Share on
×

Share

BBLAM เปิด B-GDI–B-GAR รับตลาดผันผวน มอง SET ปี 2570 ที่ 1,650–1,680 จุด

BBLAM เปิด B-GDI–B-GAR รับตลาดผันผวน มอง SET ปี 2570 ที่ 1,650–1,680 จุด

BBLAM เตรียมเปิดตัว 2 กองทุนใหม่ B-GDI และ B-GAR เพิ่มทางเลือกสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนของพอร์ต ท่ามกลางความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ สงครามในตะวันออกกลาง และการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

มองเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยมีสัญญาณผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้ว ประเมิน SET Index ปี 2570 ในกรอบ 1,650–1,680 จุด ส่วนโอกาสขยับไปถึง 1,710 จุด ยังต้องอาศัยแนวโน้มเศรษฐกิจ กำไรบริษัทจดทะเบียน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้น

บรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า ความผันผวนและความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นทำให้การแสวงหากระแสเงินสดจากหุ้นและตราสารหนี้ทำได้ยากขึ้น บริษัทจึงเตรียมเสนอขายกองทุนเปิดบัวหลวง Global Diversified Income หรือ B-GDI สำหรับผู้ที่ต้องการรับกระแสเงินสดระหว่างลงทุน และกองทุนเปิดบัวหลวง Global Absolute Return หรือ B-GAR ซึ่งมุ่งลดการพึ่งพาทิศทางตลาด โดยนำความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุนต่างประเทศมาผสมผสานในการบริหารพอร์ต ทั้ง 2 กองทุนเป็นกองทุนผสมที่ลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศหลายกอง และมีความเสี่ยงระดับ 5

B-GDI สร้างกระแสเงินสดจากหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลก

ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ฝ่ายงานบริหารการลงทุน BBLAM กล่าวว่า B-GDI มี Franklin Templeton ออกแบบโครงสร้างและให้คำแนะนำการลงทุน กระจายลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ เพื่อสร้างรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล และกลยุทธ์สร้างรายได้เพิ่มเติม ควบคู่กับโอกาสเติบโตของพอร์ต ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับน้ำหนักสินทรัพย์ตามภาวะตลาดได้ โดยกองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไม่เกินปีละ 12 ครั้ง เพื่อให้ผู้ถือหน่วยมีโอกาสรับเงินกลับระหว่างลงทุน จำนวนเงินแต่ละครั้งอาจแตกต่างกันตามรายได้ที่ได้รับจริง และไม่ได้กำหนดอัตราจ่ายที่แน่นอน กองทุนมีกำหนดเสนอขายครั้งแรกวันที่ 3–10 พฤศจิกายน 2569

พอร์ตเบื้องต้นที่มีหุ้นและตราสารหนี้ประมาณครึ่งต่อครึ่ง โดยวางสัดส่วนลงทุนใน Franklin Income Fund ประมาณ 40% และเสริมด้วยกองทุนที่ลงทุนในหุ้นปันผล โครงสร้างพื้นฐาน และตราสารหนี้ในหลายตลาด ทั้งหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับลงทุนได้ หุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง และตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ สัดส่วนดังกล่าวเป็นภาพพอร์ตที่วางไว้เบื้องต้น ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามภาวะตลาด

B-GAR กระจายกลยุทธ์ ลดการพึ่งพาทิศทางตลาด

ส่วน B-GAR เป็นกองทุนผสมที่ลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศหลายกองเช่นกัน แต่เน้นกลยุทธ์ Absolute Return ซึ่งมุ่งแสวงหาผลตอบแทนเป็นบวกในสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน และพยายามลดความผันผวนให้อยู่ต่ำกว่ากองทุนหุ้นทั่วไป กองทุนจะคัดเลือกผู้จัดการที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละกลยุทธ์มาผสมในพอร์ต เพื่อให้แหล่งผลตอบแทนมีความหลากหลาย และลดการพึ่งพาการปรับขึ้นของตลาดโดยรวม

