Share on
×

Share

เวที Thailand’s Momentum ถกความคุ้มค่าดาต้าเซ็นเตอร์ ชู AI เพิ่มผลิตภาพธุรกิจไทย

เวที Thailand’s Momentum ถกความคุ้มค่าดาต้าเซ็นเตอร์ ชู AI เพิ่มผลิตภาพธุรกิจไทย

การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ จะสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจไทยได้มากเพียงใด เป็นหนึ่งในประเด็นที่มีมุมมองต่างกันบนเวที Thailand’s Momentum ทั้งความคุ้มค่าต่อธุรกิจในประเทศ และโอกาสเพิ่มอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจจำกัดการให้บริการบริษัทเทคโนโลยีจากทุกฝ่าย ส่วนการนำ AI มาเพิ่มผลิตภาพให้เกษตรกรและเอสเอ็มอีเป็ นแนวทางที่ผู้ร่วมเสวนาเสนอให้ความสำคัญ เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสร้างมูลค่า และรายได้แก่เศรษฐกิจไทยได้จริง

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจที่กระทบทั้งการค้า การลงทุน และทิศทางเทคโนโลยี สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) จัดงานเสวนา “THAILAND’S MOMENTUM 2026: Navigating a Fragmented World” ในหัวข้อ “Trust and Security: A Reliable Bridge in ASEAN” เพื่อหารือแนวทางสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยและบทบาทในการเชื่อมความร่วมมือในอาเซียน โดยมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง กลุ่มบริษัท บิทคับแคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

ลงทุน AI ต้องเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจไทย

อภิสิทธิ์เสนอให้ทบทวนการวัดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ จากยอดลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เพราะตัวเลขเงินลงทุน อาจไม่ได้สะท้อนประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจและประชาชนอย่างเพียงพอ โดยยกดาต้าเซ็นเตอร์เป็นตัวอย่างว่า โครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ทรัพยากรในประเทศ เพื่อให้บริการบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ โดยธุรกิจท้องถิ่นแทบไม่มีส่วนร่วม ย่อมให้ผลต่างจากโครงการขนาดเล็กกว่า ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงเทคโนโลยีได้จริง การพิจารณาการลงทุน จึงต้องดูทั้งความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานในประเทศและมูลค่าที่เศรษฐกิจไทยได้รับ

เขามองว่า การนำ AI มาใช้ในภาคเศรษฐกิจที่ไทยมีอยู่แล้ว อาจสร้างประโยชน์ให้คนไทยได้มากกว่าการแข่งขันดึงดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ให้บริการบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเกษตรแม่นยำ การปรับปรุงการตลาดสินค้าอาหาร หรือการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แนวทางเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความสามารถของผู้ประกอบการไทย และทำให้การลงทุนเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ

ด้าน จิรายุส กล่าวว่า ไทยต้องเลือกให้ชัดว่า จะเข้าไปแข่งขันในส่วนใดของอุตสาหกรรม AI เพราะการลงทุนด้านพลังงาน ชิปคอมพิวเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ต้องใช้เงินมหาศาล ขณะที่ไทยมีข้อจำกัดทั้งงบประมาณและกำลังผลิตพลังงาน เขาเสนอให้มุ่งพัฒนาแบบจำลองและการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพให้เกษตรกรและเอสเอ็มอี ส่วนโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ควรอาศัยความร่วมมือระดับอาเซียน เช่น การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือด้านชิปและคลาวด์ เพื่อให้ภูมิภาคมีความสามารถรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย กับความเสี่ยงสหรัฐฯ–จีน

ดร.ฟูอาดี้ กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์อาจมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ หากไทยสามารถทำให้บริษัทจากสหรัฐฯ จีน และยุโรปเข้ามาใช้บริการร่วมกันได้ เพราะการมีผลประโยชน์ผูกพันอยู่ในไทย อาจช่วยให้แต่ละฝ่ายมีแรงจูงใจรักษาความสัมพันธ์กับประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่า ต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ด้วย พร้อมเสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ ในการพัฒนาความสามารถด้านการแปรรูปแร่สำคัญและแร่หายาก เพื่อให้ไทยมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานที่ประเทศอื่นต้องพึ่งพา โดยควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้ธุรกิจรับผิดชอบต่อการดำเนินงานของตน

อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางดังกล่าวว่า ความขัดแย้งด้านเทคโนโลยี อาจจำกัดโอกาสที่ไทยจะให้บริการทุกฝ่ายได้พร้อมกัน หากสหรัฐฯ หรือจีนเริ่มกดดันดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้อุปกรณ์ของอีกฝ่าย หรือขยายการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศไปถึงเจ้าของกิจการเหล่านี้ ไทยอาจเผชิญแรงกดดันแม้ตั้งใจเปิดรับการลงทุนจากทุกฝ่าย และหากการอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของฝ่ายหนึ่ง ทำให้ถูกกีดกันจากอีกฝ่าย ต้นทุนทางเศรษฐกิจจะสูงมาก จึงต้องพิจารณาความเสี่ยงนี้ควบคู่กับโอกาสจากการลงทุน

เขาเห็นว่า ไทยและอาเซียนเติบโตมาในช่วงที่โลกเปิดกว้างด้านการค้าและการลงทุน แต่ความตึงเครียดของมหาอำนาจกำลังลดทอนโอกาสเหล่านั้น อาเซียนจึงควรร่วมกันรักษากติกาการค้า และฟื้นความเชื่อมั่นต่อความร่วมมือพหุภาคี มากกว่าปล่อยให้สมาชิกต่างหาทางต่อรองเป็นรายประเทศ พร้อมเสนอให้จัดห่วงโซ่มูลค่าร่วมกันในอุตสาหกรรมสำคัญ โดยแบ่งบทบาทตามความเหมาะสม การผลิตบางส่วนอาจอยู่ในอินโดนีเซีย บางส่วนอยู่ในเวียดนาม และบางส่วนอยู่ในไทย แล้วใช้ประโยชน์จากตลาดอาเซียนร่วมกัน แทนการแข่งขันแย่งเงินลงทุนทุกประเภทระหว่างสมาชิก

AI แทนแรงงานกระทบฐานภาษีและกำลังซื้อ

นอกจากการเลือกลงทุนเทคโนโลยีแล้ว รัฐบาลยังต้องเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้และการจ้างงาน อภิสิทธิ์เตือนว่า เมื่อ AI เข้ามาแทนที่งาน รัฐบาลจะเผชิญแรงกดดันให้ช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียรายได้ แต่ในเวลาเดียวกันอาจจัดเก็บภาษีจากรายได้แรงงานได้น้อยลง ขณะที่ความมั่งคั่งกระจุกอยู่กับเจ้าของเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ราย เขาจึงเสนอให้อาเซียนร่วมกันพิจารณาว่า บริษัทเทคโนโลยีที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคควรมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจผ่านการเสียภาษีอย่างไร เพื่อให้รัฐบาลยังมีทรัพยากรช่วยเหลือประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่าน

จิรายุสเสนอให้ศึกษาแนวคิดการเก็บภาษีจากหุ่นยนต์และระบบ AI เพื่อกระจายผลประโยชน์ที่ย้ายจากรายได้แรงงานไปสู่รายได้จากทุน รวมถึงแนวคิดจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติเพื่อให้ประเทศมีส่วนรับผลตอบแทนจากทุนในระยะยาว แต่เขาเห็นว่าการใช้มาตรการภาษีเพียงประเทศเดียวอาจทำให้นักลงทุนย้ายกิจการไปยังประเทศที่ไม่มีมาตรการเดียวกัน อาเซียนจึงต้องหารือเรื่องมาตรฐานกฎระเบียบร่วมกัน เพื่อลดช่องว่างที่ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากความแตกต่างระหว่างประเทศ

โจทย์รายได้และกำลังซื้อยิ่งสำคัญเมื่อไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย อภิสิทธิ์ระบุว่า ปัญหาที่ต้องเร่งจัดการคือเงินออมที่ไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้สูงอายุ และค่าใช้จ่ายสุขภาพที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนการขาดแคลนแรงงานในระยะใกล้ ยังต้องพึ่งแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และดูแลแรงงานเหล่านี้ให้ดีขึ้น ขณะที่จำนวนเด็กที่ลดลงเปิดโอกาสให้ใช้ทรัพยากรการศึกษาต่อคนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า คำถามที่ยังต้องหาคำตอบคือกำลังซื้อในอนาคตจะมาจากไหน ส่วนจิรายุสมองว่า หุ่นยนต์และ AI อาจช่วยแก้ข้อจำกัดด้านการผลิตได้ แต่ต้องมีนโยบายรองรับรายได้ประชาชนควบคู่กัน

ธุรกิจไทยปรับตัวใช้อาเซียนขยายตลาด

สำหรับผู้ประกอบการ จิรายุสเสนอให้วางแผน โดยถือว่าความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทั้งการควบคุมรายจ่ายลงทุน และค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพื่อรักษาความคล่องตัว การพัฒนาบุคลากร และการใช้ AI ลดต้นทุนพร้อมเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เขามองว่า การค้าโลกกำลังให้ความสำคัญกับความเชื่อใจและความมั่นคงของความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้ามากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้ธุรกิจไทยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว กระจายตลาด และใช้ความร่วมมือด้านกฎระเบียบ เทคโนโลยี และระบบชำระเงินในอาเซียนขยายโอกาสจากตลาดในประเทศสู่ระดับภูมิภาค

แต่การใช้อาเซียนเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ยังติดข้อจำกัดด้านความร่วมมือ ดร.ฟูอาดี้ ประเมินว่า อาเซียนเผชิญปัญหาทั้งการได้รับความสำคัญจากมหาอำนาจ ความน่าเชื่อถือในการแก้ปัญหาเมียนมา และความสามารถในการตอบโจทย์ประชาชน แม้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อได้ แต่การรวมตัวด้านการเมืองและความมั่นคงทำได้ยาก เพราะสมาชิกยังไม่ต้องการให้องค์กรส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้น ส่วนอภิสิทธิ์ เสนอให้อาเซียนแสดงบทบาทผ่านการแก้ปัญหาในภูมิภาค โดยเปิดเวทีให้สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และประเทศอื่นเข้ามาร่วมแก้ปัญหาเมียนมา ซึ่งความไม่สงบไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด

ดร.ฟูอาดี้เห็นว่า ความสามารถในการต่อรองกับต่างประเทศ ต้องอาศัยเสถียรภาพและความชอบธรรมทางการเมืองภายใน เพื่อให้รัฐบาลได้รับการยอมรับในการตัดสินใจแทนประชาชน สำหรับความสัมพันธ์กับจีน ไทยควรระบุผลประโยชน์และเทคโนโลยีที่ต้องการให้ชัด พร้อมยืนยันสิทธิของตนเมื่อถูกกดดัน เขาเสนอให้ไทยบอกได้ว่า ต้องการความร่วมมือเรื่องใดและจะได้รับประโยชน์อย่างไร เพื่อให้การพัฒนาความสัมพันธ์กับมหาอำนาจช่วยเพิ่มความสามารถของประเทศและธุรกิจไทยได้จริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘ทุนเทา’ จากจ่ายส่วยสู่คุมกติกา รัฐตรวจแค่เอกสารไม่พอ

วินัยการคลังไทยกับม็อบปารีส

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar