Share on
×

Share

ทรู–CONNEXT ED สานต่อการเรียนรู้ ‘บ้านเขากลม’ จากทักษะอาชีพสู่ดิจิทัล

ทรู–CONNEXT ED สานต่อการเรียนรู้ 'บ้านเขากลม' จากทักษะอาชีพสู่ดิจิทัล

จากการปลูกผัก เลี้ยงปลา และนำผลผลิตไปจำหน่ายในชุมชน สู่การเรียน Coding และการใช้คอมพิวเตอร์ โรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม จังหวัดกระบี่ มีเส้นทางการพัฒนาที่เชื่อมทักษะอาชีพเข้ากับการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี โดยมีความร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชั่น และโครงการ CONNEXT ED สนับสนุนทั้งเงินทุน อุปกรณ์ หลักสูตร และการพัฒนาครู เรื่องราวของโรงเรียนแห่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเพิ่มโอกาสเรียนรู้ให้เด็กต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ตั้งแต่แนวคิดของผู้บริหารโรงเรียน การลงมือทำของครู ไปจนถึงผู้ร่วมงานที่ช่วยเติมทรัพยากรและติดตามความต้องการของโรงเรียน

The Story Thailand มีโอกาสร่วมทริปกับทรู คอร์ปอเรชั่น ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่และเยี่ยมชมโรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม พร้อมรับฟังเรื่องราวจากผู้บริหารโรงเรียนและทีมงาน CONNEXT ED โดยการเยี่ยมชมครั้งนี้มีการมอบโน้ตบุ๊ก 10 เครื่องและอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน พร้อมพูดคุยถึงความร่วมมือที่เริ่มต้นจากการฝึกให้เด็กคิดเป็นและลงมือทำ ก่อนขยายมาสู่การเตรียมความพร้อมด้านดิจิทัล ทั้งเครื่องมือที่เด็กเข้าถึงได้ ความรู้ที่ครูนำไปใช้ได้ และบุคลากรที่ช่วยให้การสนับสนุนเดินหน้าต่อหลังการส่งมอบ

จากแปลงผักสู่ทักษะอาชีพของนักเรียน

ธีระพล บุญสุข อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม ซึ่งเคยบริหารโรงเรียนเป็นเวลา 8 ปี เล่าว่า โรงเรียนเริ่มทำงานร่วมกับโครงการตั้งแต่ยังใช้ชื่อประชารัฐ และมีโอกาสนำเสนอแนวคิดการพัฒนานักเรียนต่อผู้บริหารทรู โดยได้รับการสนับสนุนในช่วงปี 2561–2562 แนวคิดในเวลานั้นคือการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และสร้างสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมที่มีลักษณะของการประกอบกิจการ เด็กได้เรียนรู้ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการนำผลผลิตมาจำหน่าย จึงมีโอกาสฝึกทักษะจากงานที่เชื่อมโยงกับชีวิตและชุมชนของตนเอง

กิจกรรมปลูกผักและเลี้ยงปลาเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดังกล่าว เมื่อมีผลผลิต นักเรียนจะนำไปจำหน่ายทั้งในโรงเรียนและชุมชน ทำให้ได้ฝึกบทบาทของผู้ผลิตและผู้ขายควบคู่กัน ธีระพลระบุว่า กิจกรรมเหล่านี้ยังดำเนินมาถึงปัจจุบัน ขณะที่ ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน กล่าวเสริมถึงการสนับสนุนด้านเกษตรและการนำกล้วยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรใกล้ตัวมาสร้างการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้เด็กเห็นว่าสิ่งที่เรียนสามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพได้อย่างไร

ในระยะต่อมา การสนับสนุนขยายมาสู่หลักสูตร Coding และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะดิจิทัลเพิ่มเติมจากกิจกรรมอาชีพที่โรงเรียนดำเนินอยู่เดิม เส้นทางจากการปลูกผักและเลี้ยงปลามาถึงการใช้คอมพิวเตอร์มีเป้าหมายร่วมกันอยู่ที่การเพิ่มความสามารถให้เด็กได้คิด ทดลอง และลงมือทำ โดยโรงเรียนเป็นผู้เชื่อมเครื่องมือและความรู้เหล่านั้นเข้ากับกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน

โน้ตบุ๊ก 10 เครื่องกับความพร้อมของโรงเรียน

เมธปิยา รักษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม กล่าวถึงการสนับสนุนครั้งนี้ว่า โรงเรียนได้รับทั้งอุปกรณ์และความรู้จากทีมงานที่เข้ามาให้ความรู้แก่นักเรียนและอบรมครู โดยตั้งใจนำสิ่งที่ได้รับไปพัฒนาผู้เรียนและเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนธีระพลมองว่า การมอบโน้ตบุ๊ก 10 เครื่องพร้อมอุปกรณ์กีฬา เป็นการสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาความรู้และสุขภาพกายของเด็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ต้องดูแลไปพร้อมกันในการจัดการศึกษา

ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการและเลขานุการมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED กล่าวว่า ข้อจำกัดด้านเครื่องมือสำหรับเข้าถึงเทคโนโลยีเป็นความต้องการสำคัญของโรงเรียนแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนโน้ตบุ๊ก โดยอุปกรณ์สามารถใช้เข้าถึงหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ที่ครอบคลุมกลุ่มสาระและช่วงชั้นต่าง ๆ พร้อมมีซอฟต์แวร์กรองการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เพื่อช่วยดูแลการใช้งานของนักเรียน และหากโรงเรียนมีความต้องการเพิ่มเติม ก็สามารถแจ้งผ่านคณะทำงานเพื่อพิจารณาการสนับสนุนต่อไปได้

รายละเอียดดังกล่าวทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์กับความพร้อมด้านอื่นของโรงเรียน เพราะการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอนต้องมีทั้งเนื้อหาที่เหมาะสม ครูที่รู้วิธีนำไปใช้ และการดูแลเครื่องมือให้พร้อมทำงาน การรับรู้ความต้องการของโรงเรียนจึงเป็นส่วนสำคัญของความร่วมมือ เพื่อให้ทรัพยากรที่ส่งเข้ามาสอดคล้องกับบริบทและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว

5 ยุทธศาสตร์ CONNEXT ED เชื่อมข้อมูล คน และการเรียนรู้

เบื้องหลังการสนับสนุนโรงเรียน ดร.เนตรชนกอธิบายถึงกรอบการทำงาน 5 ด้านของ CONNEXT ED โดยเริ่มจากความโปร่งใสของข้อมูล (Transparency) ซึ่งมีระบบบริหารจัดการโรงเรียน (School Management System) เป็นเครื่องมือรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจบริบทและความต้องการของแต่ละแห่ง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ร่วมพัฒนามองเห็นว่าโรงเรียนกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านใดและควรสนับสนุนอะไรเพิ่มเติม เช่น กรณีบ้านเขากลมที่พบความต้องการด้านเครื่องมือสำหรับเข้าถึงเทคโนโลยี และนำมาสู่การสนับสนุนโน้ตบุ๊กในครั้งนี้

อีกด้านคือ Market Mechanisms ซึ่งเชื่อมโยงกับการสร้างการมีส่วนร่วมของโรงเรียน ชุมชน และภาคธุรกิจ โดยมีบุคลากรเข้ามาช่วยรับรู้ปัญหา ให้คำแนะนำ และประสานความต้องการ ขณะที่ด้าน High Quality Principals and Teachers ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนและครู เพื่อให้บุคลากรมีความรู้พร้อมนำเครื่องมือและแนวทางใหม่มาใช้จัดการเรียนการสอน สำหรับโรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม ดร.เนตรชนกกล่าวถึงการอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรวิทยาการคำนวณ ซึ่งเป็นการพัฒนาคนควบคู่ไปกับการสนับสนุนอุปกรณ์

ส่วน Curriculum and Child Centric ให้ความสำคัญกับหลักสูตรและการเรียนรู้ที่มีเด็กเป็นศูนย์กลาง โดยสนับสนุนเนื้อหาที่ครูและนักเรียนสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ ขณะที่ Digital Infrastructure ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อ และเครื่องมือดิจิทัลที่จำเป็น ทั้ง 5 ด้านจึงเชื่อมกันตั้งแต่การเข้าใจโรงเรียน การสร้างความร่วมมือ การเตรียมครู ไปจนถึงเนื้อหาและเครื่องมือ

ดร.เนตรชนก ระบุถึงภาพรวมการดำเนินงานว่า มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ดูแลโรงเรียนประมาณ 7,000 แห่ง และกลุ่มทรูรับผิดชอบประมาณ 1,000 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงเรียนชุมชนบ้านเขากลมด้วย

ICT Talent และ School Partner หนุนครูใช้เทคโนโลยี

บุคลากรที่ทำงานร่วมกับโรงเรียน เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเชื่อมการสนับสนุนไปถึงห้องเรียน โดย ICT Talent หรือผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มีหน้าที่ช่วยดูแลอุปกรณ์ ให้ความรู้เรื่องการใช้งาน และสนับสนุนให้ครูใช้เทคโนโลยีจัดการเรียนรู้ ดร.เนตรชนกอธิบายรูปแบบการดูแลว่า บุคลากร 1 คนรับผิดชอบประมาณ 5 โรงเรียน รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทำให้โรงเรียนมีผู้ช่วยด้านเทคโนโลยีที่สามารถให้คำแนะนำและติดตามการใช้งานได้

ส่วน School Partner ทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดของโรงเรียน ร่วมรับรู้ปัญหาและความต้องการ ตลอดจนประสานการทำงานกับผู้บริหาร ครู และชุมชน เพื่อวางแผนพัฒนาให้เหมาะกับบริบทของแต่ละแห่ง บทบาทนี้ทำงานควบคู่กับ ICT Talent ที่ช่วยดูแลด้านเทคโนโลยี ทำให้การสนับสนุนครอบคลุมทั้งการวางแผนและการนำเครื่องมือไปใช้ เมื่อโรงเรียนต้องการคำแนะนำหรือพบข้อจำกัด ก็มีผู้ร่วมงานช่วยติดตามและประสานการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

ซิกเว่ชวนนักเรียนบ้านเขากลมฝึกภาษาอังกฤษ

ซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ช่วงหนึ่งของการเยี่ยมโรงเรียน ซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ก่อนเข้าสู่เส้นทางธุรกิจ เขาเคยเป็นครูสอนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และขอใช้โอกาสนี้กลับมารับบทครูอีกครั้ง เขาเริ่มกิจกรรมด้วยการนับเลขเป็นภาษาไทยให้นักเรียนตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนชวนตอบชื่อวันต่าง ๆ และคำเรียกวันหยุดสุดสัปดาห์ จากนั้นสลับบทบาทให้เด็กสอนภาษาไทยแก่เขา ซึ่งนักเรียนเลือกคำว่า “ยินดีต้อนรับ” เป็นคำที่ส่งต่อให้ผู้มาเยือน

กิจกรรมสั้น ๆ นี้เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกฟัง ตอบคำถาม และใช้ภาษาในการสื่อสารกับผู้บริหารที่มาเยี่ยมโรงเรียน พร้อมมีช่วงเวลาที่ได้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้วยตนเอง ซิกเว่ยังกล่าวถึงการศึกษาว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใหญ่สามารถมอบให้คนรุ่นต่อไป โดยเปรียบการสอนและพัฒนาเด็กกับการลงทุนระยะยาว พร้อมแสดงความหวังให้นักเรียนนำคอมพิวเตอร์ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ตั้งใจเรียน และพัฒนาความสามารถของตนเองต่อไป

เตรียมทักษะดิจิทัลและ AI ควบคู่คุณธรรม

ดร.เนตรชนก มองว่า การทำให้เด็กเข้าถึงเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานของการเตรียมความพร้อมต่อโลกที่จะเปลี่ยนไปในอีก 1 ปี 2 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า โดยยก AI เป็นตัวอย่างขององค์ความรู้ที่เด็กควรเริ่มรู้จัก เพื่อให้มีโอกาสพัฒนาทักษะและตามทันความเปลี่ยนแปลง พร้อมเน้นว่าความรู้ด้านเทคโนโลยีต้องเดินไปด้วยกันกับคุณธรรมและจริยธรรม แนวคิดนี้เชื่อมกับงานด้านการศึกษาที่ทรูดำเนินผ่านทรูปลูกปัญญา ทั้งเว็บไซต์ สื่อโทรทัศน์ และกิจกรรมในพื้นที่ ซึ่งมุ่งพัฒนาเด็กให้มีทั้งความสามารถและสร้างคุณค่าให้สังคม

เรื่องราวของบ้านเขากลมสะท้อนว่า การสนับสนุนการศึกษาต้องอาศัยความต่อเนื่องและความเข้าใจบริบทของโรงเรียน กิจกรรมปลูกผัก เลี้ยงปลา และจำหน่ายผลผลิตเริ่มจากแนวคิดที่ต้องการให้เด็กคิดเป็นและลงมือทำ ก่อนขยายมาสู่การเรียน Coding และทักษะดิจิทัล โดยมีโรงเรียนเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ และภาคธุรกิจช่วยเติมทรัพยากร ความรู้ และบุคลากร สำหรับโน้ตบุ๊ก 10 เครื่องที่ได้รับในครั้งนี้ สิ่งที่ต้องสานต่อคือการนำไปใช้ให้เด็กมีโอกาสค้นคว้า ทดลอง และสร้างผลงาน โดยมีครูที่พร้อมออกแบบการเรียนรู้และทีมสนับสนุนที่ช่วยให้เครื่องมือใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทรูใช้ AI ยกเครื่องโครงข่าย งานขาย และทีมพื้นที่

‘รฤกวังหน้า’ เดินวัดมหาธาตุฯ ‘อ่าน’ รอยศรัทธา ‘วังหน้า’ พระองค์แรก

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar