เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วจนองค์กรต้องสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เลือกตอบด้วยสองกลไกที่เปิดให้คนนอกองค์กรเข้ามามีส่วนร่วม คือ CP COE พื้นที่ทดลองที่ให้เครือฯ และพันธมิตรเรียนรู้จากความล้มเหลวเล็ก ๆ ร่วมกัน และ MOU ด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากร (Talent Mobility) ที่เปิดทางให้อาจารย์และนักวิจัยไปทำงานในภาคเอกชนโดยไม่เสียสิทธิ์ และนำผลงานไปขอตำแหน่งทางวิชาการได้
กลไกทั้ง 2 เชื่อมซีพี องค์กรนวัตกรรมในและต่างประเทศ 30 แห่ง และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมมหาวิทยาลัยและองค์กรในสังกัด 16 แห่ง ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” ที่ให้แต่ละฝ่ายนำศักยภาพของตนมาผสานกัน โดยประกาศในงาน CP Innovation Exposition 2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส และประธานคณะกรรมการด้านนวัตกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม สภาพอากาศ ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง Disruption จาก AI องค์กรจึงต้องเร่งสร้างนวัตกรรมทั้งด้านสินค้า กระบวนการ และโมเดลธุรกิจใหม่ ศุภชัยนิยามนวัตกรรมว่าคือ “ทำสิ่งใหม่ เรื่องใหม่ ใช้ได้จริง และสร้างคุณค่า” ซึ่งสอดคล้องกับหลัก 3 ประโยชน์ คือเพื่อลูกค้า ผู้ค้า ประเทศชาติ ประชาชน และสังคมโลก
ศุภชัยกล่าวว่า ซีพีประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือระหว่าง CP COE กับ 30 องค์กรนวัตกรรมชั้นนำ ภายใต้แนวคิด Tech and Future Work Ecosystem โดยต้องการให้ CP COE เป็นห้องปฏิบัติการที่เครือฯ และพันธมิตรทดลองร่วมกัน ยอมให้ “ล้มเล็ก ๆ ใน Sandbox” แล้วเรียนรู้ กลไกขับเคลื่อนคือแพลตฟอร์ม CP-CoEX ที่เชื่อมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง ใน 3 ด้าน ได้แก่ AI, Food & Longevity และ Sustainability Tech เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
นวัตกรรมคือจิตวิญญาณขององค์กร ไม่ใช่งานของคนกลุ่มเดียว

ซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 กล่าวว่า สำหรับซีพี นวัตกรรมเป็นมากกว่าโครงการหรือหน่วยงานหนึ่ง และไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรบางกลุ่ม แต่เป็นจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงตัวตนของซีพีจากอดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต
ซิกเว่ อธิบายว่า จิตวิญญาณนี้หล่อเลี้ยงองค์กรบนพื้นฐานความไว้วางใจ (Trust) และการคิดค้นสิ่งที่ดีกว่าเสมอ งานปีนี้จึงให้ความสำคัญกับการนำศักยภาพของทุกบริษัทและทุกหน่วยธุรกิจในเครือมาเชื่อมโยงและผสานพลัง (Synergy) เพื่อเติบโตและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน
“มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งที่ 9” จัดระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในรูปแบบ Future Fest ที่มีวิทยากรทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 70 คน และจัดแสดงนวัตกรรมกว่า 90 ผลงาน ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ และความยั่งยืน
ซิกเว่ กล่าวว่า ตลอด 3 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้ชมผลงานและแลกเปลี่ยนความรู้กับวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากเครือซีพี ประเทศไทย และต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และต่อยอดแนวคิดระหว่างหน่วยธุรกิจและพันธมิตร ภายในงานมีกิจกรรมเวิร์กช็อป และเปิดให้เข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นวัตกรรมชิ้นแรกของซีพี เริ่มจากการลดความเสี่ยงให้เกษตรกร
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และที่ปรึกษาคณะอำนวยการ CP Innovation Exposition 2026 กล่าวว่า นวัตกรรมทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ซีพีเติบโตมาตลอด 105 ปี จากธุรกิจเมล็ดพันธุ์ผัก สู่อาหารสัตว์ ปศุสัตว์ พืชไร่ ค้าปลีก ไปจนถึงโทรคมนาคม
ดร.อาชว์ระบุว่า นวัตกรรมชิ้นแรกของซีพีเกิดจากความใส่ใจในเกษตรกร ด้วยการพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก เพื่อลดความเสี่ยงที่เกษตรกรต้องแบกรับ
ขั้นต่อมาคือการนำรูปแบบการเลี้ยงไก่เนื้อครบวงจรมาปรับใช้ในรูปแบบ Contract Farming โดยสนับสนุนทั้งเงินทุน โรงเรือน วัคซีน ประกันราคา และการจับจำหน่าย ดร.อาชว์กล่าวว่า รูปแบบนี้เปลี่ยนเรื่องที่เคยทำได้ยากให้เป็นอุตสาหกรรมปศุสัตว์ยุคใหม่ของไทย
ปัจจุบันซีพีจัดประกวดนวัตกรรมภายในองค์กรต่อเนื่องมากว่า 17 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับร่วมคิดค้นสิ่งใหม่ ดร.อาชว์กล่าวว่า บริษัทส่งเสริมให้พนักงานเปิดรับการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้เทคโนโลยีอย่าง AI โดยยึดค่านิยมองค์กร 6 ประการ และหลักประโยชน์ 3 ประสาน คือประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท
319 ผลงานจาก 10 ประเทศ แบ่งเป็นลดต้นทุนและหารายได้ใหม่
ซิกเว่ ระบุว่า ปีนี้มีผลงานนวัตกรรมส่งเข้าร่วม 319 ผลงาน จาก 10 ประเทศ โดย 190 ผลงานมุ่งปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพ
อีก 129 ผลงานมุ่งสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ซึ่งประเมินว่าจะสร้างมูลค่าทางธุรกิจรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยผู้นำโครงการเป็นผู้ประเมินผลลัพธ์ทางธุรกิจและศักยภาพในการขยายผลของแต่ละผลงาน
รางวัล Chairman Awards 2026 มีผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้าย 60 ผลงาน และได้รับรางวัล 29 รางวัล ใน 4 ประเภท ได้แก่ Process Innovation, Product & Service Innovation, Sustainability Innovation และ Business Model Innovation สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้มอบรางวัล ผลงานที่ได้รับรางวัลนำ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ และดิจิทัล มายกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างผลิตภัณฑ์หรือโมเดลธุรกิจใหม่
กิจกรรม Healthylicious เปิดให้ SME และสตาร์ตอัปภายนอกส่งโครงการด้านสุขภาพ อาหาร และเทคโนโลยีเข้าร่วมเป็นครั้งแรก มีผู้ส่งผลงานกว่า 50 ทีม และคัดเหลือ 6 ทีมในรอบชิงชนะเลิศ
ประกาศ อว. ปี 2569 ปลดล็อกให้อาจารย์ทำงานกับภาคเอกชนได้
ซีพีลงนาม MOU “เชื่อมพลังคนเก่ง ขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ยั่งยืน” กับสำนักงานปลัดกระทรวง อว. โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวปาฐกถาและร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือนี้มุ่งเชื่อมบุคลากรวิจัยและผู้เชี่ยวชาญสู่ภาคอุตสาหกรรม และยกระดับทักษะด้าน AI, Robotics, Biotechnology และ Energy Technology
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า นโยบาย Talent Mobility มีมติ ครม. รองรับมาประมาณ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558 และกระทรวง อว. ออกประกาศในปี 2569 เพื่ออัปเดตและปลดล็อกข้อจำกัดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ระบุว่า นโยบายมี 3 กลไกสนับสนุนอาจารย์และนักวิจัย คือ การไปปฏิบัติงานในภาคเอกชนถือเป็นภาระงานปกติของอาจารย์ บุคลากรปฏิบัติงานร่วมกับภาคเอกชนได้โดยไม่เสียสิทธิ์ และสามารถนำผลงานที่ทำร่วมกับภาคอุตสาหกรรมไปขอตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ., รศ., ศ.) ได้
4 รูปแบบการทำงานร่วมกัน และ Siam Terra ที่เป็นเป้าหมายปลายทาง
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อธิบายว่า การเคลื่อนย้ายบุคลากรมี 3 รูปแบบตามนโยบาย คือ Technology Installation ที่ส่งบุคลากรไปติดตั้งกระบวนการวิจัยและเทคโนโลยีในสถานประกอบการ R&D and Innovation Roadmap Formulating ที่ส่งผู้เชี่ยวชาญร่วมจัดทำแผนวิจัยและพัฒนาระยะยาว และ Talent IR Aggregation ซึ่งเป็นการฝังตัวนักวิจัยและประสานงานวิจัย
รูปแบบที่ 4 ออกแบบร่วมกับซีพี เพื่อดึงคนเก่งจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม
ในความร่วมมือกับเครือซีพี จะมุ่งเน้น 8 มิติเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ AI & Digital, Robotics, Biotechnology, Quantum, Energy Technology, Space Technology, Health/Food และ Education เพื่อตอบโจทย์ 4 โครงการภายใต้ Siam Terra คือ Mega Farming, Precision Biotechnology, Future Food และ Biomanufacturing
ด้านบุคลากร ทั้งสองฝ่ายจะร่วมสร้างหลักสูตร Sandbox และหลักสูตร Reskill / Upskill / New Skill / Future Skill ส่วนด้านงานวิจัย จะผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยและองค์กรในสังกัด อว.
โครงการนี้เชื่อมพื้นที่ทดลองของซีพีและพันธมิตร 30 องค์กรเข้ากับบุคลากรวิจัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งทำงานกับภาคอุตสาหกรรมได้โดยไม่เสียสิทธิ์ และนำผลงานไปใช้ขอตำแหน่งวิชาการได้
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ซิกเว่ชี้ AI-First ต้องเปลี่ยนทั้งองค์กร ทรูรื้อกระบวนการทำงาน-พัฒนาคนรับเศรษฐกิจยุค AI
กรุงศรี–เจซีบี เปิดบัตรอัลติเมท เจาะคนรายได้สูงรักญี่ปุ่น
‘แอนโทนี ตัน’ ซีอีโอ Grab วางโจทย์ AI เพิ่มรายได้ยกระดับชีวิตคน



