การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในประเทศกำลังพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มผลิตภาพในภาคธุรกิจ แต่ยังขยายไปสู่บริการสาธารณสุขและการศึกษา โดยอินเดียมีการใช้ AI วิเคราะห์เสียงไอเพื่อช่วยคัดกรองวัณโรค ประเมินน้ำหนักทารกแรกเกิด และตรวจความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นจากโรคเบาหวาน ขณะที่เอลซัลวาดอร์นำ Grok มาใช้สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน โดยมีการขยายโครงการไปยัง 40 โรงเรียน ทั้งสองกรณีแสดงให้เห็นการนำ AI ไปช่วยงานของบุคลากรในระบบบริการสาธารณะ พร้อมกับความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับข้อมูลท้องถิ่นและการทำงานของเจ้าหน้าที่

กรณีการใช้งานดังกล่าวได้รับการนำเสนอใน การประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้หัวข้อ Small AI, Bigger and Better Jobs โดย Shalina Wadhwani ผู้อำนวยการ Wadhwani AI US และ Kathleen Reen ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Global Affairs and Market Development ของ SpaceXAI ซึ่งนำเสนอการใช้ AI ในระบบสาธารณสุขของอินเดียและการศึกษาของเอลซัลวาดอร์ รวมถึงแนวทางการทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อขยายการใช้เทคโนโลยีในประเทศกำลังพัฒนา
อินเดียใช้ AI วิเคราะห์เสียงไอช่วยคัดกรองวัณโรค
Shalina Wadhwani ผู้อำนวยการ Wadhwani AI US กล่าวว่า องค์กรพัฒนาเครื่องมือ AI เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในอินเดีย โดยเฉพาะการให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งการเดินทางไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลอาจเป็นข้อจำกัดสำคัญ การนำ AI มาใช้จึงมุ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพเบื้องต้นและมีข้อมูลประกอบการทำงานได้มากขึ้น
ตัวอย่างการใช้งานคือการใช้ AI วิเคราะห์เสียงไอเพื่อช่วยคัดกรองวัณโรค โดยผู้รับการตรวจไอใส่โทรศัพท์มือถือ 3 ครั้ง เพื่อให้ระบบนำเสียงมาช่วยประเมินอาการเบื้องต้น วิธีดังกล่าวเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือสนับสนุนการคัดกรองในพื้นที่ที่ประชาชนอาจไม่สะดวกเดินทางไปยังสถานพยาบาล
Shalina กล่าวถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนในชุมชนห่างไกล โดยยกตัวอย่างผู้สูงอายุที่อาจต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อไปโรงพยาบาล การใช้ AI ผ่านโทรศัพท์มือถือจึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้การประเมินอาการเบื้องต้นสามารถดำเนินการได้ในชุมชน
AI ช่วยประเมินน้ำหนักทารก และความเสี่ยงโรคเบาหวานขึ้นตา
Wadhwani AI ยังนำ AI มาใช้ช่วยประเมินน้ำหนักทารกแรกเกิด โดย Shalina ยกตัวอย่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนในอินเดียที่ต้องดูแลประชาชนประมาณ 1,000 คน และใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการทำงาน เจ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นแพทย์ แต่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะการติดตามสุขภาพของเด็กแรกเกิด
เธอกล่าวว่า การประเมินน้ำหนักทารกมีความสำคัญต่อการดูแลเด็กที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยเฉพาะทารกที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 2.5 กิโลกรัม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว แต่เครื่องมือชั่งน้ำหนักที่ใช้ในบางพื้นที่อาจให้ผลคลาดเคลื่อน จึงมีการนำ AI มาช่วยประเมินน้ำหนักทารก เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลประกอบการดูแลเด็กตั้งแต่ช่วงแรกเกิด
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน Shalina กล่าวถึงการใช้ AI วิเคราะห์ภาพดวงตา เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นจากภาวะแทรกซ้อนของโรค โดยเจ้าหน้าที่สามารถถ่ายภาพดวงตาของผู้ป่วยและนำภาพมาให้ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงเบื้องต้น ซึ่งเป็นตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ที่ประชาชนอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการตรวจตา
Wadhwani AI ยังพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนบริการแพทย์ทางไกล โดยใช้ AI ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่อาจเป็นสาเหตุของอาการผู้ป่วย เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกแนวทางดูแลรักษา โดย Shalina เน้นว่า AI มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช่เข้ามาทดแทนแพทย์ในการตัดสินใจรักษาผู้ป่วย
Wadhwani AI พัฒนาเครื่องมือกว่า 25 รายการเน้นต้นทุนต่ำ
Shalina กล่าวว่า Wadhwani AI เริ่มดำเนินงานด้าน AI ตั้งแต่ปี 2016 ก่อนก่อตั้งมูลนิธิในปี 2018 โดยมีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการพื้นฐาน
องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนได้พัฒนาเครื่องมือ AI มากกว่า 25 รายการ ครอบคลุมงานด้านสาธารณสุข การศึกษา และการเกษตร โดยมุ่งพัฒนา AI สำหรับการทำงานเฉพาะด้าน เพื่อให้สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาที่ชัดเจนได้ เครื่องมือเหล่านี้สามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือทั่วไป และบางระบบสามารถทำงานได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
Shalina ระบุว่า AI ขนาดเล็กมีต้นทุนเพียงเสี้ยวหนึ่งของโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้มีโอกาสนำเทคโนโลยีไปใช้กับประชาชนจำนวนมากได้ โดยเฉพาะในระบบบริการสาธารณะที่ต้องการเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่าการสร้างโมเดล AI ให้ทำงานได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งหมด โดยระบุว่าการพัฒนาโมเดลคิดเป็นประมาณ 25% ของงาน ขณะที่การนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงยังต้องอาศัยความร่วมมือกับรัฐบาล การใช้ข้อมูลท้องถิ่น และการออกแบบเครื่องมือให้สอดคล้องกับขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่
Wadhwani AI จึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับรัฐบาลตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อทำความเข้าใจลักษณะงานและปัญหาที่ต้องการแก้ไข ก่อนพัฒนาเครื่องมือให้เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงการฝึกโมเดลด้วยข้อมูลจากคลินิกและครัวเรือนในพื้นที่ เพราะโมเดลที่ทำงานได้ดีในห้องทดลองอาจไม่เหมาะสมกับข้อมูลและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ใช้งานจริง
เธอยังเน้นว่าหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ต้องสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการประชาชน ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีที่นำมาทดลองใช้งานในระยะสั้น
เอลซัลวาดอร์นำ Grok ช่วยนักเรียนเรียนรู้ตามความสามารถ
ในภาคการศึกษา Kathleen Reen ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Global Affairs and Market Development ของ SpaceXAI กล่าวถึงความร่วมมือกับรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ในการนำ Grok มาใช้สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน โดยมีเป้าหมายให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลและเด็กในเมืองสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน
Kathleen กล่าวว่า การพัฒนาโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ครู และชุมชน เพื่อออกแบบระบบการเรียนรู้ที่ใช้ AI สนับสนุนการจัดการศึกษา โดยครูยังคงเป็นผู้มีบทบาทหลักในการเรียนการสอน ขณะที่ Grok ช่วยสนับสนุนให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ตามความสามารถและความเร็วของตนเอง ภายใต้กรอบหลักสูตรการศึกษาของประเทศ
โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี และมีการขยายการใช้งานไปยัง 40 โรงเรียน โดยมีการติดตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนแบบ Real Time เพื่อประเมินความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา รวมถึงนำข้อมูลจากการดำเนินงานมาใช้พิจารณาการขยายโครงการต่อไป
Kathleen กล่าวว่า การนำ AI ไปใช้ในระบบการศึกษาจำเป็นต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ขับเคลื่อนและรับผิดชอบโครงการ โดยบริษัทเทคโนโลยีต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานในประเทศเพื่อพัฒนาความสามารถของบุคลากร ไม่ใช่เพียงส่งมอบระบบให้ใช้งานแล้วสิ้นสุดความร่วมมือ
เธอเน้นว่าเป้าหมายของการทำงานร่วมกันคือการทำให้ประเทศที่นำเทคโนโลยีไปใช้สามารถพัฒนาและดูแลระบบต่อได้ด้วยตนเอง โดยรัฐบาลต้องมีบทบาทในการกำหนดทิศทางและเป็นเจ้าของโครงการ เพื่อให้การนำ AI มาใช้ในระบบการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของประเทศและสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
‘OCare’ สตาร์ตอัป Health Tech ไทย ใช้ AI ปลดล็อกบิ๊กดาต้าสาธารณสุข คาดสร้างอิมแพกต์ 473 ล้านบาท
Morena Solutions ปั้นดีปเทคไทยสู่ตลาดโลก วางเป้าระดมทุน 500 ล้านบาทก่อนมุ่งสู่ NASDAQ



