจนถึงการถ่ายทำภาพยนตร์

ส่วนปลายน้ำคือการมีพื้นที่ให้ Creator นำสิ่งที่สร้างขึ้นออกมาเชื่อมต่อกับผู้คน ตั้งแต่พื้นที่รองรับประมาณ 200 คน ไปจนถึง 3,000 และ 6,000 คน เมื่อการเรียนรู้ การผลิต และพื้นที่สำหรับนำผลงานออกไปพบผู้ชมเชื่อมต่อกัน พอลมองว่าระบบนิเวศลักษณะนี้จะช่วยให้ Creator แข็งแรงขึ้น พัฒนาคุณภาพคอนเทนต์ และเพิ่มศักยภาพของคอนเทนต์ไทยในการแข่งขันกับต่างประเทศ

Creator กับโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรม MICE

ดร.ศุภวรรณมองว่า Storytelling มีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและอุตสาหกรรมบริการ ขณะที่ MICE เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมหลากหลาย ตั้งแต่ Medical ที่ขยับไปสู่ Wellness และ Longevity อาหารและเกษตรที่เชื่อมไปสู่ Future Food ยานยนต์ที่เข้าสู่ EV พลังงานทางเลือก ตลอดจน Fashion และ Creative Economy

ความหลากหลายของอุตสาหกรรมเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้ Content Creator ที่มีความถนัดแตกต่างกันเข้ามาเล่าเรื่อง MICE ผ่านมุมที่ตัวเองสนใจ ทั้งเมืองที่เป็นเจ้าภาพ งานที่เกิดขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรม ผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง ตลอดจนประสบการณ์และผลที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน

หากประเทศไทยต้องการก้าวไปสู่ Global MICE Destination การมีสถานที่และความพร้อมในการจัดงานจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันคือการทำให้คนมองเห็นว่า การเดินทางมาประชุม จัดงาน หรือร่วมงานในประเทศไทยจะได้รับประสบการณ์อะไร และเหตุใดประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ควรเลือก

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สุวิตา Tellscore ชี้ AI เปลี่ยน Creator Economy จาก Followers สู่ Trust–Data Signals

ตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ 5 หมื่นล้าน โอกาส Creator ไทยสร้าง IP สู่ธุรกิจ

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar