เน็ตเบย์วางทิศทางขยายธุรกิจ ด้วยการนำแพลตฟอร์มเชื่อมข้อมูล ยืนยันตัวตน และตรวจสอบประวัติ ไปให้บริการในอุตสาหกรรมใหม่ ต่อยอดจากฐานธุรกิจนำเข้าและส่งออก โดยเริ่มจากงานพัฒนาระบบเป็นโครงการ ก่อนขยายสู่ Platform as a Service มีธนาคารเป็นหนึ่งในตลาดที่ต้องการเจาะเพิ่มเติม พร้อมมองโอกาสระยะต่อไปด้าน Trust Infrastructure เพื่อรองรับธุรกรรมดิจิทัลที่ต้องตรวจสอบทั้งตัวตน สิทธิ และความน่าเชื่อถือของรายการ รวมถึงธุรกรรมที่ AI Agent เข้ามาทำงานแทนคน
ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) (NETBAY) ให้สัมภาษณ์กลุ่มกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ว่า แนวทางขยายธุรกิจจะเริ่มจากความสามารถที่บริษัทมีอยู่ ทั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูล การตรวจสอบข้อมูล และความเข้าใจกระบวนการทำงานของลูกค้า แล้วนำไปใช้กับตลาดที่มีความต้องการใกล้เคียงกัน โดยบริษัทอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดแผน Netbay 2030 ร่วมกับทีมงาน เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ก่อนเปิดเผยเป้าหมายและแผนดำเนินงานที่ชัดเจนต่อไป
ใช้แพลตฟอร์มเดิมขยายธุรกิจ เริ่มจากงานโครงการ
ปัจจุบันธุรกิจ Platform as a Service ของเน็ตเบย์มีฐานหลักอยู่ในภาคนำเข้าและส่งออก ส่วนการนำความสามารถไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นเริ่มผ่านงานโครงการ โดยมีทิศทางขยายเป็นบริการแพลตฟอร์มตามการใช้งานต่อไป ดร.ฉัตรชัย กล่าวว่า บริษัทจะยังรับงานโครงการที่ต่อยอดจากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเดิม เพราะสามารถนำแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ไปปรับให้เหมาะกับกระบวนการทำงานของลูกค้าแต่ละราย แล้วขยายการใช้งานไปยังตลาดใหม่ได้
จุดที่ดร.ฉัตรชัยให้น้ำหนัก คือการมีแพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งทำให้เน็ตเบย์นำเทคโนโลยีและส่วนประกอบของระบบกลับมาใช้ได้ ไม่ต้องเริ่มพัฒนาใหม่ทั้งหมดในทุกโครงการ จึงช่วยให้ดำเนินงานได้เร็วขึ้น ต่างจากผู้รับวางระบบที่ไม่มีแพลตฟอร์มเป็นฐาน ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีทีมเทคโนโลยี ทีมวิจัยและพัฒนา และองค์ความรู้ที่สะสมจากการทำงานกับข้อมูลและธุรกรรมจำนวนมาก
“ความเข้าใจกระบวนการทำงานของลูกค้าเป็นจุดแข็งที่ต้องพัฒนาควบคู่กับทักษะด้านเทคโนโลยี เพราะระบบจะใช้งานได้จริงเมื่อเข้าใจว่าข้อมูลแต่ละส่วนเกี่ยวข้องกับงานใด และต้องตรวจสอบอย่างไร” ดร.ฉัตรชัย กล่าว
เจาะธนาคารด้วยบริการเชื่อมข้อมูลและยืนยันตัวตน
ฐานบริการที่เน็ตเบย์ใช้ต่อยอดประกอบด้วยงาน 3 ด้าน คือแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจนำเข้า ส่งออก และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง บริการยืนยันตัวตนบุคคลและนิติบุคคล ตลอดจนลายมือชื่อดิจิทัลและเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และบริการ CHECK+ สำหรับตรวจสอบข้อมูลและประวัติ ความสามารถเหล่านี้ทำให้บริษัทมีประสบการณ์ทั้งการเชื่อมระบบ การตรวจสอบว่าผู้ใช้เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลตามที่ระบุจริง และการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหลังยืนยันตัวตนแล้ว ซึ่งสามารถนำไปใช้กับธุรกิจที่ต้องตรวจสอบข้อมูลหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลได้
การเลือกขยายตลาดจะพิจารณาจากข้อมูล ระบบเชื่อมต่อ และเครือข่ายที่บริษัทมีอยู่ ควบคู่กับปัญหาของแต่ละอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกระบวนการที่ยังทำงานแยกส่วน ดร.ฉัตรชัยระบุว่า ธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต้องการขยายเพิ่มเติม ขณะที่ธุรกิจประกันภัยและธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank ต่างมีความต้องการใช้บริการตรวจสอบข้อมูลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เขายังไม่เปิดเผยรายละเอียดการให้บริการแก่ Virtual Bank เนื่องจากมีข้อจำกัดตามสัญญา
เชื่อมการค้ากับบริการการเงินให้ต่อเนื่อง
อีกโอกาสของแพลตฟอร์ม มาจากพฤติกรรมผู้ใช้ที่ต้องการรับบริการหลายอย่างในกระบวนการเดียวกัน ดร.ฉัตรชัย ยกตัวอย่างการซื้อประกันเดินทางระหว่างชำระค่าตั๋วเครื่องบิน ซึ่งผู้ซื้อสามารถเลือกบริการเพิ่มเติมได้ในขั้นตอนเดียว โดยมองว่าแนวทางนี้สามารถนำมาใช้กับบริการทางการเงินเพื่อการค้า หรือ Trade Finance ได้เช่นกัน หากเชื่อมขั้นตอนการค้ากับการใช้บริการทางการเงินให้ต่อเนื่องกัน แต่การทำเช่นนั้นต้องมีระบบเบื้องหลังที่แลกเปลี่ยนข้อมูลได้ เพราะหากแพลตฟอร์มของแต่ละธุรกิจยังแยกจากกัน การให้บริการต่อเนื่องตลอดกระบวนการก็เกิดขึ้นได้ยาก
รูปแบบ Platform as a Service ยังสอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ที่ต้องการจ่ายค่าบริการตามการใช้งาน แทนการลงทุนและดูแลระบบทั้งหมดด้วยตนเอง ส่วนการเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานกำกับยังเป็นงานที่ต้องทำต่อ เพราะลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม มีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานข้อมูลตามกฎระเบียบ ดร.ฉัตรชัยมองว่า บทบาทของเน็ตเบย์ คือช่วยให้ขั้นตอนเหล่านี้สะดวกและรวดเร็วขึ้น พร้อมทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าข้อมูลมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
Trust Infrastructure ต้องตรวจสอบมากกว่าตัวตน
จากพื้นฐานการเชื่อมต่อและตรวจสอบข้อมูล ดร.ฉัตรชัยมองโอกาสระยะต่อไปด้าน Trust Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลและธุรกรรมดิจิทัล โดยอธิบายว่า การรู้ว่าผู้ทำรายการเป็นใคร เป็นเพียงขั้นตอนแรก หลังจากนั้นยังต้องตรวจสอบว่า บุคคลดังกล่าวมีอำนาจทำรายการหรือไม่ ธุรกรรมนั้นเชื่อถือได้เพียงใด และเมื่อส่งต่อไปแล้ว ผู้รับปลายทางจะมั่นใจในความถูกต้องได้อย่างไร การสร้างความน่าเชื่อถือ จึงต้องเชื่อมการตรวจสอบหลายส่วนเข้าด้วยกัน และอาศัยความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย
การใช้ AI Agent ทำงานแทนคน จะเพิ่มความจำเป็นในการตรวจสอบอีกระดับหนึ่ง เขายกตัวอย่างว่า หาก AI เข้าไปตรวจสอบยอดเงินในบัญชีแทนผู้ใช้ ธนาคารจะต้องรู้ว่า AI นั้นทำงานแทนใคร ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลหรือทำรายการอะไร และดำเนินการเกินขอบเขตที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ ประเด็นนี้เป็นภาพอนาคตที่ดร.ฉัตรชัยมองว่า เน็ตเบย์มีโอกาสเข้าไปมีบทบาท โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิมด้านข้อมูลและการตรวจสอบ ซึ่งยังต้องพัฒนาร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่นเพื่อให้ระบบทำงานเชื่อมโยงกันได้
Netbay 2030 เพิ่มบริการจากฐานนำเข้าและส่งออก
สำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออกซึ่งยังเป็นฐานหลัก เน็ตเบย์มองว่า ยังมีโอกาสเพิ่มบริการนอกเหนือจากการจัดทำใบขนสินค้า เนื่องจากมีขั้นตอนและผู้เกี่ยวข้องอีกหลายส่วนที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ขณะเดียวกัน บริษัทต้องปรับตัวตามตลาดขนส่ง โดยดร.ฉัตรชัยระบุว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นทำให้ลูกค้าบางส่วนเปลี่ยนจากการขนส่งทางอากาศไปใช้ทางบก บริษัทจึงต้องขยายตลาดให้ครอบคลุมการขนส่งมากขึ้น ทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางบก ควบคู่กับการเพิ่มบริการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก
ทิศทางเหล่านี้จะอยู่ในแผน Netbay 2030 ซึ่งต้องกำหนดรายละเอียดการดำเนินงานและเป้าหมายต่อไป ดร.ฉัตรชัยยังไม่ระบุว่ารายได้จากอุตสาหกรรมใหม่จะขึ้นมาเป็นรายได้ส่วนใหญ่เมื่อใด เนื่องจากมองว่าฐานนำเข้าและส่งออกเองก็ยังขยายได้จากบริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนตลาดใหม่จะเป็นอีกทางในการนำแพลตฟอร์มเดิมไปสร้างรายได้ โดยเป้าหมายเชิงตัวเลขและแผนดำเนินงานในแต่ละช่วงยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Bangkok Radio ภารกิจความปลอดภัยทางทะเล ที่ NT ต้องเดินต่อ
IamStrong แพลตฟอร์มหางานวัย 55+ ผ่าน LINE เชื่อมคนมีประสบการณ์กับนายจ้าง
GISTDA เผยไทยเสนอร่วม Artemis 3 โครงการ มุ่งสู่อุตสาหกรรมดวงจันทร์



