ทุนเทาไม่ได้หยุดอยู่ที่การจ่ายส่วย เพื่อให้ธุรกิจผิดกฎหมายเดินหน้าต่อได้ แต่เมื่อสะสมเงินและสร้างเครือข่ายได้มากพอ เป้าหมายจะขยับไปสู่การมีอิทธิพลต่อผู้มีอำนาจและการกำหนดกติกาของรัฐ เพื่อให้กลุ่มตนได้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบจึงยากขึ้น เพราะโครงการอาจมีเอกสารครบ บริษัทจดทะเบียนถูกต้อง และมีผู้เชี่ยวชาญรับรอง แต่สิ่งที่ยังต้องตรวจให้ถึงคือ ใครเขียนเงื่อนไข ใครควบคุมการประเมิน และใครเป็นผู้รับประโยชน์
รศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และการทดลองคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงการเติบโตของทุนเทาในการบรรยาย “คอร์รัปชันในสังคมไทย” ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูง ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บยสส.) รุ่นที่ 5 ว่า ทุนเทาเป็นการปรับตัวของทุนจากกิจกรรมนอกกฎหมาย เข้าสู่การดำเนินงานในระบบ โดยอาศัยทั้งเงิน ความสัมพันธ์ และความน่าเชื่อถือจากบุคคลหรือองค์กรต่าง ๆ จนบางส่วนพัฒนาไปสู่การกุมอำนาจรัฐ หรือการมีอิทธิพลต่อการออกกฎหมาย กฎระเบียบ และนโยบาย
จากจ่ายส่วยสู่เครือข่ายคุมอำนาจ
จุดเริ่มต้นของกระบวนการนี้ อาจเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นครั้ง ๆ ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจ เมื่อทำต่อเนื่องจนมีเงินและทรัพยากรมากขึ้น ความสัมพันธ์ก็ขยายเป็นเครือข่าย ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลและโอกาสก่อนคนอื่น ความได้เปรียบเหล่านี้สร้างผลประโยชน์กลับมาสะสมเพิ่ม ก่อนขยับไปถึงขั้นมีส่วนกำหนดกติกาให้เอื้อต่อธุรกิจของตน แทนการจ่ายเงินเพื่อขอยกเว้นหรือขอความสะดวกเป็นรายครั้ง ซึ่งต้องเสียต้นทุนและเผชิญความไม่แน่นอนอยู่ตลอด
รศ.ดร.ธานี ยกงานศึกษาเรื่องมาเฟียในอิตาลีมาอธิบายเส้นทางดังกล่าวว่า ผู้ที่เริ่มจากการรับจ้างเดินยาอาจสะสมเงินจนขยายไปควบคุมคนและการค้ายา แต่การเติบโตไปอีกขั้นต้องใช้ทักษะเจรจาผลประโยชน์กับตำรวจและผู้มีอำนาจในท้องถิ่น เมื่อเครือข่ายใหญ่ขึ้น ธุรกิจก็ขยายไปสู่กิจกรรมอื่น เช่น สินค้าหนีภาษีหรือสินค้าผิดกฎหมาย กระทั่งมีเงินและอิทธิพลมากพอที่จะเข้าสู่อำนาจหรือควบคุมผู้มีอำนาจ เพื่อกำกับนโยบายและลดต้นทุนในการต่อรองกับคนหลายกลุ่ม เส้นทางนี้สะท้อนว่า การสะสมเงินกับการสร้างเครือข่ายอำนาจเป็นกระบวนการที่หนุนกัน
ข้อมูลไม่ครบกติกามีช่องว่างเปิดทางทุนเทา
เงื่อนไขสำคัญ ที่เปิดทางให้ทุนเทาเติบโต มีทั้งข้อมูลที่ไม่ครบหรือกระจัดกระจาย กติกาที่มีช่องว่าง และความสัมพันธ์ที่ตรวจสอบได้ไม่ชัดเจน หากข้อมูลเงินและทรัพย์สินขาดหายไปบางช่วง การเชื่อมโยงหลักฐานก็ทำได้ยาก ขณะที่กระบวนการตรวจสอบซึ่งดูครบทุกขั้นตอน อาจยังมีช่องให้ใช้ดุลพินิจ หรือไม่ได้เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งคำถามอย่างเพียงพอ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างผู้กำหนดเงื่อนไข ผู้ประเมิน และผู้ได้ประโยชน์ หากมองไม่เห็น ก็ยากจะอธิบายได้ว่า การตัดสินใจนั้นเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
เอกสารครบยังไม่พอ ต้องตรวจว่าใครได้ประโยชน์
ภาพที่เห็นได้ชัด คือโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รศ.ดร.ธานี ยกตัวอย่างสมมติของโครงการที่เสนอใช้เทคโนโลยีทันสมัย ดำเนินการโดยบริษัทจดทะเบียนถูกต้อง มีผู้เชี่ยวชาญรับรอง บริจาคอุปกรณ์ให้ชุมชน และมีรายงานคาดการณ์ความสำเร็จสูงถึง 99% องค์ประกอบทั้งหมดทำให้โครงการดูน่าเชื่อถือ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าเทคโนโลยีนั้นใช้ได้จริงหรือไม่ ซื้อแพงเกินไปหรือเปล่า ใครเป็นเจ้าของบริษัท ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ตรงเพียงใด และตัวเลขความสำเร็จวัดจากอะไร การผ่านเงื่อนไขบนเอกสาร จึงยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าโครงการคุ้มค่าหรือปราศจากการเอื้อประโยชน์
“เดิมเราเคยสนใจแค่ภาพลักษณ์ของโครงการ มีเทคโนโลยีไหม ทำ CSR หรือเปล่า มีคำรับรองหรือเปล่า” รศ.ดร.ธานีกล่าว พร้อมอธิบายว่า การตรวจสอบต้องขยับจากภาพลักษณ์และความครบถ้วนของขั้นตอน ไปดูความสัมพันธ์ของคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้เขียนกติกา ผู้ควบคุม ผู้ประเมิน และผู้รับประโยชน์ เพราะการคอร์รัปชันที่ซับซ้อนขึ้นอาจอาศัยเครือข่ายทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรธุรกิจ สื่อ และองค์กรรับรอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้การดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับเอกชนไม่ได้หมายถึงการทุจริตทุกกรณี รศ.ดร.ธานีอธิบายว่า ข้าราชการบางคนไม่ได้เริ่มต้นด้วยความตั้งใจจะโกง แต่เมื่อได้รับมอบหมายงานที่ไม่มีความรู้เฉพาะด้าน ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักหรือบริษัทที่คุ้นเคย ความสะดวกและการช่วยเหลือกัน อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาว ปัญหาจึงอยู่ที่ระบบจะตรวจสอบและหยุดการเอื้อประโยชน์ได้อย่างไร ก่อนที่ความคุ้นเคย จะพัฒนาไปสู่การกำหนดเงื่อนไข ที่เปิดโอกาสให้บางบริษัทได้เปรียบคู่แข่ง
เงินข้ามพรมแดน เพิ่มความยากในการตามทุนเทา
เทคโนโลยีและธุรกรรมข้ามพรมแดน ยิ่งทำให้การติดตามเครือข่ายเหล่านี้ยากขึ้น ทั้งเงินสกุลดิจิทัล การพนันข้ามประเทศ และการฟอกเงินออนไลน์ ช่วยให้โยกย้ายเงินได้สะดวกขึ้น ขณะที่เงิน สินทรัพย์ และคนสามารถเคลื่อนย้ายผ่านเครือข่ายข้ามชาติได้ รศ.ดร.ธานีระบุว่า การมองทุนเทาจึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่ทุนจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องย้อนดูด้วยว่า เครือข่ายในประเทศไทยเชื่อมกับทุนเหล่านั้นอย่างไร มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อะไรกัน และช่องว่างใดของไทยที่ทำให้เข้ามาดำเนินกิจการได้
สกัดทุนเทา ต้องตรวจสอบอำนาจและทำให้กฎหมายพึ่งได้
ผลกระทบไม่ได้จบที่เงินซึ่งสูญเสียไปจากการทุจริต แต่รวมถึงการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เมื่อผู้มีทุนและความสัมพันธ์สามารถกำหนดเงื่อนไขให้ตนได้เปรียบ ผู้ประกอบการรายอื่นก็มีโอกาสเติบโตน้อยลง รศ.ดร.ธานีมองว่า การแก้ปัญหาจึงต้องมีทั้งการเปิดเผยข้อมูลให้ตรวจสอบได้ การเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม และการกำหนดความรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย โดยต้องทำให้ระบบบังคับผู้ดำรงตำแหน่งใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะได้จริง แทนการฝากความหวังไว้กับความเป็นคนดีของผู้มีอำนาจเพียงอย่างเดียว
สำหรับปัญหาอิทธิพลและมาเฟีย รศ.ดร.ธานีชี้ว่า อีกด้านหนึ่งของการเติบโตมาจากกระบวนการตามกฎหมายที่ประชาชนพึ่งพาได้ยาก ใช้เวลานาน และมีความไม่แน่นอน จนเปิดพื้นที่ให้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาทำหน้าที่แทน การปราบปรามจึงต้องเดินควบคู่กับการสร้างกระบวนการทางกฎหมายที่เชื่อถือได้และไม่ล่าช้า มิฉะนั้น เงื่อนไขที่ทำให้คนต้องพึ่งเครือข่ายอำนาจนอกระบบก็ยังคงอยู่ และเปิดทางให้การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ดำเนินต่อไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
‘คิรัน มานี’ เอ็มดี OpenAI เอเชียแปซิฟิก เผยเอเชียเป็นฐานผู้ใช้ใหญ่สุด
อย่าให้ ‘ทุนเทา’ ซึมเข้าระบบเศรษฐกิจ



