การนำ AI มาพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันที่แก้ปัญหาให้แต่ละอุตสาหกรรม เป็นโอกาสที่กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้องการผลักดันให้ไทยสร้างความเชี่ยวชาญ โดยอาศัยจุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจผู้ใช้งาน นำโมเดลและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการ พร้อมวางเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำในเอเชียด้านแอปพลิเคชัน AI ซึ่งต้องเดินหน้าทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และการขยายตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการเติบโตได้มากกว่าขนาดตลาดในประเทศ
การพาผู้ประกอบการดิจิทัลและ AI จำนวน 16 รายร่วมงาน Singapore Week of Innovation and Technology (SWITCH) ที่สิงคโปร์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำความสามารถเหล่านี้ ออกสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการจัด Thailand Pavilion ในงานเป็นครั้งแรก เป้าหมายเบื้องต้นคือทำให้ต่างประเทศรู้จักนวัตกรรมไทย ที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของอุตสาหกรรมต่าง ๆ และเชื่อมต่อกับพันธมิตรที่จะช่วยสนับสนุนทั้งธุรกิจ เงินทุน และการพัฒนาคน ก่อนเดินหน้าหาลูกค้าในตลาดที่เหมาะกับความเชี่ยวชาญของผู้ประกอบการแต่ละราย
แอปพลิเคชัน AI โอกาสแข่งขันของไทย
กร เธียรนุกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ The Story Thailand ว่า ไทยควรมุ่งสร้างความเชี่ยวชาญด้าน Application Layer หรือการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยอธิบายว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ประกอบด้วย 5 ส่วน ได้แก่ พลังงาน ชิป โครงสร้างพื้นฐาน โมเดล AI และแอปพลิเคชัน เขามองว่าไทยแข่งขันในส่วนอื่นได้ยาก ขณะที่การนำโมเดลและโครงสร้างพื้นฐานมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่แก้ปัญหาให้ผู้ใช้งานเป็นด้านที่ไทยมีศักยภาพ จึงควรกำหนดทิศทางและเร่งสร้างความสามารถให้ชัดเจน
จุดแข็งที่กรเห็นในผู้ประกอบการไทย คือความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจผู้ใช้งาน ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันให้เหมาะกับแต่ละอุตสาหกรรม เขายกตัวอย่างการทำงานกับเกษตรกร ซึ่งบางครั้งอาจไม่สามารถอธิบายปัญหาของตนเองได้อย่างละเอียด ผู้พัฒนาจึงต้องลงไปใช้เวลาเรียนรู้และทำงานร่วมกัน โดยมองว่าวัฒนธรรมของคนไทยเอื้อต่อการสร้างความเข้าใจลักษณะนี้ ความสามารถในการเข้าถึงปัญหาจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาให้ใช้งานได้จริง
ภาพที่เห็นจากงาน SWITCH 2026 ทำให้กรเชื่อว่าไทยควรเร่งเดินหน้าในทิศทางนี้ เขาระบุว่า Enterprise Singapore ประกาศเรื่อง “Champion of AI” และบูธที่เขาเดินชมต่างนำเสนอเรื่อง AI สะท้อนการแข่งขันที่ไทยต้องหาจุดเข้าไปให้ชัด โดยในมุมมองของเขา ยังไม่มีประเทศในภูมิภาคที่วางตำแหน่งด้าน Application Layer อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ประเทศอื่นสามารถเข้ามาแข่งขันด้านแอปพลิเคชัน AI ได้เช่นกัน ไทยจึงต้องเร่งพัฒนาความเชี่ยวชาญและขยายธุรกิจให้เร็วกว่าคู่แข่ง
ขยายตลาดต่างประเทศ แก้ข้อจำกัดการเติบโต
การสร้างความสามารถด้านเทคโนโลยี ต้องเดินควบคู่กับการขยายตลาด กรมองว่า ไทยติดข้อจำกัดของตลาดขนาดกลาง ซึ่งใหญ่พอให้บริษัทอยู่รอด แต่เล็กเกินกว่าจะผลักดันให้เกิดยูนิคอร์นได้มากเท่าบางประเทศ ผู้ประกอบการไทยมักเริ่มจากตลาดในประเทศก่อน แล้วติดขัดเมื่อต้องขยายออกไป ขณะที่ผู้ประกอบการสิงคโปร์คิดถึงการทำธุรกิจระดับภูมิภาคตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ก่อนปรับสินค้าและบริการให้เหมาะกับแต่ละประเทศ การพาผู้ประกอบการดิจิทัลและ AI ออกสู่ตลาดต่างประเทศจึงเป็นเรื่องที่กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลต้องการผลักดัน ภายใต้นโยบาย Go Global ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย 4 Go ของ ส.อ.ท. ร่วมกับ Go Innovation, Go Digital and AI และ Go Green
สิงคโปร์เป็นประเทศแรกของแผนดังกล่าว หลังกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลหารือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และได้รับคำแนะนำให้เริ่มจากประเทศที่อยู่ไม่ไกลและมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน ก่อนประสานงานจนนำมาสู่การจัด Thailand Pavilion ในงาน SWITCH 2026 เป็นครั้งแรก ผู้ประกอบการ 16 รายที่เข้าร่วมผ่านการคัดเลือกจาก Thai Digital and AI Award ของ ส.อ.ท. ซึ่งแบ่งการประยุกต์ใช้ AI เป็น 10 สาขา เช่น การผลิต การท่องเที่ยว และการศึกษา ได้แก่ ผู้เข้าร่วมทั้ง 16 ราย ได้แก่ Appman Co., Ltd, Aunnop Kongsungnern, Conductor Co. Ltd, Cynclair Co. Ltd, Egg Digital, Essco Corporation Co. Ltd, EventTech.ai, Forward Management Services, Graffity, Guardian AI, Isekai XP, Mango Consultant Co Ltd, Pixel Mango AI, Riffai, Spark Education Co. Ltd และ Trianglesoft โดยส่วนใหญ่มีสินค้าและบริการเชิงพาณิชย์แล้ว มีรูปแบบธุรกิจชัดเจน และพร้อมทั้งด้านภาษาและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรับลูกค้าต่างประเทศ
ใช้ SWITCH หาพันธมิตรและเงินทุน
แม้ผู้ประกอบการจะพร้อมหาลูกค้า แต่กรยังไม่ได้ตั้งความคาดหวังหลักไว้ที่การจับคู่ธุรกิจทันที เป้าหมายแรกคือทำให้ต่างประเทศเห็นนวัตกรรมไทย ที่ทำหน้าที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมอื่น และยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เขามองว่า ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นลูกค้าโดยตรง แต่เป็นคนที่จะนำสิ่งที่พบกลับไปบอกต่อในประเทศของตน การนำเสนอจึงต้องทำให้เห็นทั้งความสามารถของผู้ประกอบการ และทิศทางที่ไทยต้องการมุ่งไป เพื่อให้การรับรู้นำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในขั้นต่อไป
พันธมิตรและเงินทุน เป็นสิ่งที่กรต้องการเห็นจากการร่วมงานครั้งนี้ เพราะผู้ประกอบการไทยยังขาดเงินทุนสำหรับสนับสนุนการเติบโต ขณะที่สิงคโปร์มีทั้งบทบาทด้านนวัตกรรม และการเป็นศูนย์กลางทางการเงิน จึงเป็นโอกาสในการเชื่อมผู้ประกอบการเข้ากับผู้ที่สามารถร่วมพัฒนาธุรกิจได้ นอกจากนี้ เขายังคาดหวังความร่วมมือด้านการศึกษา เพื่อเพิ่มจำนวนวิศวกร AI และเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้เรียนรู้ตัวอย่างการใช้งานในต่างประเทศ เข้าใจว่าเทคโนโลยีใดพร้อมนำมาใช้ และสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างไร
ต่อยอดลงทุนเทคโนโลยีสร้างคนและบริษัทไทย
การสร้างความร่วมมือ ยังครอบคลุมถึงบริษัทเทคโนโลยีต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย กรกล่าวถึง AWS, Google และ Microsoft ว่า บริษัทเหล่านี้ต้องการหาลูกค้าเช่นกัน หากไทยกำหนดทิศทางได้ชัดเจน ก็มีโอกาสนำผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้ มาร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันได้มากขึ้น เขามองว่า ที่ผ่านมาไทยยังใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้านดิจิทัลได้ไม่เต็มที่ เพราะขาดความร่วมมือที่จะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการในประเทศ การไปถึงเป้าหมายด้านแอปพลิเคชันจึงต้องมีทั้งบุคลากร บริษัทที่เติบโตได้ และระบบนิเวศที่แข็งแรงรองรับ
“ในส่วนของ Layer อื่น ๆ ที่คุณอยากจะเข้ามาหาเรา เราเปิดรับ แต่คุณต้อง Co-Creation กับเรา คุณต้องสร้างคน คุณต้องสร้าง Solution คุณต้องสร้างบริษัทกับเราในส่วนของ Application Layer” กรกล่าว โดยความร่วมมือที่ต้องการ คือการนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญมาร่วมพัฒนาความสามารถในไทยให้เกิดขึ้นด้วย เขามองว่ามหาวิทยาลัยไทยมีความสามารถอยู่แล้ว แต่การเพิ่มความร่วมมือกับต่างประเทศ จะช่วยเปิดมุมมองและเสริมความพร้อมของบุคลากร สำหรับการพัฒนาธุรกิจในระดับสากล
หลังจากสิงคโปร์ กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลตั้งใจพาผู้ประกอบการไปยังเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยคัดเลือกบริษัทให้ตรงกับลักษณะของแต่ละงานมากขึ้น เช่น นำผู้ประกอบการด้านฟินเทคไปงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงเป้าหมาย จากครั้งแรกที่เน้นแสดงให้เห็นว่าไทยมีนวัตกรรมอะไร การออกตลาดครั้งต่อไปจะมุ่งสร้างโอกาสขายให้ชัดเจนขึ้น และนำความสามารถด้านแอปพลิเคชันของผู้ประกอบการไทยไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
สิงคโปร์ดันธุรกิจใช้ AI เพิ่มขีดแข่งขันพัฒนาทักษะแรงงาน
ไฮเออร์ ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ปักหมุดโรงงานเครื่องซักผ้าในระยอง ดันไทยฐานผลิตหลักอาเซียน