หนึ่งในกลยุทธ์ที่กองทุนปลายทางใช้คือการลงทุนแบบ Long และ Short ควบคู่กัน โดยเลือกซื้อหลักทรัพย์ที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่ามีโอกาสทำได้ดี พร้อมใช้สถานะขายกับหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะทำได้ด้อยกว่า และจัดสัดส่วนเพื่อลดผลกระทบจากทิศทางตลาด ผลตอบแทนจึงอาศัยความสามารถในการคัดเลือกหลักทรัพย์ทั้ง 2 ด้านมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากประเมินผิดก็อาจขาดทุนได้ เป้าหมายสร้างผลตอบแทนเป็นบวกจึงไม่ได้หมายความว่ากองทุนจะมีกำไรทุกช่วงเวลา

พอร์ตเบื้องต้นของ B-GAR วางน้ำหนักประมาณ 70% ไว้ในกลยุทธ์ที่มุ่งลดผลกระทบจากทิศทางตลาดหุ้น หรือ Equity Market Neutral และอีกประมาณ 30% ในกลยุทธ์อื่นเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง โดย B-GAR วางแผนเสนอขายช่วงต้นเดือนธันวาคม

เลือก B-GDI หรือ B-GAR ให้เหมาะกับเป้าหมายลงทุน

ความแตกต่างที่นักลงทุนควรพิจารณาคือ B-GDI มุ่งตอบโจทย์การรับกระแสเงินสดระหว่างลงทุน ขณะที่ B-GAR มุ่งเพิ่มการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตที่มีหุ้นและตราสารหนี้อยู่แล้ว สัดส่วนที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้

บรรณรงค์ กล่าวว่า ความเสี่ยงจากสงคราม การเลือกตั้ง ภาระหนี้ภาครัฐ และการกู้เงินลงทุนของภาคเอกชน เป็นเหตุผลที่ BBLAM พัฒนากองทุนเพื่อเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้และบริหารความเสี่ยง โดยผู้ลงทุนต้องเลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง

ทั้ง B-GDI และ B-GAR ไม่คุ้มครองเงินต้น และไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ผู้ลงทุนจึงควรศึกษานโยบาย เงื่อนไขการรับซื้อคืน และความเสี่ยงในหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจ

หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด วางกรอบ SET ปี 2570

อิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานกลยุทธ์การลงทุน BBLAM ประเมินว่า เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยมีสัญญาณผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้ว โดยเริ่มเห็นแรงสนับสนุนจากการบริโภค การลงทุน และการส่งออก ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจของธนาคารหลายแห่งกลับมาเติบโตในไตรมาส 3 ซึ่งอาจสะท้อนการลงทุนที่ต่อเนื่องไปยังไตรมาสถัดไป อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มถูกปรับขึ้น ต่างจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมักตั้งประมาณการสูงในช่วงต้นปีแล้วทยอยปรับลดลงภายหลัง อย่างไรก็ตาม ความเร็วและความทั่วถึงของการฟื้นตัวยังต้องติดตาม

อิสระประเมิน SET Index ปี 2570 ในกรอบประมาณ 1,650–1,680 จุด ส่วนโอกาสขยับไปถึง 1,710 จุด ต้องอาศัยแนวโน้มเศรษฐกิจและกำไรที่ดีขึ้น จนทำให้นักลงทุนยอมรับระดับราคาหุ้นที่สูงขึ้น รวมถึงภาวะตลาดโลกที่เอื้ออำนวยและความกังวลต่อการจัดหาเงินลงทุนของกลุ่มเทคโนโลยีที่ลดลง กรอบดังกล่าวจึงเป็นการประเมินจากข้อมูลที่มีอยู่ และต้องทบทวนหากปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลง

กำไรต้องฟื้นหลายกลุ่ม หนุนหุ้นไทยขึ้นต่อ

ข้อจำกัดสำคัญของตลาดหุ้นไทยคือการปรับเพิ่มประมาณการกำไรยังกระจุกตัวในบางกลุ่ม เช่น พลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง หากต้องการให้ตลาดขยับขึ้นต่อ ต้องเห็นแรงสนับสนุนจากกลุ่มพาณิชย์ ธนาคาร การเงิน และสื่อสารร่วมด้วย โดยเฉพาะพาณิชย์ที่สะท้อนการบริโภคภายในประเทศ หากกำไรยังฟื้นเฉพาะบางกลุ่ม ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มอื่นปรับขึ้นไปแล้ว ตลาดจะมีข้อจำกัดในการขึ้นต่อ การลงทุนในช่วงนี้จึงต้องพิจารณาสลับกลุ่มหุ้นตามแนวโน้มกำไรและระดับราคา พร้อมติดตามว่าผลประกอบการรองรับราคาหุ้นได้มากน้อยเพียงใด

อิสระมองว่า การลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การฟื้นตัวต่อเนื่อง และกระจายไปยังธุรกิจอื่น โดยต้องติดตามทั้งการเติบโตของสินเชื่อภาคธุรกิจ และการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง อีกปัจจัยที่ไทยมีความแข็งแรงเมื่อเทียบกับหลายประเทศคือวินัยการคลัง เห็นได้จากช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับสูงขึ้น แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยยังค่อนข้างทรงตัว หากนักลงทุนกลับมาให้ความสำคัญกับภาระหนี้ และฐานะการคลังของแต่ละประเทศ ประเด็นนี้อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดไทยได้

ดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูง กดดันเงินลงทุน Hyperscalers

ด้านปัจจัยต่างประเทศ อิสระกล่าวว่า เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด ขณะที่เศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแรง แต่เงินเฟ้อยังสูง พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งแล้วสิ้นสุดรอบการปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อไม่ลดลง ทิศทางนโยบายการเงินจะยังสร้างความไม่แน่นอนต่อตลาด ขณะเดียวกัน การขึ้นดอกเบี้ยต่อจากระดับที่สูงอยู่แล้ว ก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น จึงต้องติดตามทั้งข้อมูลเงินเฟ้อและผลกระทบจากต้นทุนเงินทุนควบคู่กัน

กลุ่มที่ต้องจับตา คือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือ Hyperscalers ซึ่งพึ่งพาการกู้เงินมาลงทุนมากขึ้น หากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ต้นทุนและความสามารถในการจัดหาเงินมารองรับการลงทุนจะมีความสำคัญมากขึ้น แม้ธุรกิจ AI และคลาวด์ยังเป็นประเด็นหลักของตลาด แต่การเติบโตของกำไรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ นักลงทุนต้องพิจารณาด้วยว่า บริษัทสามารถลงทุนต่อเนื่องได้ภายใต้ต้นทุนทางการเงินระดับใด เพราะความไม่แน่นอนส่วนนี้อาจสร้างความผันผวนให้ราคาหุ้นได้

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ จับตาเสียงข้างมากในสภา

อิสระประเมินว่า การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ อาจเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างอำนาจที่ส่งผลต่อนโยบายรัฐบาล โดยพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีโอกาสเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร หากการคาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น จะเพิ่มข้อจำกัดต่อการผลักดันนโยบายและงบประมาณ รวมถึงงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง จึงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่องถึงผลกระทบต่อทิศทางความขัดแย้ง ราคาน้ำมัน และตลาดการเงิน

หากความตึงเครียดคลี่คลายและราคาน้ำมันลดลง จะช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ รวมถึงเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานฟื้นตัว แต่หากราคาน้ำมันยังสูง ความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยและต้นทุนเงินทุนก็จะยังอยู่ แม้สถิติในอดีตสะท้อนว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักปรับขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอม แต่อิสระมองว่ายังต้องพิจารณาผลเลือกตั้ง และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะตลาดอาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงอื่นเพิ่มเติมได้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ธนาคารโลกชี้ไทยต้องโต 5.4% ต่อปีถึงเป้ารายได้สูง เร่งเปิดการแข่งขัน–หนุนธุรกิจเล็กขยายตัว

OECD ชี้ไทยต้องเร่งผลิตภาพ แก้รายได้โตช้ารับแรงงานลดลง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar