Share on
×

Share

CRecTech เปลี่ยนก๊าซจากน้ำเสียโรงงานปาล์มเป็นไบโอเมทานอล รุกตลาดอินโดนีเซีย

CRecTech เปลี่ยนก๊าซจากน้ำเสียโรงงานปาล์มเป็นไบโอเมทานอล รุกตลาดอินโดนีเซีย

CRecTech สตาร์ตอัปจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NUS กำลังพัฒนาเทคโนโลยีเปลี่ยนก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานปาล์มน้ำมันเป็นไบโอเมทานอล เพื่อให้โรงงานนำของเสียมาผลิตเชื้อเพลิงที่ขนส่งไปจำหน่ายได้ โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่ห่างจากโครงข่ายไฟฟ้าและท่อส่งก๊าซ ซึ่งมีข้อจำกัดในการนำก๊าซชีวภาพไปสร้างรายได้ บริษัทจึงออกแบบระบบให้ติดตั้งได้ในพื้นที่โรงงาน พร้อมร่วมมือกับ Pertamina ในอินโดนีเซียเพื่อทดสอบและขยายการผลิต รองรับความต้องการวัตถุดิบของอุตสาหกรรมไบโอดีเซลและตลาดเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับการเดินเรือ

Lim Kang Hui ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CRecTech ซึ่งร่วมแสดงเทคโนโลยีในงาน Singapore Week of Innovation and Technology หรือ SWITCH 2026 กล่าวกับ The Story Thailand ว่า การเปลี่ยนก๊าซชีวภาพเป็นไบโอเมทานอลช่วยให้โรงงานปาล์มเชื่อมต่อกับตลาดที่มีความต้องการใช้งานอยู่แล้ว ทั้งการผลิตไบโอดีเซลในอินโดนีเซียและการใช้เป็นเชื้อเพลิงเรือในสิงคโปร์ แนวทางนี้เริ่มจากการนำน้ำเสียในกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มมาผลิตก๊าซชีวภาพ แล้วจึงเปลี่ยนก๊าซเป็นไบโอเมทานอล จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ของเสียจากโรงงาน โดยไม่ได้นำน้ำมันปาล์มมาใช้ผลิตเมทานอลโดยตรง

เทคโนโลยี CRecTech ผลิตไบโอเมทานอลในโรงงานปาล์ม

หัวใจของเทคโนโลยีคือตัวเร่งปฏิกิริยาและการออกแบบกระบวนการผลิตให้เหมาะกับแหล่งก๊าซชีวภาพที่กระจายอยู่ตามโรงงานแต่ละแห่ง กระบวนการของ CRecTech มี 2 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากนำก๊าซชีวภาพทำปฏิกิริยากับไอน้ำเพื่อผลิตก๊าซสังเคราะห์ ก่อนเปลี่ยนก๊าซสังเคราะห์เป็นเมทานอล Lim อธิบายว่า เทคโนโลยีของบริษัทช่วยลดขั้นตอนการปรับคุณภาพก๊าซชีวภาพและการปรับสภาพก๊าซสังเคราะห์ จึงออกแบบระบบเป็นหน่วยการผลิตแบบโมดูลได้ ขณะที่กระบวนการผลิตไบโอเมทานอลทั่วไปต้องอาศัยโรงงานขนาดใหญ่และรวบรวมวัตถุดิบเข้าสู่ศูนย์กลาง ซึ่งไม่เหมาะกับปริมาณก๊าซที่มีอยู่ในโรงงานปาล์มแต่ละแห่ง

CRecTech รับผิดชอบส่วนที่เปลี่ยนก๊าซชีวภาพเป็นไบโอเมทานอล โดยทำงานร่วมกับผู้จัดหาระบบย่อยสลายน้ำเสียเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ บริษัทวางบทบาทเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับติดตั้งในพื้นที่ของลูกค้า เพื่อให้เจ้าของแหล่งก๊าซนำไบโอเมทานอลออกจำหน่ายได้ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาที่บาตัม ประเทศอินโดนีเซีย ส่วนการผลิตอุปกรณ์ทำงานร่วมกับผู้ผลิตในหลายพื้นที่ ทั้งตะวันออกกลาง จีน และมาเลเซีย

บริษัทมีโครงการนำร่องสองแห่ง ได้แก่ โครงการร่วมกับ Pertamina ในอินโดนีเซีย และโครงการกับลูกค้าในชิคาโก สหรัฐอเมริกา โดย Lim ระบุว่า ระบบนำร่องที่นำเสนอมีขนาดการผลิตไบโอเมทานอล 50 ตันต่อปี ส่วนการขยายไปใช้งานกับโรงงานปาล์มทั่วไป บริษัทประเมินว่า โรงงานที่แปรรูปผลปาล์มได้ 60 ตันต่อชั่วโมง และมีก๊าซชีวภาพสูงสุดประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรมาตรฐานต่อวัน อาจผลิตไบโอเมทานอลได้ประมาณ 7,000 ตันต่อปี ตัวเลขนี้เป็นการประเมินศักยภาพเมื่อขยายระบบ ยังไม่ใช่ผลผลิตเชิงพาณิชย์ที่เกิดขึ้นแล้ว

จับมือ Pertamina ตั้งเป้าผลิต 500,000 ตันต่อปีใน 5–7 ปี

อินโดนีเซียเป็นตลาดเริ่มต้นของ CRecTech เพราะมีโรงงานปาล์มและน้ำเสียจากการผลิตจำนวนมาก บริษัทมีข้อตกลงพัฒนาร่วมกับ Pertamina เพื่อขยายเทคโนโลยี พร้อมทำงานกับผู้ประกอบการโรงงานปาล์มเพื่อจัดหาก๊าซชีวภาพ โดยระบุแผนทำงานกับโรงงานประมาณ 10–12 แห่งภายในหนึ่งปี และให้ความสำคัญกับพื้นที่สุมาตราเหนือ บริเวณเมดาน ซึ่งอยู่ใกล้สิงคโปร์ การเพิ่มแหล่งผลิตเมทานอลในประเทศยังสอดคล้องกับความต้องการวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมไบโอดีเซล ซึ่ง Lim มองว่าจะช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานและการจัดหาวัตถุดิบของอินโดนีเซีย

เป้าหมายการขยายการผลิตระยะแรกอยู่ที่ 50,000–100,000 ตันต่อปี ก่อนเพิ่มเป็น 500,000 ตันต่อปีภายในห้าถึงเจ็ดปี ขณะเดียวกัน Lim ประเมินว่า หากเทียบศักยภาพการผลิตประมาณ 7,000 ตันต่อปีต่อโรงงานกับโรงงานปาล์มราว 1,000 แห่งในอินโดนีเซีย จะมีศักยภาพรวมประมาณ 7 ล้านตันต่อปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการประเมินจากฐานวัตถุดิบ ส่วนการพัฒนาโครงการจริงยังต้องอาศัยความร่วมมือกับเจ้าของแหล่งก๊าซและการขยายเทคโนโลยีจากระยะนำร่อง สำหรับความผันผวนตามฤดูกาล บริษัทระบุว่าระบบสามารถปรับการทำงานตามปริมาณก๊าซที่ผลิตได้ โดยใช้ปริมาณก๊าซเฉลี่ยเป็นฐานประเมินผลผลิต

เปลี่ยนมีเทนเป็นเชื้อเพลิง เพิ่มโอกาสรายได้จากคาร์บอนเครดิต

ประโยชน์อีกด้าน คือการนำมีเทนจากน้ำเสียมาใช้เป็นวัตถุดิบ ก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานปาล์มประกอบด้วยมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Lim กล่าวว่า การนำมีเทนมาเปลี่ยนเป็นเมทานอลช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ พร้อมเปิดโอกาสสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากกระบวนการนี้ นอกเหนือจากรายได้จากการจำหน่ายเชื้อเพลิง จึงเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากน้ำเสียที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกระบวนการผลิต

แม้เริ่มจากอุตสาหกรรมปาล์ม เทคโนโลยีของ CRecTech สามารถใช้กับก๊าซชีวภาพจากวัตถุดิบประเภทอื่นได้ด้วย บริษัทกำลังมองแหล่งก๊าซจากน้ำเสียอินทรีย์ น้ำเสียชุมชน และของเหลือจากภาคเกษตร รวมถึงการผลิตเอทานอลและอุตสาหกรรมน้ำตาล โดยโครงการในสหรัฐฯ ให้ความสนใจกับก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียชุมชน และโอกาสนำเมทานอลไปผลิตไดเมทิลอีเทอร์ หรือ DME เพื่อใช้ในตลาดก๊าซ LPG ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทกำลังมองหาพันธมิตรเพิ่มเติมในมาเลเซียและไทย เพื่อขยายการใช้เทคโนโลยีในภูมิภาค

เพิ่มกำลังผลิตเมทานอล รองรับตลาดเชื้อเพลิงทางเลือก

การใช้งานปลายทางที่ CRecTech สนใจยังครอบคลุมการเปลี่ยนเมทานอลเป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน การผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล และการใช้กับระบบไฟฟ้าสำรองของศูนย์ข้อมูล แต่ Lim ระบุว่า การพัฒนาเมทานอลเพื่อผลิตไฟฟ้ายังอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยบริษัททำงานกับพันธมิตรที่มีเทคโนโลยีด้านนี้ ลำดับความสำคัญในเวลานี้จึงอยู่ที่การเพิ่มปริมาณเมทานอลในภูมิภาคให้ได้ก่อน แล้วจึงขยายการใช้งานตามความพร้อมของเทคโนโลยีและตลาดแต่ละประเภท

CRecTech แยกตัวจาก NUS ในปี 2022 โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านตัวเร่งปฏิกิริยา วัสดุศาสตร์ และการออกแบบกระบวนการผลิต เดิมทีมมุ่งทำงานด้านไฮโดรเจน ก่อนหันมาศึกษาตลาดเมทานอลและความต้องการเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับการเดินเรือ บริษัทเข้าร่วม Breakthrough Energy Fellows รุ่นแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2024 และได้รับการสนับสนุนให้ขยายเทคโนโลยีจากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระบบก่อนนำร่อง ขั้นต่อไปบริษัทวางแผนระดมทุน Series A หลังการทดสอบในอินโดนีเซียและสหรัฐฯ เพื่อขยายระบบผลิตไบโอเมทานอลแบบโมดูลขนาดต่ำกว่า 10,000 ตันต่อปีไปสู่เชิงพาณิชย์

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สิงคโปร์ทุ่ม 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เร่ง AI วัสดุใหม่ เปิด Champions of AI พลิก 24 ธุรกิจ

‘อาเซียน’ เร่งเชื่อมทุนกับงานวิจัย ปั้นธุรกิจเทคโนโลยี

‘OCare’ สตาร์ตอัป Health Tech ไทย ใช้ AI ปลดล็อกบิ๊กดาต้าสาธารณสุข คาดสร้างอิมแพกต์ 473 ล้านบาท

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar